thansettakij
thansettakij
ข้าพระบาท ทาสประชาชน : พายุใหญ่กำลังตั้งเค้า อาจรุนแรงหลังเดือนตุลาฯ

ข้าพระบาท ทาสประชาชน : พายุใหญ่กำลังตั้งเค้า อาจรุนแรงหลังเดือนตุลาฯ

27 ก.ย. 60 | 11:25 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ก.ย. 60 | 18:25 น.
แบนเนอร์ชั่วโมงฐานเศรษฐกิจ01-3-1

P6-3300-3
ปะหน้าใครๆในยามนี้ มักจะเจอคำถามยอดฮิตว่า 1.จะมีเลือกตั้งจริงไหม และเมื่อไหร่? 2.รัฐบาลจะอยู่ไปอีกนานไหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะได้กลับมาเป็นนายกฯ หลังเลือกตั้งหรือไม่ รัฐบาล คสช.จะอยู่ไปอีกยาวเท่าใด 2 คำถามนี้ยอดฮิตและอยู่ในแทบทุกวงสนทนา และก็เป็นคำถามที่ตอบยาก หรือแม้ตอบได้คนตอบก็ไม่อยากจะตอบ กลัวว่าตอบแล้วผู้ตอบอาจอยู่ยาก หรืออยู่ไม่นานเสียเอง ซึ่งก็คือภาพสะท้อนหนึ่งของบรรยากาศการเมืองของไทยในขณะนี้
20170926032130

แต่คนไทยเมืองไทยนี้ ยังมีข้อดีอย่างหนึ่งที่สำคัญ ไม่ว่าจะทะเลาะเบาะแว้ง ตบตีไม่ลงรอยกันถึงเลือดเนื้อเพียงใดก็ตามในทางการเมือง ก็ยังมีสิ่งหนึ่งอันเป็นที่เคารพยึดถือ ที่ใครๆ ก็มิอาจก้าวล่วง นั่นคือคือความรักความเคารพศรัทธา ความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ของปวงชนชาวไทยทุกคน เมื่อทุกคนทราบถึงภาวะของประเทศอยู่ในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าและการไว้อาลัย ในความสูญเสียองค์พระประมุข และในช่วงเดือนตุลาคมได้มีหมายกำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ทุกคนทุกฝ่ายต่างก็สำรวมกายวาจา ความเคลื่อนไหวทางการเมืองใดๆก็อยู่ในอาการสงบ แม้จะมีการแสดงออกบ้าง ก็อยู่ในปริมณฑลทางความคิด มิได้มีความเคลื่อนไหวใดที่รุนแรงหรือใช้กำลังแต่อย่างใด แม้จะมีหลายเรื่องหลายประเด็นที่คุกรุ่นในใจเพียงใดก็ตาม ทุกคนก็อดทน

20170926091834

หลังจากเดือนตุลาคมไปแล้ว จะมีปัญหาใดอันจะเป็นพายุใหญ่โหมพัดซัดกระหน่ำ จนทำให้รัฐนาวาของ คสช.และรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทรวดเซหรือล่มสลายลงได้ เกี่ยวกับคำตอบของ 2 คำถามยอดฮิตนั้นหรือไม่อย่างไร?

ประเด็นนี่น่าคิดและน่าค้นหาคำตอบอย่างยิ่ง เพราะนี่คือปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองที่สำคัญยิ่ง อันมีผลกระทบและสร้างปัจจัยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางธุรกิจได้ นักการเมือง นักธุรกิจ นักลงทุนทั้งหลาย จึงสนใจติดตามและถามหาความมั่นใจอย่างยิ่ง อันเป็นที่มาให้ทุกวงสนทนา มีแต่คำถามยอดฮิตดังกล่าว เพราะหากคำตอบเป็นว่า รัฐบาลนี้อยู่ยาวและกลับมาแน่หลังเลือกตั้ง แผนงานและการตัดสินใจของพวกเขาก็เป็นอีกอย่าง ถ้าไม่ใช่ก็จะไปอีกทางแน่นอน

ดังนั้นความสนใจหลังเดือนตุลาคม จึงเป็นช่วงระยะเวลาสำคัญของประเทศอีกครั้งหนึ่ง คำถามและแรงกดดันที่จะพุ่งเข้าใส่รัฐบาล คสช.ก็หลีกไม่พ้น โดยเฉพาะรัฐบาลจะจัดให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ สถานการณ์และเหตุการณ์ อันถือเป็นตัวช่วยจะน้อยลงมาก อยู่หรือไปต้องด้วยฝีมือมิใช่โชคช่วย

ปัญหาคืออะไรเล่าที่เป็นระเบิดเวลา หรือพายุใหญ่ที่ก่อตัวตั้งเค้าที่รุนแรงโหมซัดรัฐบาล หากไม่เตรียมการรับมือให้ดี ผู้เขียนขอนำมุมคิดวิเคราะห์จากวงสนทนาของผู้มากประสบการณ์ทางการเมืองหลายท่าน ที่สนใจศึกษาและติดตามการทำงานของ คสช.และรัฐบาลคณะนี้มาเล่าสรุปสู่กันฟัง ถูกผิดหรือไม่ เห็นด้วยไม่เห็นด้วยอย่างไร ควรมิควรสุดแท้แต่ละท่านจะพิจารณาครับ สิ่งที่วงสนทนาเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่มีดังนี้

