
พอเพียงอย่างพอใจ : EARTH ...จากวิกฤติเป็นโอกาส!?
หน้า 18 พอเพียงอย่างพอใจ..
โดย : ฉาย บุนนาค
EARTH ...จากวิกฤติเป็นโอกาส!?
จบสิ้นความชีช้ำกะหล่ำปลี ของผู้ถือหุ้นใหญ่ Earth หลังถูกบังคับขายหุ้น (Force sell) กว่า 400 ล้านหุ้น หรือเกือบ 12% สร้างความเสียหายกว่า 800 ล้านบาทให้กับเจ้าของหุ้น ไม่นับรวมถึงมูลค่า Market Cap. ที่หายไปกว่า 7,500 ล้านบาท
อดีตผ่านไปแล้วแก้ไขไม่ได้... ชีวิตเดินต่อพร้อมปริญญาราคาแพง...
ขอชื่นชมผู้ถือหุ้นและผู้บริหารที่ออกมายอมรับและแถลงข่าวให้ความชัดเจนกับสังคม... ถือว่าสง่างาม
ต่อไปคือการแก้เกมของผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้บริหาร...
ก่อนอื่นผมขอเรียนว่าผมไม่เคยรู้จักผู้ถือหุ้นใหญ่ Earth แต่สิ่งที่ผมจะแนะนำคือวิธีการแก้เกมเพื่อเยียวยาทุกฝ่ายแบบถูกกฏหมายตามประกาศทำ Treasury Stock
วันนี้หุ้นตกมาแล้ว ... หมดสิ้นการ Force sell แล้ว... ผมเห็นควรว่าบริษัทควรทำ Treasury Stock หรือ ซื้อหุ้นคืน เพราะกระแสเงินสดของบริษัทมีมาก โดยตามงบไตรมาสแรก มีเงินสดหมุนเวียนอยู่กว่า 1,000 ล้านบาท การซื้อหุ้นคืนในราคาต่ำกว่า Book Value (3 บาทต่อหุ้น), PE เพียง 11 เท่า พร้อมอัตราเงินปันผลอีกกว่า 6% ถือเป็นการคืนประโยชน์และเยียวยาให้ผู้ถือหุ้นโดยรวม
ขายทรัพย์สินอื่นส่วนตัวเพื่อนำมาซื้อหุ้น Earth คืน
ผมเข้าใจว่ากลุ่มผู้ถือใหญ่ที่ถูก Force sell อยู่ระหว่างการขายที่ดินเพื่อนำเงินมาคืนหนี้คงค้าง ของ บล.ซีมิโก้ และบล. อื่นๆ อย่างไรก็ตามคงมีเงินเหลือพอที่จะซื้อหุ้นตนเองคืนบ้าง ... ซึ่งการซื้อหุ้นคืนของเจ้าของนี้ถือเป็นการ Short Sell (แบบไม่ตั้งใจ)
ทั้ง 2 วิธี ผู้ถือหุ้นใหญ่อาจจะมีกำไรบ้าง จากการ Short Sell หากแต่สิ่งที่เสียไปแน่นอนคือความน่าเชื่อถือ (Creditability) ขององค์กรซึ่งแก้ไม่ได้ในระยะเวลาอันสั้น... เพราะเหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความประมาทและสะเพร่าของผู้ถือใหญ่
หวังว่าผู้บริหาร หรือ ผู้ถือหุ้นใหญ่ จะไม่คิดเกมการเงินแผลงๆ มาบั่นทอนบริษัท เช่น การประกาศเพิ่มทุน Private Placement (แบบเฉพาะเจาะจง) ราคาตลาด มาเพื่อคืนสัดส่วนหุ้นให้ตนเองผ่าน nominee หรือ การประกาศเพิ่มทุนแบบ RO (Right Offering) เพื่อกดดันหุ้นลงมาซื้อเองใหม่
ความเป็นมนุษย์
อย่างไรก็ตาม มนุษย์ก็คือมนุษย์ ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ แต่ก็อย่าซ้ำรอยเดิมอีก... สังคมควรให้อภัยและให้โอกาส "Earth" ด้วยความเมตตา...
โดยสรุป... ขอให้นักลงทุนทุกท่านจดจำอุทาหรณ์เรื่องนี้ไว้เป็นบทเรียน มีสติและใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทและอย่าให้ความโลภครอบงำ ดั่งที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ว่า
"ลุทฺโธ อตฺถํ น ชานาติ ลุทฺโธ ธมฺมํ น ปสฺสต
อนฺธตมํ ตทา โหติ ยํ โลโภ สหเต นรํ"
"คนโลภไม่รับรู้ถึงเหตุ คนโลภไม่มองถึงผล
ความโลภเข้าครอบงำนรชนเมื่อใด เมื่อนั้นก็จะมีแต่ความมืดบอด"
คอลัมน์ : พอเพียงอย่างพอใจ/ หน้า 18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ /ฉบับ 3264 ระหว่างวันที่ 25-27 พ.ค.2560
โดย : ฉาย บุนนาค
EARTH ...จากวิกฤติเป็นโอกาส!?
