thansettakij
thansettakij
อุปโภคฟื้นปลุกQ1คึก ‘ล็อกซเล่ย์’จัดเต็ม มาม่ายอดโต 7%

อุปโภคฟื้นปลุกQ1คึก ‘ล็อกซเล่ย์’จัดเต็ม มาม่ายอดโต 7%

23 มี.ค. 60 | 01:00 น.
กำลังซื้อมาแล้วปลุกยอดไตรมาสแรกโต!ผู้ประกอบการเร่งปรับทัพรองรับทันควัน “ล็อกซเล่ย์” บุกช่องทางฟูดเซอร์วิส “สหพัฒน์” เผย2 เดือนโต 7% มั่นใจมาตรการรัฐบาล

จากข้อมูลของบริษัท กันตาร์ เวิร์ลดพาแนล (ไทยแลนด์) จำกัด ที่ระบุว่าภาพรวมของกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคปีที่ผ่านมา จะเติบโตต่ำที่สุดในรอบหลายปีโดยเติบโตเพียง 1.7% เท่านั้น แต่หากจำแนกเป็นสัดส่วนตามกลุ่มสินค้า จะพบว่าสินค้าในครัวเรือนมีการเติบโต 3.2 %,กลุ่มสินค้าของใช้ส่วนบุคคล 2.9 %, กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม 0.8 % ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยด้านรายได้ของหนี้ครัวเรือน เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เหล่าผู้บริโภคยังคงขาดความมั่นใจในการจับจ่าย แต่ในปี 2560 คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง หลังจากผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว สอดคล้องกับผู้ประกอบการในธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภค ที่ประเมินว่าเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของกำลังซื้อในช่วง 2 เดือนแรกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นล็อกซเล่ย์ สหพัฒนพิบูล หรือแบรนด์โรซ่า

โดยนางโกสุม สินเพิ่มสุขสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ล็อกซเล่ย์ เทรดดิ้ง จำกัด ผู้จัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือล็อกซเล่ย์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ทิศทางกำลังซื้อในช่วง 2 เดือนของบริษัทมีอัตราการเติบโตเพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจจะเป็นผลจากราคาน้ำมันพืชที่เอื้ออำนวยให้ตลาดเติบโต ขณะเดียวกันได้ขยายธุรกิจด้านฟู้ดเซอร์วิส ที่หาสินค้าเข้ามาตอบสนองความต้องการของลูกค้าเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าภาพรวมกำลังซื้อโดยรวมยังไม่ได้ส่งผลชัดเจนมากนัก แต่สินค้ากลุ่มอุปโภคบริโภคยังคงจัดรายการส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นตลาดและรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดไว้ จึงเชื่อว่าผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาสแรกจะเป็นไปในทิศทางบวกเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

สำหรับกลยุทธ์และวิธีการทำตลาดของบริษัท ยังคงเน้นการออกสินค้าใหม่ สินค้านวัตกรรม รวมถึงการทำตลาดครบวงจร ทั้งการส่งเสริมการขายร้านค้าเพื่อช่วยให้ร้านค้ามีการระบายสินค้าที่คล่องตัว การแตกไลน์สินค้าเดิม เช่น เพิ่มรสชาติ เพิ่มขนาดให้เหมาะกับแต่ละช่องทางจัดจำหน่าย การรับจัดจำหน่ายสินค้าใหม่ที่เจ้าของสินค้าติดต่อเข้ามา การขยายทีมงานฝ่ายขายเพื่อรองรับการเติบโต การจัดอีเวนต์ การสร้างแบรนด์ และการร่วมมือกับพันธมิตรในการพัฒนาสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงาม สินค้าสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่กำลังขยายตัว เป็นต้น

ด้านนายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวโน้มกำลังซื้อในช่วง 2 เดือนแรกนี้เริ่มปรับตัวดีขึ้น เห็นได้จากสินค้ามีการระบายออกไปสู่มือผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น เช่น มาม่าช่วง 2 เดือนมียอดขายเติบโต 7% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการทำแคมเปญโปรโมชั่นด้วย แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าภาพรวมจะดีกว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีกน่าจะขยายตัวได้ไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนจีดีพีน่าจะเติบโตมากกว่า 3% เพราะรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นให้ประชาชนมีเงินจับจ่าย แต่สิ่งทีน่าห่วยยังคงเป็นปัญหาภัยแล้ง

"กำลังซื้อไม่ถึงกับเติบโตดีที่สุด แต่ดีขึ้นดูได้จากยอดขายสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง ช่วง 2 เดือนบริษัทมีอัตราการเติบโต 7% แม้ว่าจะยังไม่ได้ตามเป้าหมายที่คาดว่าจะเติบโต 10% แต่ในสถานการณ์แบบนี้ไม่ตกถือว่าดีแล้ว และเป้าหมายของบริษัทค่อนข้างท้าทาย ส่วนรัฐบาลนี้ก็มีมาตรการที่กระตุ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การทำนโยบายต่างๆ จะต้องไม่ให้เกิดการรั่วไหล รวมถึงต้องติดตามและวัดผลได้ด้วย"

ขณะที่นายสุวิทย์ วังพัฒนมงคล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด กล่าวว่า สำหรับสินค้าปลากระป๋อง ซึ่งเน้นขายให้กับกลุ่มคนจน ถือว่ายังเติบโตดีเหมือนปีที่ผ่านมา และอาจจะเติบโตดีกว่าเล็กน้อยในช่วงไตรมาสแรกนี้ แม้ว่าภาพรวมอาจจะยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนนักก็ตาม แต่ผู้บริโภคยังซื้อสินค้าต่อเนื่อง โดยภาพรวมกำลังซื้อปีนี้คงต้องรอดูในเรื่องปัญหาภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นด้วย หากฝนตกตามฤดูกาลเชื่อว่าจะส่งผลให้กำลังซื้อฟื้นตัวอย่างชัดเจน เพราะจะทำให้ธุรกิจการเกษตรฟื้นตัวตามมา ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคระดับล่างมีกำลังซื้อตามมาด้วย

"ตลาดปลากระป๋อง เรื่องวัตถุดิบเป็นตัวชี้ว่าตลาดจะเติบโตได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งในภาพรวมไตรมาสแรกนี้เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ยังถือว่าภาพรวมตลาดอยู่ในอัตราที่ใกล้เคียงกัน แต่แบรนด์โรซ่ามีอัตราการเติบโตดีกว่าช่วงเดียวกันเล็กน้อย "

นายณรงค์ ตรีสุชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดนท์สุ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรมในเดือนมีนาคมปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เชื่อว่าเกิดจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เริ่มออกมาจับจ่ายใช้สอย ส่งผลให้เจ้าของสินค้าเริ่มมีความมมั่นใจ จัดกิจกรรมทางการตลาดและซื้อสื่อโฆษณามากขึ้น ซึ่งผลดังกล่าวเชื่อว่าจะลากยาวไปจนถึงไตรมาส 2 ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซั่นทำให้ไม่เคยเติบโตเลย

"เดิมไตรมาส 1 เม็ดเงินจะวิ่งเข้ามาตั้งแต่เดือนมกราคมเลย แต่ปีนี้ยอมรับว่ามาช้ามกราคม-กุมภาพันธ์ยังไม่เห็นการใช้จ่ายของงบโฆษณาที่เพิ่มขึ้นเชื่อว่าเพราะแบรนด์ใหญ่รอมูดของผู้บริโภคให้กลับมา แต่พอก้าวเข้าเดือนมีนาคมเจ้าของสินค้าทั้งรายใหญ่ รายกลางแห่จองโฆษณาในสื่อหลักอย่างทีวีเพิ่มขึ้นอย่างมาก คาดว่าจะดีต่อเนื่องไปยังเดือนเมษายน พฤษภาคมและทำให้ไตรมาส 2 ดีขึ้น"

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,246 วันที่ 23 - 25 มีนาคม พ.ศ. 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline