
ทางออกนอกตำรา : ทลายขุมข่าย ”จีทูเจี๊ยะ” ”บุญทรง-หมอโด่ง-เสี่ยเปี๋ยง”
ทางออกนอกตำรา
โดย...บากบั่น บุญเลิศ
ทลายขุมข่าย ”จีทูเจี๊ยะ” ”บุญทรง-หมอโด่ง-เสี่ยเปี๋ยง”
แม้คณะของ “บุญทรง เตริยาภิรมย์” อดีต รมว.พาณิชย์ กับพวก จะถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาให้จำคุก 42 ปี จากกรณีทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ไปแล้ว แต่วิบากกรรมของ "เสี่ยฮุก-บุญทรง” ยังคงไม่หมดสิ้นไป คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังจะลงดาบอีก 2 คดี
คดีแรก เป็นการทุจริตระบายข้าวแบบจีทูจี ล็อต 2 จำนวน 8 สัญญา คดีนี้มีตัวละครเป็นกลุ่มเดียวกับการขายข้าวแบบจีทูจีล็อตแรก ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุกไปแล้วกว่า 20 คน เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2560
ถือเป็นภาคต่อจากจีทูเจี๊ยะรอบแรก นำแสดงโดย บุญทรง เสี่ยเปี๋ยง-อภิชาติ จันทร์สกุลพร เจ้าของ บริษัท สยาม อินดิก้ากับพวก แต่งานนี้มีข้าราชการระดับสูงในกรมการค้าต่างประเทศพ่วงเข้ามาอีกคนสองคน นำทีมโดย ปราณี ศิริพันธ์ อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ที่รับตำแหน่งต่อจาก มนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ
อภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือ เสี่ยเปี๋ยง
ปัจจุบันคดีนี้อยู่ในมือของ "เจ๊ด้ง-สุภา ปิยะจิตติ" กรรมการ ป.ป.ช.
คดีที่สอง ที่อาจทำให้ความดันของ “บุญทรง”พุ่งปรี๊ดอีกรอบ คือ การระบายมันสำปะหลัง (มันเส้น) แบบจีทูจี ข้อมูลของป.ป.ช.พบว่า มีพฤติการณ์เหมือนกับการระบายข้าวแบบจีทูจียังกับแกะออกมาจากกล่องเดียวกัน
กล่าวคือ มีกลุ่มขบวนการที่สัมพันธ์กับนักการเมือง-สยามอินดิก้า สร้างนโยบายขายมันสำปะหลังในราคาต่ำที่เป็นมิตรกับรัฐบาลจีน แต่กลุ่มเอกชนที่มาซื้อ กลับไม่ได้เป็นผู้รับมอบอำนาจจากรัฐบาลจีนจริง และมีการผ่องถ่ายการดำเนินการด้วยการมอบอำนาจการทำงานให้บริษัทในไทย
วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ” หรือ “หมอโด่ง”
คดีนี้นอกจาก บุญทรง-หมอโด่ง-นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ ที่หนีออกไปต่างประเทศนานแล้ว ยังมี “ยรรยง พวงราช” อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ และอดีต รมช.พาณิชย์ คณิต วาสิกานนท์ อดีต ผอ.กองมาตรฐานสินค้านำเข้า-ส่งออก กรมการค้าต่างประเทศ และมีนายตำรวจเข้ามาแถมอีก 2-3 นาย อาทิเช่น พ.ต.ท.ธนิต กรปรีชา อดีตรองสารวัตร งานสายตรวจ 1 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจจราจร
เอกชนที่เข้ามาพัวพันในผลประโยชน์ยังเป็นเจ้าเดิมเหมือนกับข้าว อาทิ บริษัท สยามอินดิก้า อภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง, น.ส.สุนีย์ จันทร์สกุลพร,นักธุรกิจจีนที่เกี่ยวพันคือ Zhou Jing, Gong Shaoyan, Xie Mein หรือ Xie Mian และ Zhou Guoxiong
ผู้ทำหน้าที่กำกับทางคดีของปปช.คือ เจ๊ด้ง-สุภา ปิยะจิตติ ในฐานะประธานอนุกรรมการไต่สวน
กล่าวเฉพาะจีทูจีข้าวรอบสอง ผมได้อ่านข้อมูลในการขายข้าวจีทูจีรอบสองแล้วสะดุ้งโหยง เห็นการก็อปปี้ในพฤติกรรมการขายข้าวจีทูจีที่เหมือนกับชุดแรกเป๊ะ มิผิดเพี้ยนแม้แต่กระเบียดนิ้ว
ตั้งทีมกันขายข้าวแบบจีทูเจี๊ยะกันโจ่งครึ่ม “ไม่มีการมอบอำนาจจริง-ไม่มีการโอนเงินมาซื้อจริง-ไม่ส่งออกข้าวไปจีน”
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนได้ความว่า สัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐได้ทำไว้กับรัฐวิสาหกิจจีนทั้ง 4 แห่ง ได้แก่
1. บริษัท Haikou Liangmao Cereals and Oils Trading Co., Ltd.
2. บริษัท Haikou Liangyunlai Cereals and Oils Trading Co., Ltd.
3. บริษัท Hainan Province Land Reclamation Industrial Development and Construction General Corporation
4. บริษัท Hainan land Reclamation Commerce and Trade Group Co., Ltd.