คสช

1.การรัฐประหารเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เพื่อแก้วิกฤติการเมือง คืนความสงบสุขแก่ประเทศและประชาชน อันเป็นภารกิจหลักของ คสช.ประชาชนชื่นชมและเข้าใจเหตุผลความจำเป็น แต่บัดนี้ถือว่าได้จบสิ้นแล้ว นับแต่มีการพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับถาวรเมื่อ 6 เมษายน 2560 และเห็นว่าคณะรัฐประหารอยู่ในอำนาจนานมากแล้วร่วม 3 ปี การอยู่ต่อมาและมีแนวโน้มจะอยู่ต่อไป ทั้งเตรียมการสืบทอดอำนาจต่อเนื่องหลังการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญใหม่อีก ประชาชน กลุ่มการเมือง และกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆในสังคม เห็นว่าเป็นการรวบอำนาจการปกครองไว้กับกลุ่มตน คืออำนาจฝ่ายราชการและกลุ่มทุนใหญ่ เกินหน้าที่และภารกิจของคณะรัฐประหาร พูดง่ายๆ ก็คือผู้คนตั้งข้อสงสัยและมองว่าแสวงหาอำนาจเพื่อตนเองและพวกพ้อง และมีอาการเสพติดอำนาจโดยไม่มีองค์กรถ่วงดุลย์หรือตรวจสอบ

2.มีเรื่องใหญ่และสำคัญยิ่งที่ คสช.และรัฐบาลนี้เร่งทำโดยที่สังคมกังขาและสงสัยว่า เป็นแนวคิดของบุคคลใดคณะใด ประเทศประชาชนได้ประโยชน์หรือไม่ หรือผลประโยชน์ตกแก่กลุ่มใดมากกว่า ซึ่งได้แก่ 2.1การให้กระทรวงการคลังยกร่างกฎหมายปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ ให้มีบทบัญญัติจัดตั้งบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ โดยรวมเอารัฐวิสาหกิจชั้นดี11 แห่งเข้ามารวมเป็นบรรษัท ไม่อยู่ภายใต้กำกับ พรบ.รัฐวิสาหกิจอีกต่อไป ซึ่งมีข้อคัดค้านจากภาคสังคมอย่างรุนแรงขณะนี้ 2.2 การที่รัฐบาลเสนอ พ.ร.บ.พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ...ที่เสนอโดยกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ให้สิทธิประโยชน์แจกแถมแก่นักลงทุนต่างชาติมากมาย รวมถึงสิทธิการเช่าที่ดิน 50 ปี และต่อได้อีก 49 ปี รวมเป็น 99 ปี แบบเดียวกับนักล่าอาณานิคมอังกฤษยึดเกาะฮ่องกง เอาแค่ 2 เรื่องนี้ ใช่หน้าที่ คสช.คืนความสุขประชาชนหรือทำเพื่อใคร นี่คือระเบิดสองลูกใหญ่ที่รัฐบาลอุ้มไว้ที่พร้อมระเบิดใส่ตัวได้ตลอดเวลา เรื่องนี้ผู้คนเขามองว่ามีวาระซ่อนเร้น ไม่ใช่แนวคิดนายกฯและ คสช. น่าจะเกินบทบาทหน้าที่ไปแล้ว

3.รัฐบาลมิได้แก้ปัญเร่งด่วนของประชาชน โดยเฉพาะปัญหาราคาพืชผลทางเกษตรกรรม พืชผลหลักๆ ที่เกี่ยวกับฐานะชีวิตความเป็นอยู่และรายได้เกษตรกร คือ ปัญหาราคาข้าว ยางพารา อ้อย มันสำปะหลัง ปัจจุบันรายได้และฐานะความเป็นอยู่ของรากหญ้าไม่ดี แม้เศรษฐกิจในระดับมหภาคจะขยายตัวโตขึ้น แต่คนระดับล่างไม่ได้รับผลประโยชน์ด้วย ประชาชนโดยทั่วไปจึงเห็นว่าเศรษฐกิจไม่ดี การแก้ปัญหาช่องว่างระหว่างคนรวยคนจน ไม่เห็นผลและไม่มีรูปธรรมที่ชัดเจน

4.ประเด็นสุดท้ายที่จะมีผลต่อรัฐบาลอย่างยิ่งคือ ปัญหาข้อ 1-3 กำลังจะมาบวกรวมกับความสงสัยคลางแคลงใจในการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่รัฐบาลนี้มิได้ดำเนินการจริงจัง เล่นงานแต่ข้าราชการท้องถิ่นตัวเล็กๆ แต่เรื่องใหญ่ในรัฐบาลนี้ หรือรัฐมนตรีที่ทรงอำนาจในรัฐบาล กำลังถูกตั้งข้อสงสัยและจับตาอย่างยิ่ง หากปรากฎข้อเท็จจริงและถูกเปิดเผยเมื่อใด อาจสั่นคลอนสถานะรัฐบาลได้

ทั้งหมดนี้คือปัญหาและข้อห่วงใยครับ พายุใหญ่ ระเบิดเวลาที่อาจตูมใส่รัฐนาวา คสช.หลังเดือนตุลาฯไปแล้ว อาจมาจากประเด็นเหล่านี้ คำตอบคำถามยอดฮิต 2 ข้อ คงมีคำตอบโดยมิใช่อยู่ในสายลม แต่อยู่กับปัญหาที่กล่าวมาว่า รัฐบาล คสช.จะรับมือกับมันอย่างไร

คอลัมน์ : ข้าพระบาท ทาสประชาชน / หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ / ฉบับ 3300 ระหว่างวันที่ 28-30 ก.ย.

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว-9-1
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline