
ทางออกนอกตำรา : ระเบิดเวลา “สหกรณ์จุฬาฯ”
ทางออกนอกตำรา
โดย : บากบั่น บุญเลิศ
ระเบิดเวลา “สหกรณ์จุฬาฯ”
กลายเป็นคดีที่สร้างความตื่นตะลึงพรึงเพริศให้กับวงการสหกรณ์ในประเทศไทย 1,071 แห่ง ที่มีขนาดสินทรัพย์อยู่กว่า 2.4 ล้านล้านบาท
เมื่อปูชนียบุคคลในวงการสหกรณ์ “รศ.ดร.สวัสดิ์ แสงบางปลา” อดีตประธานสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยถูกสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อดำเนินคดีกับ รศ.ดร.สวัสดิ์ ที่ชักชวนให้นำเงินไปร่วมลงทุนในสหกรณ์ลอตเตอรี่ที่ตั้งขึ้นมา โดยมีผู้เสียหายหลงเชื่อ 160 คน นำเงินมาลงทุนตั้งแต่ 1-100 ล้านบาท รวมความเสียหายเบื้องต้น 541 ล้านบาท
แต่ข้อมูลวงในระบุว่ามูลค่าความเสียหายตกประมาณ 800-1,000 ล้านบาท โดยกลุ่มผู้เสียหาย ส่วนใหญ่เป็นอาจารย์ แพทย์ อดีตแพทย์ บุคลากรทางการศึกษา ที่ร่วมลงหุ้นซื้อโควต้าลอตเตอรี่ แลกกับผลตอบแทนในรูปแบบ เงินปันผลที่จะได้รับหากลงทุนตก 12% ต่อปี
ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานก่อนไปขออำนาจศาลอาญา เพื่อขอออกหมายจับ รศ.ดร.สวัสดิ์ ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน
ผ่านไปร่วม 1 เดือน ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 8 พ.ค.2560 รศ.ดร.สวัสดิ์ ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ที่กองปราบปราม โดยวันที่ 9 พ.ค.นี้ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มาสอบสวนด้วยตัวเอง
ผมขอบอกว่า “ปราสาททราย” ในการตุ๋นเงินบรรดาผู้รู้ในรั้วจุฬาฯรอบนี้ ไม่จำกัดอยู่เพียงปรมาจารย์ด้านสหกรณ์ ที่ชื่อ รศ.ดร.สวัสดิ์ แสงบางปลา เท่านั้น หากแต่จะขยายวงออกไปถึงคนในสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯอย่างแน่นอน
และถึงแม้อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ จะออกมาระบุว่า สถานการณ์ในสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ ในขณะนี้ ยังดำเนินงานได้ตามปกติ ไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ กับการดำเนินงานของสหกรณ์ สมาชิกจึงยังดำเนินธุรกรรมทางการเงินกับสหกรณ์เหมือนเดิม ยังไม่มีสมาชิกมาแห่ถอนเงินหรือเกิดความตื่นตระหนกหวั่นไหวกับข่าวที่เกิดขึ้น
แต่เชื่อผมเต๊อะว่า ปั่นป่วนอยู่ข้างในเป็นไฟสุมขอน ที่คุกรุ่น...พร้อมปะทุ...
