
ฐานโซไซตี : นายกฯแทงกั๊กปม“คิงเพาเวอร์”
ฐานโซไซตี
โดย… ว.เชิงดอย
นายกฯแทงกั๊กปม“คิงเพาเวอร์”
กรณีที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ( สปท.) ส่งผลการศึกษาและมีข้อเสนอแนะให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ปลดคณะกรรมการ บมจ.ท่าอากาศยานไทย ( ทอท.) และยกเลิกสัญญากับบริษัท คิงเพาเวอร์ ผู้ประกอบการร้านค้าปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี) ในสนามบินสุวรรณภูมิ ล่าสุดมีคำตอบจาก พล.อ.ประยุทธ์ว่า “ปลดเรื่องอะไร การสอบสวนและกฎหมายว่าอย่างไร แจ้งความกันหรือยัง ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่รัฐบาลจะเอาเรื่องที่มีกระแสมาทำโดยไม่มีที่มา หลักฐานการทุจริต ผู้เสียหาย กระบวนการยุติธรรมว่าอย่างไร”
เมื่อ “นายกฯ” ซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุดของประเทศ (ให้ความสำคัญมากกับเรื่องการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันและธรรมาภิบาล?) ถามมาเช่นนั้น ก็ขอตอบคร่าว ๆ ว่า ที่ สปท.(นายกฯตั้งขึ้นมาเองกับมือ) มีข้อเสนอแนะและเรียกร้องดังกล่าว ก็เพราะผลการศึกษาพบว่า มีการทำผิดสัญญาตั้งแต่ต้น ระหว่างเจ้าหน้าที่ของ ทอท. และ กลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ ซึ่งเป็นผู้ได้สัมปทานเช่าพื้นที่บริการสินค้าปลอดอากร ในสนามบินสุวรรณภูมิ โดยพบการกระทำที่ขัดต่อพ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ปี 2535 กรณีกิจการมีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท แต่มีการจัดทำรายงานและผลการศึกษามูลค่าโครงการให้ต่ำกว่าความเป็นจริงไม่ถึง 1,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการไม่ปฏิบัติ ตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว และมีการขยายอายุสัญญา 2 ครั้ง รวม 4 ปี ซึ่งจะสิ้นสุดอายุสัญญาในปี 2563 พบว่าก่อให้เกิดความเสียหายกับรัฐ (ทอท.) หลายหมื่นล้านบาท
ประการต่อมามีการตรวจสอบพบว่า ผู้ได้รับสัมปทานหลีกเลี่ยงไม่จ่ายผลประโยชน์ให้ ทอท. เนื่องจากในสัญญาระบุว่า คิงเพาเวอร์ต้องจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ทอท.ในอัตรา 15% ของยอดขายสินค้าในดิวตี้ฟรี ตลอดระยะเวลาของสัญญา 10 ปี แต่พบว่าในช่วง 5 ปีแรก คิงเพาเวอร์จ่ายค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้ทอท.เพียง 0.45% และในช่วง 5 ปีหลัง จ่ายเพียง 3% ของยอดขายเท่านั้น (สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.ได้ส่งเอกสารให้นายกฯ แล้ว)
ขณะเดียวกันยังพบว่ามีการใช้พื้นที่เกินกว่ากำหนดในสัญญาสัมปทาน ที่ให้ใช้พื้นที่ประกอบกิจการได้ 5,000 ตารางเมตร แต่มีการใช้พื้นที่เกินกว่าเท่าตัว
นอกจากนั้นยังพบพฤติกรรมการซื้อขาออก รับของขาเข้า โดยผู้ซื้อไม่ได้นำของออกไปนอกราชอาณาจักร แต่กลับเปิดทางให้มารับสินค้าในวันเดินทางถึงประเทศไทย รวมทั้งพฤติกรรมการลักลอบจำหน่ายสินค้าปลอดอากร จากที่อนุญาตให้บริษัทในกลุ่มคิงเพาเวอร์ ดำเนินธุรกิจร้านค้าปลอดอากรในเมือง โดยพบการจัดส่งสินค้าให้ผู้ซื้อถึงสถานที่กำหนดในประเทศ และกรณีนี้มีข้อเท็จจริงปรากฎตามสำนวนและคำพิพากษาคดีอาญาของศาลฎีกา (กลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์ ฟ้อง เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตกรรมการ ทอท. ในคดีหมิ่นประมาท ซึ่งศาลฎีกายกฟ้อง)
ส่วนที่นายกฯถามว่า “ผู้เสียหาย” ว่าอย่างไร ขอตอบว่า ผู้เสียหายในที่นี้คือ “ทอท.” ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ และรัฐถือหุ้น 70%(เงินภาษีประชาชน) แต่กลับมีทีท่าเกรงกลัวบริษัทเอกชนเสียอย่างนั้น ไม่ทำหน้าที่ตัวเองอย่างแข็งขันในการปกป้องผลประโยชน์ชาติ?
เรื่องทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริงที่มีที่มาที่ไป สามารถตรวจสอบและพิสูจน์ได้ ไม่ใช่ “กระแส” วูบวาบแล้วหายไป เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องท้าทาย “นายกฯ” อย่างมาก ว่าแต่ว่ากล้าพอที่จะตัดสินใจอะไรซึ่งอาจจะไปขัดผลประโยชน์ของใครบางคน และ “ขัดใจใครบางคน” ใน ”รัฐบาล คสช.”หรือไม่เท่านั้น
ปิดท้ายที่ บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) จัดงาน His & Her Fair @คริสตัล ราชพฤกษ์ นำสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำมาจำหน่ายมากมาย พร้อมมอบเอกสิทธิพิเศษเฉพาะผู้ถือบัตรสมาชิก His & Her Plus Point งานจัดไปถึง 11 มิถุนายนนี้ เวลา 10.00-22.00 น. ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเดอะ คริสตัล ปาร์ค ราชพฤกษ์ สอบถามรายละเอียดที่ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ 0-2296-9900 หรือคลิก www.hisherpoint.com
คอลัมน์ : ฐานโซไซตี /หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ/ ฉบับ 3267 ระหว่างวันที่ 4-7 มิ.ย.2560
โดย… ว.เชิงดอย
นายกฯแทงกั๊กปม“คิงเพาเวอร์”
กรณีที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ( สปท.) ส่งผลการศึกษาและมีข้อเสนอแนะให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ปลดคณะกรรมการ บมจ.ท่าอากาศยานไทย ( ทอท.) และยกเลิกสัญญากับบริษัท คิงเพาเวอร์ ผู้ประกอบการร้านค้าปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี) ในสนามบินสุวรรณภูมิ ล่าสุดมีคำตอบจาก พล.อ.ประยุทธ์ว่า “ปลดเรื่องอะไร การสอบสวนและกฎหมายว่าอย่างไร แจ้งความกันหรือยัง ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่รัฐบาลจะเอาเรื่องที่มีกระแสมาทำโดยไม่มีที่มา หลักฐานการทุจริต ผู้เสียหาย กระบวนการยุติธรรมว่าอย่างไร”
เมื่อ “นายกฯ” ซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุดของประเทศ (ให้ความสำคัญมากกับเรื่องการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันและธรรมาภิบาล?) ถามมาเช่นนั้น ก็ขอตอบคร่าว ๆ ว่า ที่ สปท.(นายกฯตั้งขึ้นมาเองกับมือ) มีข้อเสนอแนะและเรียกร้องดังกล่าว ก็เพราะผลการศึกษาพบว่า มีการทำผิดสัญญาตั้งแต่ต้น ระหว่างเจ้าหน้าที่ของ ทอท. และ กลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ ซึ่งเป็นผู้ได้สัมปทานเช่าพื้นที่บริการสินค้าปลอดอากร ในสนามบินสุวรรณภูมิ โดยพบการกระทำที่ขัดต่อพ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ปี 2535 กรณีกิจการมีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท แต่มีการจัดทำรายงานและผลการศึกษามูลค่าโครงการให้ต่ำกว่าความเป็นจริงไม่ถึง 1,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการไม่ปฏิบัติ ตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว และมีการขยายอายุสัญญา 2 ครั้ง รวม 4 ปี ซึ่งจะสิ้นสุดอายุสัญญาในปี 2563 พบว่าก่อให้เกิดความเสียหายกับรัฐ (ทอท.) หลายหมื่นล้านบาท
