
เชือดแก๊งจัดซื้อบินไทย งาบหัวคิวโรลส์-รอยซ์
ป.ป.ช.ตั้งแท่นฟันคณะอนุฯ จัดซื้อจัดจ้าง “เครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์” ในคดีสินบนฉาวบินไทย พ่วงสอบเส้นทางการเงิน ลั่นข้อมูลครบ ส่วนปตท.ต้องเจาะเพิ่ม เผยคดีสินบนททท.ฟัน “จุฑามาศ” 29 มี.ค.นี้
ความคืบหน้าสินบนโรลส์-รอยซ์ หลังคณะกรรมการป.ป.ช.ไต่สวนกรณีทุจริตจัดซื้อเครื่องบินของการบินไทย ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงปี 2547-2548 พบมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงการจัดซื้อเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์มีกระบวนการ เอื้อประโยชน์ในการเข้าทำสัญญา
นายสรรเสริญ พลเจียกเลขาธิการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ว่า ระหว่างที่มีกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโดยมิชอบ เป็นช่วงเวลาที่บริษัทโรลส์-รอยซ์ฯยอมรับเรื่องการให้สินบนผ่านคนกลางมาให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไทย
“เราต้องตรวจสอบขั้นตอนการจัดซื้อตั้งแต่ต้นจนจบ ขั้นตอนคณะอนุกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ช.จะเริ่มจากประเด็นการจ่ายและรับสินบนว่ามีใครบ้าง โดยจะเน้นไปที่คณะอนุกรรมการจัดซื้อจัดจ้างที่มีส่วนที่จะเข้าไปเกี่ยวข้อง แล้วมีพฤติการณ์ว่า ไปใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งโดยทุจริต เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทอื่น เป็นความผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช.เรื่องของการใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการ เข้าองค์ประกอบความผิดดังกล่าว”
กรณีเจ้าหน้าที่รัฐ หากไต่สวนพบว่ามีข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องเส้นทางทางการเงิน ก็อาจจะมีความผิดฐานเรียกรับสินบนด้วย ซึ่งก็จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม แต่ผู้เกี่ยวข้อง คนกลางและผู้สนับสนุนก็จะพิจารณากันต่อไป
ส่วนประเด็นที่ว่าจะได้ข้อมูลเชิงลึกเป็นรายชื่อของรัฐมนตรีคนหนึ่งที่มีกล่าวอ้างว่า ไปรับประทานข้าวด้วยเลยหรือไม่นั้น นายสรรเสริญไม่ปฏิเสธว่าอยากได้ข้อมูลเช่นนั้น แต่ในทางข้อมูลแล้วคงลำบาง เนื่องจากองค์ประกอบความผิดของต่างประเทศนั้นไม่ต้องการทราบว่าไปจ่ายให้ใคร เพียงแต่ทราบว่าไปจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐไทยซึ่งเขาก็ยอมรับ คดีจบตรงนั้น
อย่างไรก็ดี จะให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 26 ราย เข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาว่า เพื่อให้กรรมการวินิจฉัย โดยสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทุกคนเพื่อรับรองเอกสารทุกชิ้น นายสรรเสริญกล่าวยืนยันว่าข้อมูลข้อเท็จจริงเรื่องการบินไทยมีความครบถ้วน นโยบายของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในเรื่องนี้ว่าคือต้องทำให้เร็วที่สุด ถ้ามีปัญหาอุปสรรคให้รีบนำเสนอที่ประชุมทันที
ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่าจะตรวจสอบได้หรือไม่นั้นเพราะผ่านมานานแล้ว อาจสูญหายหรือถูกตัดตอนไปแล้วหรือไม่นั้น ยอมรับว่า เป็นปัญหาเพราะเหตุนี้เกิดมานานแล้วอาจมีข้อจำกัดในบางเรื่อง อาทิ กฎระเบียบต่างๆทางการเงินของบริษัทนั้นที่กำหนดให้จัดเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ ไว้ประมาณ 5-10 ปี ยกเว้นว่าจะมีพยานหลักฐานอื่นๆ
รายงานข่าวระบุว่า เหตุเกิดช่วงระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2547-28กุมภาพันธ์ 2548 มีการจ่ายสินบนจำนวน 7.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 254 ล้านบาท) สำหรับเครื่องยนต์เทรนท์ 800 ที่ติดตั้งในเครื่องบินโบอิ้ง777 จำนวน 6 ลำ และการขายเครื่องยนต์สำรองเทรนท์ 500 จำนวน 7 เครื่อง สำหรับการติดตั้งในเครื่องบินแอร์บัสเอ 340
โดยผู้บริหาร กรรมการการบินไทยและนักการเมืองในขณะนั้นมี นายกนก อภิรดี เป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ นายทนง พิทยะ ประธานคณะกรรมการฯ นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี อดีต รมช.คมนาคม กำกับดูแลการบินไทย และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีต รมว.คมนาคม เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวอยู่ในยุครัฐบาลพรรคไทยรักไทย (ทักษิณ1)
สำหรับคณะอนุกรรมการพิจารณาแผนการลงทุนระยะยาวของการบินไทย 9 คน เกษียญอายุไปหมดแล้ว ประกอบด้วย นายกอบชัย ศรีวิลาส นายทัศนัย สุทัศน์ ณ อยุธยา นายสุเทพ สืบสันติวงศ์ นายกวีพันธ์ เรืองผกา ร.ท.วีรชัย ศรีคำภา นท.ศุภชัย ลิมปิสวัสด์ นายชาญชัย สิงโตโรจน์ นางแสงเงิน พรไพบูลย์สถิต ร.ท.ชินวุฒิ นเรศเสนีย์
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ประธานกรรมการบริษัทการบินไทย เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เรื่องโรลส์-รอยซ์ก็ว่ากันไปตามขั้นตอน แต่เรื่องเครื่องบินแอร์บัส เอ 340 พยายามที่จะขายออกไปตามแผนการบริหารจัดการทรัพย์สินที่ไม่ได้ใช้ แต่ตอนซื้อเครื่องบินรุ่นนี้ในอดีต ราคาน้ำมันคนละราคากัน ก็ทำให้ไม่คุ้มที่จะนำมาบิน
“ที่ผ่านบอร์ดไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการสอบถามในเรื่องนี้มาทุกช่วงเวลาว่าจะเอาอย่างไร จะนำกลับมาบินไหม เราก็ให้ฝ่ายบริหารไปดูอีกรอบ เขาก็ยังยืนยันว่านำกลับมาบินในตอนนี้ก็ไม่คุ้ม เพราะเครื่องบินกินน้ำมันมาก” นายอารีพงศ์กล่าว
คดี‘จุฑามาศ’29มี.ค.
สำหรับความคืบหน้าของคดี ปตท.นั้น นายสรรเสริญ บอกว่า ต่างกับคดีของการบินไทย เพราะเป็นการกล่าวขึ้นมาลอยๆ ยังไม่มีเชิงลึก แต่เบื้องต้นทาง ปตท.ได้ส่งรายละเอียดมาให้แล้วว่ามีใครที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่จะเสนอให้มีการตั้งอนุกรรมการไต่สวน
ส่วนความคืบหน้าคดีสินบนข้ามชาติอื่นๆที่อยู่ในมือ ป.ป.ช.ที่จะได้เห็นเร็วๆ นี้ คือ คดีที่ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่า ททท. กรณีเรียกรับเงินจากนักธุรกิจชาวสหรัฐ มูลค่า 60 ล้านบาท เพื่อให้ได้สิทธิในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพ หลังอัยการสูงสุดสั่งฟ้องไปแล้ว ป.ป.ช.กำหนดเข้าที่ประชุมตัดสินวันที่ 29 มีนาคมนี้ ซึ่งมีสำนวนคดีที่ ป.ป.ช.ไต่สวนเรื่องของการร่ำรวยผิดปกติรวมอยู่ด้วย
ด้านคดีภาษีสุรานั้น การดำเนินคดีกับบริษัท ดิอาจีโอ กรณีติดสินบนในไทยให้กับเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง และเจ้าหน้าที่รัฐบาลประมาณ 24 ล้านบาท ป.ป.ช.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่จะแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ส่วนคดีเจเนอรัลมอเตอร์ มีการไต่สวนพยานบุคคลไปบางส่วน.
