
ม.44 ยาสามัญประจำบ้าน 'รัฐบาลคสช.' ขาดไม่ได้
กลายเป็นประเด็นเสียงแตก สำหรับการใช้อำนาจตาม มาตรา 44ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 ของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เพราะเปิดกว้างให้ออกคำสั่งที่มีผลบังคับใช้ได้ชนิดครอบจักรวาล ด้านหนึ่งหน่วยงานรัฐที่มีข้อติดขัดในการดำเนินการ ต่างร้องขอให้ออกคำสั่งนี้เพื่อผ่าทางตัน ขณะฝ่ายที่ได้รับผลกระทบก็ส่งเสียงร้องขอให้ระงับหรือยกเลิก อ้างเป็นการใช้อำนาจที่ปราศจากการตรวจสอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากเครือข่ายวัดพระธรรมกาย
ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เห็นชอบให้ออกคำสั่งตามม.44 ตามที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เสนอ เพื่อแก้ไขปัญหาการออกสิทธิบัตรล่าช้ากว่า 12,000 รายการ ให้ได้สิทธิบัตรภายใน 3 เดือน แต่กรณีนี้กลุ่มเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯและเครือข่ายสุขภาพด้านการเข้าถึงยา หวั่นทำราคายาแพง เคลื่อนไหวยื่นหนังสือถึงทำเนียบรัฐบาลเพื่อคัดค้าน
ขณะที่ตีกลับเรื่องการขอใช้คำสั่งม.44 แก้ปัญหาระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ที่จะขอให้ยกเลิกใบอนุญาตการเดินรถเมล์ในกรุงเทพฯทั้งหมด จากที่เคยให้สิทธิแก่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เปลี่ยนมาเป็นกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) โดยให้กลับไปเตรียมความพร้อมเรื่องการปฏิรูปเส้นทางรถเมล์และสร้างความรับรู้กับประชาชนก่อน
อีกเรื่องเร่งด่วนคือการให้บริการออกพาสปอร์ตของกระทรวงการต่างประเทศ ที่จ้างบริษัทเอกชนภายนอกมาดำเนินการ ให้บริการได้วันละประมาณ 1 หมื่นเล่ม โดยมีสัญญาให้จัดทำ 7 ล้านเล่มเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งเหลืออีก 3 หมื่นเล่มจะครบจำนวน หรือจะให้บริการออกเล่มพาสปอร์ตได้อีก 3 วัน
กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้ออกคำสั่งตามม.44 ให้เอกชนรายเดิมให้บริการต่อ ระหว่างดำเนินการประกวดราคาแบบอี-บิดดิ้ง ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 1 ปี
โดยที่กระทรวงการต่างประเทศ(กต.) จะต่อสัญญากับเจ้าเดิมนั้น พนักงานอัยการสูงสุดให้ความเห็นว่าทำไม่ได้ เพราะจะถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ตรวจสอบ
“ที่ประชุมคสช.เห็นว่า หากใช้ม.44 ลงไปแก้ปัญหาจะฟุ่มเฟือยเกินไป จึงยังไม่ใช้ม.44 แต่ให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะ เชิญสตง. กต.และสำนักงานอัยการฯมาหารือ ว่ามีวิธีการใดที่จะทำความเข้าใจกับสตง.ว่า ถ้ายึดกติกาอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงความเป็นจริงในโลกมนุษย์ ทุกอย่างไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จึงให้ไปดูว่าสตง.ยอมหรือไม่ ถ้ายอมหาจุดลงตัวได้ก็ทำรีพีทออเดอร์ ถ้าไม่ได้ค่อยมาว่ากันตามคำสั่งม.44” พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ
อีกด้านที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล เครือข่ายภาคประชาชนต่อต้านทุจริตและคอรัปชั่น ผู้ประสานงานเครือข่ายพนักงานการบินทไทยจิตอาสาต้านโกง เครือข่ายภาคประชาชนผู้ถือหุ้นการบินไทย ก็ได้ร่วมกันยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ขอให้ใช้ม.44 แก้ปัญหาความไม่โปร่งใสและปฏิรูปการบินไทย เช่นเดียวกับที่ใช้แก้ปัญหาการรถไฟแห่งประเทศไทย
ขณะที่ตัวแทนมูลนิธิพระคชบาล ก็เข้ายื่นหนังสือให้ใช้ม.44 สั่งกรมอุทยานฯเจาะเลือดช้าง 3 พันเชือกที่มีในประเทศไทย เพื่อพิสูจน์ดีเอ็นเอ ทำฐานข้อมูลช้างเพื่อแก้ปัญหาที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ จับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาปางช้างและคนเลี้ยงช้างว่าเอาช้างป่ามาสวมสิทธิ์ โดยไม่รอผลพิสูจน์ดีเอ็นเอจนเดือดร้อน แถมท้ายว่าถ้าไม่ได้รับคำตอบจะนำช้างมาจัดงานวันช้างไทยที่ทำเนียบรัฐบาล
ต่อกระแสเรียกร้องให้ยกเลิกม.44 เวลานี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ยืนยันยังจำเป็นต้องมี “ขอให้เข้าใจว่าผมทำเพื่ออะไร คำสั่งของผม ขอเถอะ ถ้าไม่ชอบม.44 ก็ขอเป็น 45 แล้วกัน แหม บอกให้เลิก บ้านเมืองอยู่อย่างนี้จะเลิกยังไง ถ้าแก้ไม่ได้ จาก 44 ก็ร่างใหม่เป็น 88 เพิ่มเป็น 2 เท่าไปเลยแล้วกัน”
“ฐานเศรษฐกิจ” สำรวจ 2 เดือนแรกของปี 2560 มานี้ พล.อ.ประยุทธ์ออกคำสั่งหัวหน้าคสช.ตามอำนาจในม.44 แล้ว 12 ฉบับ ประกอบด้วย ฉบับที่ 1.สร้างรื้อใหม่ระบบบริหารงานบุคคลกระทรวงศึกษาธิการ 2.อนุมัติโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) 3.จัดตั้งคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และเพื่อการปรองดองสมานฉันท์ (ปยป.)
4.ปรับเปลี่ยนองค์ประกอบสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) 5.ประกาศให้เขตวัดพระธรรมกายและพื้นที่โดยรอบเป็นเขตควบคุมพิเศษ
6.แต่งตั้งพล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี เป็นนายกฯเมืองพัทยาที่ว่างอยู่ 7.ปรับปรุงระบบพิจารณาแต่งตั้งและการบริหารงานบุคคลของตำรวจ 8.แก้ไขระบบการสอบคัดเลือกเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน 9.แก้ปัญหาการรุกล้ำคูคลอง
10.ปรับปรุงการบริหารงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) ปรับเปลี่ยนบอร์ดและผู้ว่าการร.ฟ.ท. 11.การกำกับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ต่อมามีคำสั่งสำนักนายกฯตั้งคณะกรรมการมีนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล เป็นประธาน 12.แก้ปัญหาการปฏิบัติงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ปลดนายพนม ศรศิลป์ พ้นตำแหน่ง และตั้งพ.ต.ท.พงศ์ธร พราหมณ์เสน่ห์ จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) มาดำรงตำแหน่งแทน
รวมแล้วได้มีการใช้คำสั่งหัวหน้าคสช.ตามม.44 ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2547 ถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2560 นี้ รวมทั้งสิ้น 130 ฉบับส่วนใหญ่คือ 73 ฉบับเพื่อปลดล็อกปัญหาการบริหารราชการแผ่นดิน ใช้เพื่อผ่าปมด้านเศรษฐกิจ 18 ฉบับ แก้ปัญหาสังคม 16 ฉบับ เป็นคำสั่งด้านความมั่นคง 10 ฉบับ และอีก 8 ฉบับเป็นการปรับแก้คำสั่งเดิม
หากการใช้อำนาจตามม.44 เพื่อผ่าทางตันปัญหาสิทธิบัตรคั่งค้าง ประกาศเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา จะเป็นคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 13 ของปี 2560 นี้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,242 วันที่ 9 - 11 มีนาคม พ.ศ. 2560
ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เห็นชอบให้ออกคำสั่งตามม.44 ตามที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เสนอ เพื่อแก้ไขปัญหาการออกสิทธิบัตรล่าช้ากว่า 12,000 รายการ ให้ได้สิทธิบัตรภายใน 3 เดือน แต่กรณีนี้กลุ่มเครือข่ายผู้ติดเชื้อฯและเครือข่ายสุขภาพด้านการเข้าถึงยา หวั่นทำราคายาแพง เคลื่อนไหวยื่นหนังสือถึงทำเนียบรัฐบาลเพื่อคัดค้าน
ขณะที่ตีกลับเรื่องการขอใช้คำสั่งม.44 แก้ปัญหาระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพฯ ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ที่จะขอให้ยกเลิกใบอนุญาตการเดินรถเมล์ในกรุงเทพฯทั้งหมด จากที่เคยให้สิทธิแก่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เปลี่ยนมาเป็นกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) โดยให้กลับไปเตรียมความพร้อมเรื่องการปฏิรูปเส้นทางรถเมล์และสร้างความรับรู้กับประชาชนก่อน
อีกเรื่องเร่งด่วนคือการให้บริการออกพาสปอร์ตของกระทรวงการต่างประเทศ ที่จ้างบริษัทเอกชนภายนอกมาดำเนินการ ให้บริการได้วันละประมาณ 1 หมื่นเล่ม โดยมีสัญญาให้จัดทำ 7 ล้านเล่มเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งเหลืออีก 3 หมื่นเล่มจะครบจำนวน หรือจะให้บริการออกเล่มพาสปอร์ตได้อีก 3 วัน
กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้ออกคำสั่งตามม.44 ให้เอกชนรายเดิมให้บริการต่อ ระหว่างดำเนินการประกวดราคาแบบอี-บิดดิ้ง ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 1 ปี
โดยที่กระทรวงการต่างประเทศ(กต.) จะต่อสัญญากับเจ้าเดิมนั้น พนักงานอัยการสูงสุดให้ความเห็นว่าทำไม่ได้ เพราะจะถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ตรวจสอบ
“ที่ประชุมคสช.เห็นว่า หากใช้ม.44 ลงไปแก้ปัญหาจะฟุ่มเฟือยเกินไป จึงยังไม่ใช้ม.44 แต่ให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะ เชิญสตง. กต.และสำนักงานอัยการฯมาหารือ ว่ามีวิธีการใดที่จะทำความเข้าใจกับสตง.ว่า ถ้ายึดกติกาอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงความเป็นจริงในโลกมนุษย์ ทุกอย่างไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จึงให้ไปดูว่าสตง.ยอมหรือไม่ ถ้ายอมหาจุดลงตัวได้ก็ทำรีพีทออเดอร์ ถ้าไม่ได้ค่อยมาว่ากันตามคำสั่งม.44” พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ
อีกด้านที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล เครือข่ายภาคประชาชนต่อต้านทุจริตและคอรัปชั่น ผู้ประสานงานเครือข่ายพนักงานการบินทไทยจิตอาสาต้านโกง เครือข่ายภาคประชาชนผู้ถือหุ้นการบินไทย ก็ได้ร่วมกันยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ขอให้ใช้ม.44 แก้ปัญหาความไม่โปร่งใสและปฏิรูปการบินไทย เช่นเดียวกับที่ใช้แก้ปัญหาการรถไฟแห่งประเทศไทย
