thansettakij
thansettakij
ทางออกนอกตำรา : เผือกร้อนคิงเพาเวอร์ ในอุ้งมือนายกฯลุงตู่

ทางออกนอกตำรา : เผือกร้อนคิงเพาเวอร์ ในอุ้งมือนายกฯลุงตู่

02 มิ.ย. 60 | 11:58 น.
อัปเดตล่าสุด :02 มิ.ย. 60 | 20:43 น.
ทางออกนอกตำรา

โดย : บากบั่น บุญเลิศ

 
เผือกร้อนคิงเพาเวอร์ ในอุ้งมือนายกฯลุงตู่

คมหอกปลายดาบในการจัดการธุรกิจดิวตี้ฟรีแสนล้าน ที่ผูกขาดโดยบริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี ของเจ้าสัววิชัย ศรีวัฒนประภา อภิมหาเศรษฐีเมืองไทย ถูกโยนไปใส่ในมือของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เเละหัวหน้าคสช. ไปเรียบร้อยโรงเรียนวิชัยคิงเพาเวอร์แล้ว

op885q4crnQ36CjIJo3-o แม้ว่านายกฯลุงตู่ จะตอบคำถามผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ (LINE) ของกลุ่มสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลที่ถามไปว่า ข้อเสนอของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ส่งผลการศึกษาและมีข้อเสนอแนะ รวมทั้งเสนอให้ปลดคณะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) และยกเลิกสัญญากับบริษัท คิงเพาเวอร์ ผู้ประกอบการสินค้าปลอดภาษี ในสนามบินสุวรรณภูมิ มีความคืบหน้าอย่างไร ได้สั่งการอะไรเพิ่มเติมและจะได้ข้อสรุปในเรื่องนี้เมื่อไหร่ โดยนายกรัฐมนตรี ตอบว่า “ปลดเรื่องอะไร การสอบสวนและกฎหมายว่าอย่างไร แจ้งความกันหรือยัง ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่รัฐบาลจะเอาเรื่องที่มีกระแสมาทำโดยไม่มีที่มา หลักฐานการทุจริต ผู้เสียหาย กระบวนการยุติธรรมว่าอย่างไร”

kpipk_pics_021

แต่มิได้หมายความว่า “มหากาพย์ดิวตี้ฟรีคิงเพาเวอร์” จะจบลงง่ายๆเช่นนี้....

ทำไมเป็นเช่นนั้น…..

หนึ่งเป็นเพราะปฏิบัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติที่ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ขอให้กรมศุลกากรตรวจสอบการดำเนินกิจการร้านค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) ในสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2560 กำลังเดินหน้าไปอย่างเป็นระบบ

สตง.ขอให้กรมศุลการตรวจสอบเรื่องที่คาใจสังคมใน 2-3 ประเด็นหลัก
เรื่องแรกคือ การที่บริษัท คิงเพาเวอร์ฯ ขายสินค้าแบบ พรี-ออร์เดอร์ หรือผู้ซื้อไม่ได้นำของออกนอกประเทศ แต่มารับสินค้าเมื่อเดินทางกลับไทย ถือว่าขัดกฎหมายศุลกากร


เรื่องที่ 2 บริษัท คิงเพาเวอร์ฯ กำหนดจุดส่งมอบสินค้าของร้านค้าปลอดอากรขาออกในสนามบินสุวรรณภูมิ โดยไม่มีกฎหมายรองรับ

ประเด็นที่ 3 บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ไม่ปฏิบัติตามสัญญาในเรื่องการติดตั้ง POS หรือระบบการเชื่อมโยงข้อมูลการซื้อขายสินค้าปลอดอากร

king_power_thailand_phuket

คำชี้แจงของกรมศุลกากรใน 2-3 ประเด็น จะกลายเป็นหลักฐานที่ทางราชการจะต้องนำไปจัดการปัญหาที่คาราคาซังให้เคลียร์ในเรื่องระบบการค้าขายของประเทศที่มี 2 มาตรฐานซ่อนเร้นอยู่ในพื้นที่อาณาจักรของหน่วยงานของรัฐ

คิงเพาเวอร์เปิดหน้าร้านขายของในเมืองชวนเชิญประชาชนให้มาซื้อของโดยไม่ต้องเสียภาษีสักบาทสักสตางค์ โดยอาศัยช่องโหว่ของการตีความตามดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ

ขณะที่ห้างสรรพสินค้าในเมืองไทยที่ขายอยู่ทั้งเมือง ผู้นำเข้าต้องเสียภาษีให้รัฐ ประชาชนที่ซื้อสินค้ากลับต้องเสียภาษีแวตให้รัฐ 7%

ปัญหานี้จะต้องเคลียร์กันใน 30 วัน หลังจากนี้ไป โดยขณะนี้ผมทราบว่า นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร ได้ตั้งกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้ เพื่อส่งหนังสือแจ้งมายังสตง.ภายใน 60 วัน โดยขณะนี้กรมศุลกากรได้ตั้งเรื่องตรวจสอบกันมาเป็นเวลาเกือบ 1 เดือนแล้ว