เท่าที่ผมมีโอกาสตรวจสอบข้อมูล และสอบถามผู้เสียหายหลายท่าน พบว่าพฤติกรรมในการชักชวนบรรดาคณาจารย์ บุคลากรทางการศึกษามาร่วมหัวจมท้ายในการลงทุนแชร์ลอตเตอรี่ของ รศ.ดร.สวัสดิ์ เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปลายปี 2553 โดยมีการชักชวนเฉพาะกลุ่มสมาชิกที่มีเงินฝากในบัญชีสหกรณ์จุฬาฯ ประเภทขาใหญ่ ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป จำนวนหลายรายมาร่วมลงทุน ต่อมาได้ขยายวงออกไปเป็นกลุ่มอดีตอาจารย์ หรือสมาชิกที่เกษียณจากจุฬาฯ มาร่วมลงทุน
วิธีการง่ายๆ สำหรับหาสมาชิกมาลงทุนคือ การเปิดทางให้นำทุนเรือนหุ้นที่สมาชิกลงทุนในสหกรณ์จุฬาฯ มาค้ำประกันเงินกู้สหกรณ์จุฬาฯ ที่คิดดอกเบี้ยแค่ปีละ 2.8-3% จากนั้นก็นำเงินกู้ที่ถูกปล่อยออกมาจากสหกรณ์จุฬาฯ มาลงทุนแชร์ล็อตเตอรี่ กับดร.สวัสดิ์ ที่อ้างว่าจะจ่ายผลตอบแทนให้ 12% ต่อปี
ปกติแล้ว ขั้นตอนการนำหุ้นของสหกรณ์จุฬาฯมากู้เงินนั้นมีการทำกันปกติ แต่จะต้องมีการขอเอกสารหลักฐานต่าง ๆ จำนวนไม่น้อยมาเป็นหลักประกันในการกู้ แต่การกู้หุ้นจากการชักชวนของดร.สวัสดิ์ ทำได้อย่างรวดเร็ว
ผู้เสียหายบางคนบอกกับผมว่า แทบไม่ต้องนำเอกสารหลักฐานมาใช้แต่อย่างใด เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ที่มีสายสัมพันธ์ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ที่อยู่ภายใต้การชักใยของ รศ.ดร.สวัสดิ์ ช่วยดำเนินการให้ ก่อนจะส่งผ่านไปให้เหรัญญิกสหกรณ์ และคณะกรรมการสหกรณ์จุฬาฯ ซึ่ง รศ.ดร.สวัสดิ์ กำกับดูแลมาอย่างยาวนานอนุมัติ
ตรงนี้แหละถึงบอกว่า เจ้าหน้าที่สหกรณ์หลายรายที่มีส่วนร่วมในการอนุมัติ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องพัวพันกับเครือข่ายการตุ๋นครั้งนี้ และอาจเป็นกลุ่มเดียวกันกับการนำเงินสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯไปร่วมสังฆกรรมกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 1,316 ล้านบาท และไม่ได้รับชำระคืนในปัจจุบัน หรือนำไปลงทุนในสหกรณ์เคหสถานนพเก้ารวมใจ จำกัด 969.16 ล้านบาท ซึ่งคดีอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาล
ไม่แน่... หากมีการตรวจสอบในทางบัญชี อาจจะพบความสัมพันธ์ในการดึงเงินสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ จำนวนหลายร้อยล้านบาท ออกมาเล่นแร่แปรธาตุในการจ่ายผลตอบแทนให้กับแชร์ลอตเตอรี่ ที่ รศ.ดร.สวัสดิ์เพิ่งมาสารภาพกับตำรวจ เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2560 ว่า เรื่องสหกรณ์ลอตเตอรี่ที่กล่าวอ้างขึ้นมานั้น ไม่เคยมีอยู่จริง เป็นการสร้างเรื่องขึ้นมาโดยเฉพาะ
ถึงเวลาที่ต้องชำระสะสางระบบสหกรณ์กันหรือยังพี่น้อง
ผมมีข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ถูกหมกไว้ใต้พรมมาร่วมกันพิจารณา ประเทศไทยมีจำนวนสหกรณ์ที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 ทั้งหมด 8,270 แห่ง มีสมาชิก 11.2 ล้านคน มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจปีละ 2.25 ล้านล้านบาท
ในจำนวนนี้มีสหกรณ์ที่มีปัญหาการทุจริตและมีความบกพร่องกว่า 1,000 แห่ง มูลค่าความเสียหายรวม 2.95 หมื่นล้านบาท มีสหกรณ์ที่มีปัญหาทุจริต 277 แห่ง มูลค่าเสียหาย 1.87 หมื่นล้านบาท เป็นสหกรณ์ที่บกพร่องทางการเงิน 728 แห่ง มูลค่าเสียหาย 2,100 ล้านบาท
ไม่ดับไฟแต่ต้นเพลิง....ระวังลามไปทั่วนะครับ
คอลัมน์ : ทางออกนอกตำรา /หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ / ฉบับ 3260 ระหว่างวันที่11-13 พ.ค.2650
โดย : บากบั่น บุญเลิศ
ระเบิดเวลา “สหกรณ์จุฬาฯ”
กลายเป็นคดีที่สร้างความตื่นตะลึงพรึงเพริศให้กับวงการสหกรณ์ในประเทศไทย 1,071 แห่ง ที่มีขนาดสินทรัพย์อยู่กว่า 2.4 ล้านล้านบาท
เมื่อปูชนียบุคคลในวงการสหกรณ์ “รศ.ดร.สวัสดิ์ แสงบางปลา” อดีตประธานสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยถูกสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อดำเนินคดีกับ รศ.ดร.สวัสดิ์ ที่ชักชวนให้นำเงินไปร่วมลงทุนในสหกรณ์ลอตเตอรี่ที่ตั้งขึ้นมา โดยมีผู้เสียหายหลงเชื่อ 160 คน นำเงินมาลงทุนตั้งแต่ 1-100 ล้านบาท รวมความเสียหายเบื้องต้น 541 ล้านบาท
แต่ข้อมูลวงในระบุว่ามูลค่าความเสียหายตกประมาณ 800-1,000 ล้านบาท โดยกลุ่มผู้เสียหาย ส่วนใหญ่เป็นอาจารย์ แพทย์ อดีตแพทย์ บุคลากรทางการศึกษา ที่ร่วมลงหุ้นซื้อโควต้าลอตเตอรี่ แลกกับผลตอบแทนในรูปแบบ เงินปันผลที่จะได้รับหากลงทุนตก 12% ต่อปี
ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานก่อนไปขออำนาจศาลอาญา เพื่อขอออกหมายจับ รศ.ดร.สวัสดิ์ ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน
ผ่านไปร่วม 1 เดือน ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 8 พ.ค.2560 รศ.ดร.สวัสดิ์ ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ที่กองปราบปราม โดยวันที่ 9 พ.ค.นี้ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มาสอบสวนด้วยตัวเอง
ผมขอบอกว่า “ปราสาททราย” ในการตุ๋นเงินบรรดาผู้รู้ในรั้วจุฬาฯรอบนี้ ไม่จำกัดอยู่เพียงปรมาจารย์ด้านสหกรณ์ ที่ชื่อ รศ.ดร.สวัสดิ์ แสงบางปลา เท่านั้น หากแต่จะขยายวงออกไปถึงคนในสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯอย่างแน่นอน
และถึงแม้อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ จะออกมาระบุว่า สถานการณ์ในสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ ในขณะนี้ ยังดำเนินงานได้ตามปกติ ไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ กับการดำเนินงานของสหกรณ์ สมาชิกจึงยังดำเนินธุรกรรมทางการเงินกับสหกรณ์เหมือนเดิม ยังไม่มีสมาชิกมาแห่ถอนเงินหรือเกิดความตื่นตระหนกหวั่นไหวกับข่าวที่เกิดขึ้น
แต่เชื่อผมเต๊อะว่า ปั่นป่วนอยู่ข้างในเป็นไฟสุมขอน ที่คุกรุ่น...พร้อมปะทุ...