ขณะที่ตัวแทนมูลนิธิพระคชบาล ก็เข้ายื่นหนังสือให้ใช้ม.44 สั่งกรมอุทยานฯเจาะเลือดช้าง 3 พันเชือกที่มีในประเทศไทย เพื่อพิสูจน์ดีเอ็นเอ ทำฐานข้อมูลช้างเพื่อแก้ปัญหาที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ จับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาปางช้างและคนเลี้ยงช้างว่าเอาช้างป่ามาสวมสิทธิ์ โดยไม่รอผลพิสูจน์ดีเอ็นเอจนเดือดร้อน แถมท้ายว่าถ้าไม่ได้รับคำตอบจะนำช้างมาจัดงานวันช้างไทยที่ทำเนียบรัฐบาล
ต่อกระแสเรียกร้องให้ยกเลิกม.44 เวลานี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ยืนยันยังจำเป็นต้องมี “ขอให้เข้าใจว่าผมทำเพื่ออะไร คำสั่งของผม ขอเถอะ ถ้าไม่ชอบม.44 ก็ขอเป็น 45 แล้วกัน แหม บอกให้เลิก บ้านเมืองอยู่อย่างนี้จะเลิกยังไง ถ้าแก้ไม่ได้ จาก 44 ก็ร่างใหม่เป็น 88 เพิ่มเป็น 2 เท่าไปเลยแล้วกัน”
“ฐานเศรษฐกิจ” สำรวจ 2 เดือนแรกของปี 2560 มานี้ พล.อ.ประยุทธ์ออกคำสั่งหัวหน้าคสช.ตามอำนาจในม.44 แล้ว 12 ฉบับ ประกอบด้วย ฉบับที่ 1.สร้างรื้อใหม่ระบบบริหารงานบุคคลกระทรวงศึกษาธิการ 2.อนุมัติโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) 3.จัดตั้งคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และเพื่อการปรองดองสมานฉันท์ (ปยป.)
4.ปรับเปลี่ยนองค์ประกอบสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) 5.ประกาศให้เขตวัดพระธรรมกายและพื้นที่โดยรอบเป็นเขตควบคุมพิเศษ
6.แต่งตั้งพล.ต.ต.อนันต์ เจริญชาศรี เป็นนายกฯเมืองพัทยาที่ว่างอยู่ 7.ปรับปรุงระบบพิจารณาแต่งตั้งและการบริหารงานบุคคลของตำรวจ 8.แก้ไขระบบการสอบคัดเลือกเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน 9.แก้ปัญหาการรุกล้ำคูคลอง
10.ปรับปรุงการบริหารงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) ปรับเปลี่ยนบอร์ดและผู้ว่าการร.ฟ.ท. 11.การกำกับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ต่อมามีคำสั่งสำนักนายกฯตั้งคณะกรรมการมีนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล เป็นประธาน 12.แก้ปัญหาการปฏิบัติงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ปลดนายพนม ศรศิลป์ พ้นตำแหน่ง และตั้งพ.ต.ท.พงศ์ธร พราหมณ์เสน่ห์ จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) มาดำรงตำแหน่งแทน
รวมแล้วได้มีการใช้คำสั่งหัวหน้าคสช.ตามม.44 ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2547 ถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2560 นี้ รวมทั้งสิ้น 130 ฉบับส่วนใหญ่คือ 73 ฉบับเพื่อปลดล็อกปัญหาการบริหารราชการแผ่นดิน ใช้เพื่อผ่าปมด้านเศรษฐกิจ 18 ฉบับ แก้ปัญหาสังคม 16 ฉบับ เป็นคำสั่งด้านความมั่นคง 10 ฉบับ และอีก 8 ฉบับเป็นการปรับแก้คำสั่งเดิม
หากการใช้อำนาจตามม.44 เพื่อผ่าทางตันปัญหาสิทธิบัตรคั่งค้าง ประกาศเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา จะเป็นคำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับที่ 13 ของปี 2560 นี้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,242 วันที่ 9 - 11 มีนาคม พ.ศ. 2560