ลึกแต่ไม่ลับ มีข้อมูลออกมาจากฝ่ายกฎหมายที่ตงฉินของกรมศุลกากรให้คำชี้แจงออกไปว่า “ประเด็นการซื้อขายแบบพรี-ออร์เดอร์ ของคิงเพาเวอร์อาจเป็นการซื้อขายที่ยังไม่สมบูรณ์ ตามประกาศกรมศุลกากรที่ 20/2549 เรื่องระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับร้านค้าปลอดอากร ที่จะได้รับการยกเว้นภาษี ถึงแม้ว่าจะมีการชำระเงินและมีการรับสินค้าไปก็ตาม เพราะการที่คิงเพาเวอร์โหมโฆษณา “โปรโมชั่นซื้อสินค้าขาออก-มารับสินค้าตอนขาเข้า” ทั้งทางโทรทัศน์ นิตยสารและเว็บไซต์ ขัดกับประกาศกรมศุลกากรฉบับที่ 20/2549 เพราะเป็นการซื้อสินค้ามาบริโภคในประเทศ มิใช่ของที่จำเป็นในการดำรงชีพ มิใช่ของใช้ส่วนตัว และมิได้มีการตรวจสอบว่ามีราคาเกิน 2 หมื่นบาทหรือไม่แต่อย่างใด ใครใคร่หิ้วกลับ เชิญหิ้ว ดังนั้นจึงเข้าข่ายที่ต้องเสียภาษี

ขณะที่เรื่องการไม่ปฏิบัติตามสัญญาในเรื่องการติดตั้ง POS หรือระบบการเชื่อมโยงข้อมูลการซื้อขายสินค้าปลอดอากร นับตั้งแต่เริ่มประกอบกิจการก็จะกลายเป็นปมใหญ่ที่อาจทลายห้างของคิงเพาเวอร์และคณะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทยให้พังคลืนลงได้ง่าย

เงื่อนไขสัมปทานกำหนดให้ติดตั้งมาตั้งแต่ต้นในการดำเนินการร้านค้าปลอดอากร แต่ในความเป็นจริง การติดตั้งระบบ POS แบบ Online Real-time เพิ่งมีการใช้ที่สนามบินดอนเมืองในเดือนเมษายน 2559 มีการนำมาใช้ที่สนามบินสุวรรณภูมิในเดือนพฤษภาคม 2559 ส่วนที่สนามบินภูเก็ต สนามบินเชียงใหม่ และสนามบินหาดใหญ่ เริ่มนำใช้ในเดือนกันยายน 2559
แล้วที่ผ่านมาละใช้วิธีการอะไร....คำตอบถูกซุกไว้ในกอไผ่...ที่ไร้การตรวจสอบว่า หน่วยงานรัฐเปิดทางให้คิงเพาเวอร์ทำมือ...เขียน บันทึกการซื้อขายของนักท่องเที่ยวเป็นเอกสารที่บริษัททำขึ้น จากนั้นก็ส่งไปให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย เจ้าหน้าที่ คณะผู้บริหารก็ยอมรับประทับตราว่าถูกต้องตรงกับหลักฐานเอกสารที่เอกชนส่งไป

ช่องโหว่ตรงนี้เองที่กำลังกลายเป็นจุดซุ่มโจมตีว่า บริษัทท่าอากาศยานไทย เปิดทางให้มีการนำของในร้านค้าปลอดอากร ออกมาอย่างอิสระเสรีเหนืออื่นใด

สมมตินะว่า สมมติ เกิดมีมือดีประสานกับบริษัททัวร์ ไกด์นำเที่ยวให้ถ่ายซีร็อกซ์พาสปอร์ต และตั๋วโดยสารของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในราชอาณาจักร แล้วมาทำเอกสารซื้อของที่ร้านค้าปลอดอากร โดยที่เจ้าตัวไม่ได้หิ้วของเข้ามาจริง จะเกิดอะไรขึ้นมา"เหล้า ยาปลาปิ้ง"ย่อมเกลื่อนเมือง รายได้ของมือดีคนนี้ย่อมมีมหาศาล โดยที่รัฐมิสามารถตรวจสอบได้

เผือกร้อนจากกรณีการค้าซ่อนรูปของดิวตี้ฟรี ถูกโยนใส่มือนายกฯลุงตู่ไปเต็มๆ จะเดินหน้าปฏิรูปหรือไม่ นายกฯต้องตัดสินใจ...แต่ต้องมิใช่มาบอกประชาชนว่า ไหนละหลักฐานการทุจริต......

ลำพังคนทำธุรกิจดิวตี้ฟรี รายได้เป็นหมื่นล้านแสนล้าน จนกลายเป็นอภิมหาเศรษฐีของไทยในเวลา 9-10 ปีที่ทำธุรกิจมา แต่หน่วยงานรัฐได้ส่วนแบ่งมาน้อยนิดนี่? คนก็คาใจแล้ว...ครับท่านนายกฯ

คอลัมน์ : ทางออกนอกตำรา / หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ /ฉบับ 3267 ระหว่างวันที่ 4-7 มิ.ย.2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline