
ที่นี่ไม่มีความลับ : 20 ปี "ต้มยำกุ้ง" อดีตสู่อนาคตเศรษฐกิจไทย
ที่นี่ไม่มีความลับ
โดย..เอราวัณ
20 ปี "ต้มยำกุ้ง" อดีตสู่อนาคตเศรษฐกิจไทย
2 กรกฏาคม จะครบรอบ 20 ปี วิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่สุดของประเทศไทยที่เรียกกันทั่วโลก ว่า "วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง" ปัญหาเศรษฐกิจฟองสบู่แตก ที่เกิดจากการเก็งกำไรในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จนนำไปสู่การกู้เงินจากสถาบันการเงินที่เกินจริงจนทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์พังพาบ 56 สถาบันการเงินต้องปิดตัว นายทุนต่างชาติเข้ามายึดกิจการธนาคาร และอื่นๆ
สัญลักษณ์แห่งการเปลี่ยนแปลงคือการลอยตัวค่าเงินบาท เมื่อ 2กรฏาคม 2540 บนการตัดสินใจของ 3 บุคคล สำคัญคือ" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ" ในฐานะนายกรัฐมนตรี ร่วมกับทนง พิทยะ "รมว.คลัง" และ"เริงชัย มะระกานนท์" ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยในขณะนั้น
ทนง พิทยะ
โดยมีผู้ที่เข้าร่วมรับรู้คือ"โภคิน พลกุล" รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีสมัยนั้น (เกี่ยวข้องอย่างไรให้ไปเปิดคำอภิปรายของลุงกำนัน-สุเทพ เทือกสุบรรณ ในเวลาต่อมาดูกันเอาเอง)
โภคิน พลกุล
มีนักธุรกิจล้มจริง-ล้มบนฟูกมากมาย รวมทั้งมีนักธุรกิจที่ฆ่าตัวตาย และคิดฆ่าตัวตายอยู่ไม่น้อยกับเหตุการณ์ครั้งนั้น แต่ก็มีผู้ได้ประโยชน์จากการ "รู้ล่วงหน้า" ว่าเงินบาทจะลดค่าลอยละลิ่วปลิวไปไกลกว่า 50 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯก็ทำกำไรได้มากมาย หนึ่งในนั้นมีชื่อ "ทักษิณ ชินวัตร"
ต้มยำกุ้งครั้งนั้นสังคมไทยยังรองรับวิกฤติการณ์ได้ เพราะเป็นหายนะของ "คนรวย" เท่านั้น เพราะเงินกู้จากต่างประเทศ 80% ขณะนั้นเป็นเงินกู้จากภาคเอกชนที่มาลงทุนอย่างไม่ระมัดระวัง สังคมภาคเกษตรกรรมไม่มีปัญหาเรื่องเงินกู้ จึงรองรับการล้มของเศรษฐีได้
แต่ 20 ปีผ่านไป ภาคเอกชน (คนรวยแข็งแกร่ง-มีบทเรียน) ส่วนใหญ่กลายเป็นหนี้ภาครัฐและหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นมาแทนที่
ทักษิณ ชินวัตร
"สถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ "รายงานว่าหนี้ครัวเรือนไทยสูงเป็นอันดับ 3 ของเอเชีย หรือต่อหัวต่อคนเฉลี่ยอยู่ที่ 147,068 บาท เพราะนโยบายประชานิยมที่เสพติดกันมาตั้งแต่รัฐบาลเลือกตั้งไม่เว้นรัฐบาลยึดอำนาจ รถคันแรก บ้านหลังแรก ส่งเสริมจนคนเอาเงินในอนาคตมาใช้
เล่ามาทั้งหมดเพื่อจะบอกว่าหากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหม่ มันจะไม่ใช่วิกฤติคนรวยอีกต่อไป จะกลายเป็นวิกฤติคนส่วนใหญ่
สัญญาณอสังหาฯล้นตลาด เงินตึงตัว คนมีเงินไม่กล้าใช้ ไม่กล้าลงทุน รอแต่ให้ภาครัฐลงทุน เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงยิ่ง 20 ปีผ่านไป เราจะไปรอดได้มากน้อยแค่ไหน วันนี้นอกจากจะเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของสังคมแล้ว คนที่ต้องรับภาระพิสูจน์ว่าแนวทางของตนถูกหรือไม่ คือ "ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" ที่มีอนาคตของเศรษฐกิจไทยเป็นเดิมพัน
ให้กำลังใจในการฝ่าฟันปัญหาเศรษฐกิจกับดร.สมคิด เสมอมา แต่ก็หวังว่าการติดตามและให้กำลังใจอยู่เงียบ ๆไม่สูญเปล่า ดร.สมคิด ต้องนำพาเศรษฐกิจไทยไปให้รอดพ้นวิบากกรรมก่อนหมดวาระหน้าที่ในสมัยนี้ ถ้าทำในช่วงที่อำนาจเบ็ดเสร็จแบบนี้ไม่ได้ อย่าคิดไปทำต่อในรัฐบาลเลือกตั้งเลย และคงไม่มีใครให้โอกาสท่านอีก....
คอลัมน์ :ที่นี่ไม่มีความลับ/ หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ / ฉบับ 3275 ระหว่างวันที่ 2-5 ก.ค.2560






