
ที่นี่ไม่มีความลับ : “สมชาย” เหนือ “เจ๊หน่อย” ผู้นำเพื่อไทย
ที่นี่ไม่มีความลับ
โดย...เอาราวัณ
“สมชาย” เหนือ “เจ๊หน่อย” ผู้นำเพื่อไทย
อำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ เป็นหลักการแบ่งอำนาจที่ประคองระบอบประชาธิปไตยในทุกประเทศ สำหรับประเทศไทย อำนาจบริหารและนิติบัญญัติ ไม่เป็นที่เชื่อมั่นในการทำหน้าที่คานอำนาจซึ่งกันและกันมาหลายสิบปีด้วยระบบการเมืองที่อำนาจบริหาร (รัฐบาล) ครอบงำฝ่ายนิติบัญญัติมาโดยตลอดทุกยุค
ส่วนอำนาจตุลาการ หลังวิกฤติตุลาการ เมื่อปี 2535 ได้มีการปฏิรูปองค์กรจนเป็นที่เชื่อมั่นว่ามีอีกหนึ่งอำนาจที่เป็นที่พึ่งหวังของประชาชนได้ ศาลเปรียบเสมือนกรรมการในการตัดสินความถูกผิด หากเราไม่ไว้วางใจในการตัดสินของตุลาการแล้วประเทศก็ไม่มีหลักให้ยึดอีก เพราะเราพึ่งอำนาจบริหารและนิติบัญญัติที่เราไม่เชื่อมั่นไม่ได้ ประเทศจะกลายเป็น “รัฐที่ล้มเหลว” (failed state) ไปทันที
ดังนั้นเมื่อคณะตุลาการศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทาง การเมือง มีคำพิพากษา ด้วยมติ 8:1 ยกฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 อันประกอบด้วย สมชาย วงศ์สวัสดิ์-พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ-พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ และ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ในคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 เราก็ต้องยึดมั่นในคำพิพากษานั้นอย่างไม่มีเงื่อนไข
แน่นอนคนได้ประโยชน์จากคำวินิจฉัย อย่าง สมชาย วงศ์สวัสดิ์ และพรรคเพื่อไทย ออกมาชื่นชมศาล และให้เชื่อมั่นศาล ขณะที่คนเสียประโยชน์ อย่างพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะไม่ค่อยสบายใจกับผลที่ออกมา แต่เมื่อกรรมการตัดสินเป็นเด็ดขาดแล้วทุกฝ่ายควร “นิ่ง”
ยังมีอีก 3 คดีใหญ่ ที่กำลังจะมีการตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในเดือนนี้ คือ คดีจำนำข้าว-ขายข้าวแบบจีทูจี (2 คดีนี้นัดวันพิพากษา 25 ส.ค.) คดีสุดท้ายนัดพิพากษา 29 ส.ค.คือคดีสนามกอล์ฟอัลไพน์ ซึ่งมีการฉ้อฉลที่ดินวัด ดังนั้นทุกฝ่ายควร “นิ่ง” เพื่อให้ศาลได้ทำงานอย่างอิสระปราศจากแรงกดดันทั้งปวง
และหวังว่าหลังคำตัดสินอีก 3 คดีที่เหลือนี้ กองเชียร์ทุกฝ่ายต้อง “เคารพคำตัดสิน” ไม่ว่าจะออกมา บวกหรือลบกับพวกตนประเทศถึงจะเดินหน้ากันได้
ทันทีที่ตัดสินยกฟ้องคดีสลายพันธมิตรฯ บารมีของ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เจิดจ้ามาทันที กลายเป็นตัวเลือกคนสำคัญ ของ ทักษิณ ชินวัตร ในการนำทัพสู่การเลือกตั้งครั้งใหม่ เพราะสมชาย ไม่ใช่ใครที่ไหนคือสามีของ เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ คือน้องเขย ทักษิณ ชินวัตร
คือคนที่ถูกจิ้มให้เป็นนายกรัฐมนตรีนอกทำเนียบแทน สมัคร สุนทรเวช (แม้กลุ่มรักสมัครในพรรคพลังประชาชนจะลุ้นให้สมัครเป็นนายกรัฐมนตรีรอบ 2 แต่ไม่สามารถฝ่านิ้วทักษิณได้)
และเมื่อยิ่งลักษณ์ ถูกถอดถอนจากสภานิติบัญญัติฯ เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2558 ห้ามยุ่งเกี่ยวการเมือง 5 ปี รัศมีของ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก็เจิดจรัส จนกลบรัศมีของ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ไปจนสนิท
คอลัมน์ : ที่นี่ไม่มีความลับ /หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐ / ฉบับ 3285 ระหว่างวันที่ 6-9 ส.ค.2560