แต่ตามเงื่อนไขการขายข้าวแบบจีทูจี ผู้ที่เข้ามาทำสัญญาซื้อขายจะต้องเป็นรัฐบาลหรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากรัฐบาลเท่านั้น และหากเป็นการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ก็จะมีหน่วยงานที่เรียกว่า China National Cereals, Oil, and Food stuffs Corporation หรือ COFCO ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลเพียงหน่วยงานเดียวเท่านั้น
ดังนั้น สัญญาซื้อขายข้าวจีทูจีรอบนี้ที่ทำขึ้นกับ 4 ราย จึงไม่ใช่สัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ...นี่ประเด็นหนึ่ง
ประเด็นต่อมา จากการตรวจสอบเส้นทางการจ่ายเงิน บริษัท Haikou Liangmao Cereals and Oils Trading Co., Ltd. บริษัท Haikou Liangyunlai Cereals and Oils Trading Co., Ltd. บริษัท Hainan Province Land Reclamation Industrial Development and Construction General Corporation และบริษัท Hainan land Reclamation Commerce and Trade Group Co., Ltd. ไม่มีการโอนเงินมาชำระค่าข้าวแต่อย่างใด จึงไม่น่าจะใช่ผู้ซื้อข้าวตัวจริง
ข้อมูลในการไต่สวนของป.ป.ช.พบว่า จากการตรวจสอบฐานข้อมูลนิติบุคคลรับอนุญาตและตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศซึ่งรายงานมายังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตั้งแต่ปี 2556-2557-2558 ไม่พบว่า 4 บริษัทมีการส่งเงินเข้ามาในประเทศไทย
แต่กลับได้รับจาก “กลุ่มบริษัทผู้รับมอบอำนาจที่เป็นลูกช่วง” 1.บริษัท อินเตอร์ลิงค์ อิมปอร์ต แอนด์ เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด, 2.บริษัท คอมพาวด์ อินเตอร์เทรด จำกัด, 3.บริษัท แคปปิตอลซ์ เทรดดิ้ง จำกัด, บริษัท ซิมเปิ้ล เบสท์ เทรดดิ้ง จำกัด, 4.น.ส.กรรณิกา เพชรสุวรรณ์, 5.นายลิตร พอใจ นาง Shaoyan Gong และ Guoxiong Zhou
ช่างร้ายเหลือกว่านั้นคือ สัญญาซื้อขายข้าวจีทูจีกับ บริษัท Haikou Liangyunlai Cereals and Oils Trading Co., Ltd ลงวันที่ 11 มกราคม 2556 ต่อมาในวันที่ 12 มกราคม 2556 บริษัท Haikouฯ ได้มีหนังสือมอบอำนาจ ให้บริษัท คอมพาวด์ อินเตอร์เทรด จำกัด ชำระเงินและรับมอบข้าวจากกระทรวงพาณิชย์ และกรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งดูเหมือนจะไม่มีอะไรในกอไผ่...
แต่เมื่อมีการตรวจทานข้อมูลออกไป กลับพบว่า ในวันที่ 12 มกราคม 2556 นั้น บริษัท คอมพาวด์ อินเตอร์เทรด จำกัด ยังไม่มีสถานะเป็นนิติบุคคล เพราะได้ไปจดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคล เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556 เรียกว่า “รัฐไทยร่วมทำนิติกรรมกับบริษัทลม”
ไม่เฉพาะกรณีนี้เท่านั้น สัญญาซื้อขายข้าวกับบริษัท Hainan Province Land Reclamation Industrial Development and Construction General Corporation เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2556 ก็พิลึกกึกกือ เพราะรัฐทำสัญญาขายข้าวให้จีน แต่จีนกลับมีการทำหนังสือมอบอำนาจให้บริษัทไทยรายหนึ่งคือ บริษัท แคปปิตอลซ์ เทรดดิ้ง จำกัด ชำระเงินและรับมอบข้าว เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 เป็นการมอบอำนาจให้บริษัทไทยไปเป็นลูกช่วงก่อนที่จะมีการลงนามในสัญญากัน... บริษัทไห่หนานฯ รู้ได้อย่างไรว่าจะได้งาน...
ยิ่งเมื่อป.ป.ช.ตรวจสอบเอกสารการชำระเงินให้กรมการค้าต่างประเทศพบว่า แคชเชียร์เช็คที่นำมาชำระค่าข้าวตามสัญญาซื้อขายข้าว มีแคชเชียร์เช็คอยู่จำนวน 46 ฉบับ รวมเป็นเงิน 1,878 ล้านบาท ซึ่งเป็นการชำระในชื่อของบริษัท Haikou Liangmao Cereals and Oils Trading Co., Ltd.บริษัท Hainan Province land Reclamation Industrial Development และบริษัท Hainan land Reclamation Commerce and Trade Group Co., Ltd.
กลับพบว่า แคชเชียร์เช็คชุดนี้ไม่ได้มีที่มาจากบริษัทฯ ที่เป็นผู้ซื้อข้าวตามสัญญาแต่อย่างใด แต่กลับเป็นเงินซึ่งมาจากในประเทศ ในจำนวนนี้มีแคชเชียร์เช็ค 40 ฉบับ เป็นเงิน 1,868 ล้านบาท จากทั้งหมด 46 ฉบับ มาจากเงินในบัญชีของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด, บริษัท สิราลัย จำกัด และนายสุธี เชื่อมไธสง
ล้วนแต่เป็นเครือข่ายของ บุญทรง-เสี่ยเปี๋ยง-หมอโด่ง นั่นเอง
….กรรมของบุญทรงจึงยังไม่จบ.....แผลและหนองของกรรมวิธีจีทูเจี๊ยะกับพวกพ้องเพิ่งจบตอนแรกเท่านั้นเอง....อย่าเพิ่งเบื่อกันนะครับพี่น้องไทย
คอลัมน์ : ทางออกนอกตำรา /หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ /