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,243 วันที่ 12 - 15 มีนาคม พ.ศ. 2560
ความคืบหน้าสินบนโรลส์-รอยซ์ หลังคณะกรรมการป.ป.ช.ไต่สวนกรณีทุจริตจัดซื้อเครื่องบินของการบินไทย ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงปี 2547-2548 พบมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงการจัดซื้อเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์มีกระบวนการ เอื้อประโยชน์ในการเข้าทำสัญญา
นายสรรเสริญ พลเจียกเลขาธิการ ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ว่า ระหว่างที่มีกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโดยมิชอบ เป็นช่วงเวลาที่บริษัทโรลส์-รอยซ์ฯยอมรับเรื่องการให้สินบนผ่านคนกลางมาให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไทย
“เราต้องตรวจสอบขั้นตอนการจัดซื้อตั้งแต่ต้นจนจบ ขั้นตอนคณะอนุกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ช.จะเริ่มจากประเด็นการจ่ายและรับสินบนว่ามีใครบ้าง โดยจะเน้นไปที่คณะอนุกรรมการจัดซื้อจัดจ้างที่มีส่วนที่จะเข้าไปเกี่ยวข้อง แล้วมีพฤติการณ์ว่า ไปใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งโดยทุจริต เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทอื่น เป็นความผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช.เรื่องของการใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการ เข้าองค์ประกอบความผิดดังกล่าว”
กรณีเจ้าหน้าที่รัฐ หากไต่สวนพบว่ามีข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องเส้นทางทางการเงิน ก็อาจจะมีความผิดฐานเรียกรับสินบนด้วย ซึ่งก็จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม แต่ผู้เกี่ยวข้อง คนกลางและผู้สนับสนุนก็จะพิจารณากันต่อไป
ส่วนประเด็นที่ว่าจะได้ข้อมูลเชิงลึกเป็นรายชื่อของรัฐมนตรีคนหนึ่งที่มีกล่าวอ้างว่า ไปรับประทานข้าวด้วยเลยหรือไม่นั้น นายสรรเสริญไม่ปฏิเสธว่าอยากได้ข้อมูลเช่นนั้น แต่ในทางข้อมูลแล้วคงลำบาง เนื่องจากองค์ประกอบความผิดของต่างประเทศนั้นไม่ต้องการทราบว่าไปจ่ายให้ใคร เพียงแต่ทราบว่าไปจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐไทยซึ่งเขาก็ยอมรับ คดีจบตรงนั้น
อย่างไรก็ดี จะให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 26 ราย เข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาว่า เพื่อให้กรรมการวินิจฉัย โดยสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทุกคนเพื่อรับรองเอกสารทุกชิ้น นายสรรเสริญกล่าวยืนยันว่าข้อมูลข้อเท็จจริงเรื่องการบินไทยมีความครบถ้วน นโยบายของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในเรื่องนี้ว่าคือต้องทำให้เร็วที่สุด ถ้ามีปัญหาอุปสรรคให้รีบนำเสนอที่ประชุมทันที
ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่าจะตรวจสอบได้หรือไม่นั้นเพราะผ่านมานานแล้ว อาจสูญหายหรือถูกตัดตอนไปแล้วหรือไม่นั้น ยอมรับว่า เป็นปัญหาเพราะเหตุนี้เกิดมานานแล้วอาจมีข้อจำกัดในบางเรื่อง อาทิ กฎระเบียบต่างๆทางการเงินของบริษัทนั้นที่กำหนดให้จัดเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ ไว้ประมาณ 5-10 ปี ยกเว้นว่าจะมีพยานหลักฐานอื่นๆ
รายงานข่าวระบุว่า เหตุเกิดช่วงระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2547-28กุมภาพันธ์ 2548 มีการจ่ายสินบนจำนวน 7.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 254 ล้านบาท) สำหรับเครื่องยนต์เทรนท์ 800 ที่ติดตั้งในเครื่องบินโบอิ้ง777 จำนวน 6 ลำ และการขายเครื่องยนต์สำรองเทรนท์ 500 จำนวน 7 เครื่อง สำหรับการติดตั้งในเครื่องบินแอร์บัสเอ 340
โดยผู้บริหาร กรรมการการบินไทยและนักการเมืองในขณะนั้นมี นายกนก อภิรดี เป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ นายทนง พิทยะ ประธานคณะกรรมการฯ นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี อดีต รมช.คมนาคม กำกับดูแลการบินไทย และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีต รมว.คมนาคม เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวอยู่ในยุครัฐบาลพรรคไทยรักไทย (ทักษิณ1)
สำหรับคณะอนุกรรมการพิจารณาแผนการลงทุนระยะยาวของการบินไทย 9 คน เกษียญอายุไปหมดแล้ว ประกอบด้วย นายกอบชัย ศรีวิลาส นายทัศนัย สุทัศน์ ณ อยุธยา นายสุเทพ สืบสันติวงศ์ นายกวีพันธ์ เรืองผกา ร.ท.วีรชัย ศรีคำภา นท.ศุภชัย ลิมปิสวัสด์ นายชาญชัย สิงโตโรจน์ นางแสงเงิน พรไพบูลย์สถิต ร.ท.ชินวุฒิ นเรศเสนีย์
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ประธานกรรมการบริษัทการบินไทย เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เรื่องโรลส์-รอยซ์ก็ว่ากันไปตามขั้นตอน แต่เรื่องเครื่องบินแอร์บัส เอ 340 พยายามที่จะขายออกไปตามแผนการบริหารจัดการทรัพย์สินที่ไม่ได้ใช้ แต่ตอนซื้อเครื่องบินรุ่นนี้ในอดีต ราคาน้ำมันคนละราคากัน ก็ทำให้ไม่คุ้มที่จะนำมาบิน
“ที่ผ่านบอร์ดไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการสอบถามในเรื่องนี้มาทุกช่วงเวลาว่าจะเอาอย่างไร จะนำกลับมาบินไหม เราก็ให้ฝ่ายบริหารไปดูอีกรอบ เขาก็ยังยืนยันว่านำกลับมาบินในตอนนี้ก็ไม่คุ้ม เพราะเครื่องบินกินน้ำมันมาก” นายอารีพงศ์กล่าว
คดี‘จุฑามาศ’29มี.ค.
สำหรับความคืบหน้าของคดี ปตท.นั้น นายสรรเสริญ บอกว่า ต่างกับคดีของการบินไทย เพราะเป็นการกล่าวขึ้นมาลอยๆ ยังไม่มีเชิงลึก แต่เบื้องต้นทาง ปตท.ได้ส่งรายละเอียดมาให้แล้วว่ามีใครที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่จะเสนอให้มีการตั้งอนุกรรมการไต่สวน
ส่วนความคืบหน้าคดีสินบนข้ามชาติอื่นๆที่อยู่ในมือ ป.ป.ช.ที่จะได้เห็นเร็วๆ นี้ คือ คดีที่ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่า ททท. กรณีเรียกรับเงินจากนักธุรกิจชาวสหรัฐ มูลค่า 60 ล้านบาท เพื่อให้ได้สิทธิในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพ หลังอัยการสูงสุดสั่งฟ้องไปแล้ว ป.ป.ช.กำหนดเข้าที่ประชุมตัดสินวันที่ 29 มีนาคมนี้ ซึ่งมีสำนวนคดีที่ ป.ป.ช.ไต่สวนเรื่องของการร่ำรวยผิดปกติรวมอยู่ด้วย
ด้านคดีภาษีสุรานั้น การดำเนินคดีกับบริษัท ดิอาจีโอ กรณีติดสินบนในไทยให้กับเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง และเจ้าหน้าที่รัฐบาลประมาณ 24 ล้านบาท ป.ป.ช.ได้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่จะแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ส่วนคดีเจเนอรัลมอเตอร์ มีการไต่สวนพยานบุคคลไปบางส่วน.
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,243 วันที่ 12 - 15 มีนาคม พ.ศ. 2560