จบสิ้นความชีช้ำกะหล่ำปลี ของผู้ถือหุ้นใหญ่ Earth หลังถูกบังคับขายหุ้น (Force sell) กว่า 400 ล้านหุ้น หรือเกือบ 12% สร้างความเสียหายกว่า 800 ล้านบาทให้กับเจ้าของหุ้น ไม่นับรวมถึงมูลค่า Market Cap. ที่หายไปกว่า 7,500 ล้านบาท
อดีตผ่านไปแล้วแก้ไขไม่ได้... ชีวิตเดินต่อพร้อมปริญญาราคาแพง...
ขอชื่นชมผู้ถือหุ้นและผู้บริหารที่ออกมายอมรับและแถลงข่าวให้ความชัดเจนกับสังคม... ถือว่าสง่างาม
ต่อไปคือการแก้เกมของผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้บริหาร...
ก่อนอื่นผมขอเรียนว่าผมไม่เคยรู้จักผู้ถือหุ้นใหญ่ Earth แต่สิ่งที่ผมจะแนะนำคือวิธีการแก้เกมเพื่อเยียวยาทุกฝ่ายแบบถูกกฏหมายตามประกาศทำ Treasury Stock
วันนี้หุ้นตกมาแล้ว ... หมดสิ้นการ Force sell แล้ว... ผมเห็นควรว่าบริษัทควรทำ Treasury Stock หรือ ซื้อหุ้นคืน เพราะกระแสเงินสดของบริษัทมีมาก โดยตามงบไตรมาสแรก มีเงินสดหมุนเวียนอยู่กว่า 1,000 ล้านบาท การซื้อหุ้นคืนในราคาต่ำกว่า Book Value (3 บาทต่อหุ้น), PE เพียง 11 เท่า พร้อมอัตราเงินปันผลอีกกว่า 6% ถือเป็นการคืนประโยชน์และเยียวยาให้ผู้ถือหุ้นโดยรวม
ขายทรัพย์สินอื่นส่วนตัวเพื่อนำมาซื้อหุ้น Earth คืน
ผมเข้าใจว่ากลุ่มผู้ถือใหญ่ที่ถูก Force sell อยู่ระหว่างการขายที่ดินเพื่อนำเงินมาคืนหนี้คงค้าง ของ บล.ซีมิโก้ และบล. อื่นๆ อย่างไรก็ตามคงมีเงินเหลือพอที่จะซื้อหุ้นตนเองคืนบ้าง ... ซึ่งการซื้อหุ้นคืนของเจ้าของนี้ถือเป็นการ Short Sell (แบบไม่ตั้งใจ)
ทั้ง 2 วิธี ผู้ถือหุ้นใหญ่อาจจะมีกำไรบ้าง จากการ Short Sell หากแต่สิ่งที่เสียไปแน่นอนคือความน่าเชื่อถือ (Creditability) ขององค์กรซึ่งแก้ไม่ได้ในระยะเวลาอันสั้น... เพราะเหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความประมาทและสะเพร่าของผู้ถือใหญ่
หวังว่าผู้บริหาร หรือ ผู้ถือหุ้นใหญ่ จะไม่คิดเกมการเงินแผลงๆ มาบั่นทอนบริษัท เช่น การประกาศเพิ่มทุน Private Placement (แบบเฉพาะเจาะจง) ราคาตลาด มาเพื่อคืนสัดส่วนหุ้นให้ตนเองผ่าน nominee หรือ การประกาศเพิ่มทุนแบบ RO (Right Offering) เพื่อกดดันหุ้นลงมาซื้อเองใหม่
ความเป็นมนุษย์
อย่างไรก็ตาม มนุษย์ก็คือมนุษย์ ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ แต่ก็อย่าซ้ำรอยเดิมอีก... สังคมควรให้อภัยและให้โอกาส "Earth" ด้วยความเมตตา...
โดยสรุป... ขอให้นักลงทุนทุกท่านจดจำอุทาหรณ์เรื่องนี้ไว้เป็นบทเรียน มีสติและใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทและอย่าให้ความโลภครอบงำ ดั่งที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ ว่า
"ลุทฺโธ อตฺถํ น ชานาติ ลุทฺโธ ธมฺมํ น ปสฺสต
อนฺธตมํ ตทา โหติ ยํ โลโภ สหเต นรํ"
"คนโลภไม่รับรู้ถึงเหตุ คนโลภไม่มองถึงผล
ความโลภเข้าครอบงำนรชนเมื่อใด เมื่อนั้นก็จะมีแต่ความมืดบอด"
คอลัมน์ : พอเพียงอย่างพอใจ/ หน้า 18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ /ฉบับ 3264 ระหว่างวันที่ 25-27 พ.ค.2560