ประการต่อมามีการตรวจสอบพบว่า ผู้ได้รับสัมปทานหลีกเลี่ยงไม่จ่ายผลประโยชน์ให้ ทอท. เนื่องจากในสัญญาระบุว่า คิงเพาเวอร์ต้องจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ทอท.ในอัตรา 15% ของยอดขายสินค้าในดิวตี้ฟรี ตลอดระยะเวลาของสัญญา 10 ปี แต่พบว่าในช่วง 5 ปีแรก คิงเพาเวอร์จ่ายค่าผลประโยชน์ตอบแทนให้ทอท.เพียง 0.45% และในช่วง 5 ปีหลัง จ่ายเพียง 3% ของยอดขายเท่านั้น (สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.ได้ส่งเอกสารให้นายกฯ แล้ว)
ขณะเดียวกันยังพบว่ามีการใช้พื้นที่เกินกว่ากำหนดในสัญญาสัมปทาน ที่ให้ใช้พื้นที่ประกอบกิจการได้ 5,000 ตารางเมตร แต่มีการใช้พื้นที่เกินกว่าเท่าตัว
นอกจากนั้นยังพบพฤติกรรมการซื้อขาออก รับของขาเข้า โดยผู้ซื้อไม่ได้นำของออกไปนอกราชอาณาจักร แต่กลับเปิดทางให้มารับสินค้าในวันเดินทางถึงประเทศไทย รวมทั้งพฤติกรรมการลักลอบจำหน่ายสินค้าปลอดอากร จากที่อนุญาตให้บริษัทในกลุ่มคิงเพาเวอร์ ดำเนินธุรกิจร้านค้าปลอดอากรในเมือง โดยพบการจัดส่งสินค้าให้ผู้ซื้อถึงสถานที่กำหนดในประเทศ และกรณีนี้มีข้อเท็จจริงปรากฎตามสำนวนและคำพิพากษาคดีอาญาของศาลฎีกา (กลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์ ฟ้อง เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตกรรมการ ทอท. ในคดีหมิ่นประมาท ซึ่งศาลฎีกายกฟ้อง)
ส่วนที่นายกฯถามว่า “ผู้เสียหาย” ว่าอย่างไร ขอตอบว่า ผู้เสียหายในที่นี้คือ “ทอท.” ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ และรัฐถือหุ้น 70%(เงินภาษีประชาชน) แต่กลับมีทีท่าเกรงกลัวบริษัทเอกชนเสียอย่างนั้น ไม่ทำหน้าที่ตัวเองอย่างแข็งขันในการปกป้องผลประโยชน์ชาติ?
เรื่องทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริงที่มีที่มาที่ไป สามารถตรวจสอบและพิสูจน์ได้ ไม่ใช่ “กระแส” วูบวาบแล้วหายไป เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องท้าทาย “นายกฯ” อย่างมาก ว่าแต่ว่ากล้าพอที่จะตัดสินใจอะไรซึ่งอาจจะไปขัดผลประโยชน์ของใครบางคน และ “ขัดใจใครบางคน” ใน ”รัฐบาล คสช.”หรือไม่เท่านั้น
ปิดท้ายที่ บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) จัดงาน His & Her Fair @คริสตัล ราชพฤกษ์ นำสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำมาจำหน่ายมากมาย พร้อมมอบเอกสิทธิพิเศษเฉพาะผู้ถือบัตรสมาชิก His & Her Plus Point งานจัดไปถึง 11 มิถุนายนนี้ เวลา 10.00-22.00 น. ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเดอะ คริสตัล ปาร์ค ราชพฤกษ์ สอบถามรายละเอียดที่ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ 0-2296-9900 หรือคลิก www.hisherpoint.com
คอลัมน์ : ฐานโซไซตี /หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ/ ฉบับ 3267 ระหว่างวันที่ 4-7 มิ.ย.2560