เท่าที่ผมมีโอกาสตรวจสอบข้อมูล และสอบถามผู้เสียหายหลายท่าน พบว่าพฤติกรรมในการชักชวนบรรดาคณาจารย์ บุคลากรทางการศึกษามาร่วมหัวจมท้ายในการลงทุนแชร์ลอตเตอรี่ของ รศ.ดร.สวัสดิ์ เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปลายปี 2553 โดยมีการชักชวนเฉพาะกลุ่มสมาชิกที่มีเงินฝากในบัญชีสหกรณ์จุฬาฯ ประเภทขาใหญ่ ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป จำนวนหลายรายมาร่วมลงทุน ต่อมาได้ขยายวงออกไปเป็นกลุ่มอดีตอาจารย์ หรือสมาชิกที่เกษียณจากจุฬาฯ มาร่วมลงทุน
วิธีการง่ายๆ สำหรับหาสมาชิกมาลงทุนคือ การเปิดทางให้นำทุนเรือนหุ้นที่สมาชิกลงทุนในสหกรณ์จุฬาฯ มาค้ำประกันเงินกู้สหกรณ์จุฬาฯ ที่คิดดอกเบี้ยแค่ปีละ 2.8-3% จากนั้นก็นำเงินกู้ที่ถูกปล่อยออกมาจากสหกรณ์จุฬาฯ มาลงทุนแชร์ล็อตเตอรี่ กับดร.สวัสดิ์ ที่อ้างว่าจะจ่ายผลตอบแทนให้ 12% ต่อปี
ปกติแล้ว ขั้นตอนการนำหุ้นของสหกรณ์จุฬาฯมากู้เงินนั้นมีการทำกันปกติ แต่จะต้องมีการขอเอกสารหลักฐานต่าง ๆ จำนวนไม่น้อยมาเป็นหลักประกันในการกู้ แต่การกู้หุ้นจากการชักชวนของดร.สวัสดิ์ ทำได้อย่างรวดเร็ว
ผู้เสียหายบางคนบอกกับผมว่า แทบไม่ต้องนำเอกสารหลักฐานมาใช้แต่อย่างใด เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ที่มีสายสัมพันธ์ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ที่อยู่ภายใต้การชักใยของ รศ.ดร.สวัสดิ์ ช่วยดำเนินการให้ ก่อนจะส่งผ่านไปให้เหรัญญิกสหกรณ์ และคณะกรรมการสหกรณ์จุฬาฯ ซึ่ง รศ.ดร.สวัสดิ์ กำกับดูแลมาอย่างยาวนานอนุมัติ
ตรงนี้แหละถึงบอกว่า เจ้าหน้าที่สหกรณ์หลายรายที่มีส่วนร่วมในการอนุมัติ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องพัวพันกับเครือข่ายการตุ๋นครั้งนี้ และอาจเป็นกลุ่มเดียวกันกับการนำเงินสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯไปร่วมสังฆกรรมกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 1,316 ล้านบาท และไม่ได้รับชำระคืนในปัจจุบัน หรือนำไปลงทุนในสหกรณ์เคหสถานนพเก้ารวมใจ จำกัด 969.16 ล้านบาท ซึ่งคดีอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาล
ไม่แน่... หากมีการตรวจสอบในทางบัญชี อาจจะพบความสัมพันธ์ในการดึงเงินสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ จำนวนหลายร้อยล้านบาท ออกมาเล่นแร่แปรธาตุในการจ่ายผลตอบแทนให้กับแชร์ลอตเตอรี่ ที่ รศ.ดร.สวัสดิ์เพิ่งมาสารภาพกับตำรวจ เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2560 ว่า เรื่องสหกรณ์ลอตเตอรี่ที่กล่าวอ้างขึ้นมานั้น ไม่เคยมีอยู่จริง เป็นการสร้างเรื่องขึ้นมาโดยเฉพาะ
ถึงเวลาที่ต้องชำระสะสางระบบสหกรณ์กันหรือยังพี่น้อง
ผมมีข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ถูกหมกไว้ใต้พรมมาร่วมกันพิจารณา ประเทศไทยมีจำนวนสหกรณ์ที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 ทั้งหมด 8,270 แห่ง มีสมาชิก 11.2 ล้านคน มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจปีละ 2.25 ล้านล้านบาท
ในจำนวนนี้มีสหกรณ์ที่มีปัญหาการทุจริตและมีความบกพร่องกว่า 1,000 แห่ง มูลค่าความเสียหายรวม 2.95 หมื่นล้านบาท มีสหกรณ์ที่มีปัญหาทุจริต 277 แห่ง มูลค่าเสียหาย 1.87 หมื่นล้านบาท เป็นสหกรณ์ที่บกพร่องทางการเงิน 728 แห่ง มูลค่าเสียหาย 2,100 ล้านบาท
ไม่ดับไฟแต่ต้นเพลิง....ระวังลามไปทั่วนะครับ
คอลัมน์ : ทางออกนอกตำรา /หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ / ฉบับ 3260 ระหว่างวันที่11-13 พ.ค.2650






