
หุ้นกลาง/เล็กทั่วโลกยังรุ่ง บลจ.ไทยพาณิชย์ฯ มองเติบโตสูง รับเศรษฐกิจเพิ่งฟื้น
บลจ.ไทยพาณิชย์ฯ มองหุ้นขนาดกลางและเล็กทั่วโลกยังให้ผลตอบแทนดีกว่าหุ้นขนาดใหญ่ เหตุเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ชูทางเลือกลงทุนปีนี้ แนะเพิ่มนํ้าหนักลงทุนหุ้นเพิ่มผลตอบแทน
นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า แนวโน้มการลงทุนในปี 2560 นี้ มองว่าหุ้นขนาดกลางและเล็กในหลายประเทศทั่วโลกยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกเพิ่งเริ่มฟื้นตัว บริษัทขนาดกลางและเล็กจึงมีแนวโน้มเติบโตสูง โดยเฉพาะบริษัทในสหรัฐฯได้ผลดีจากการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ
“สหรัฐฯเป็นประเทศขนาดใหญ่ หากเติบโต มีการจ้างงานได้จริง บริษัทขนาดเล็กจะประสบความสำเร็จมาก เนื่องจากไม่ได้ส่งออกและนำเข้าจำนวนมากๆ หากเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าก็ไม่กระทบบริษัทขนาดเล็ก จึงเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตค่อนข้างสูง”นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ยังมองว่าหุ้นขนาดเล็กในยุโรปและญี่ปุ่นก็น่าสนใจเนื่องจากเศรษฐกิจทั้ง 2 ประเทศยังอยู่ในช่วงของการฟื้นฟู หากลงทุนหุ้นขนาดใหญ่อาจเติบโตน้อยกว่าหุ้นขนาดเล็กที่มีตลาดเฉพาะของตัวเองซึ่งเห็นได้ชัดว่าในช่วงเศรษฐกิจโลกไม่เติบโต แต่บางธุรกิจเติบโตได้มาก ดังนั้นหากมอง 1-3 ปีจากนี้ ยังเป็นวัฎจักรของการฟื้นตัวในช่วงแรก โดยเฉพาะการขยายตัวในต่างประเทศเพิ่งเริ่มต้น
สำหรับหุ้นขนาดกลางและเล็กในไทยยังเป็นทางเลือกลงทุนเช่นกัน แม้ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นมามาก แต่บริษัทยังอยู่ในช่วงของการเติบโตและแนวโน้มบริษัทที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดกลางและเล็ก หากเลือกหุ้นได้ดีมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับบริษัท
“การขึ้นของตลาดหุ้นจะไม่ขึ้นยกแผง ตอนนี้สัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ไม่ถูกแล้วต้องเลือกรายตัวที่ยังถูกเมื่อเทียบแนวโน้มกำไรเติบโต โอกาสยังอยู่ที่หุ้นขนาดกลางและเล็ก โดยมองว่าจากนี้จีดีพีอาจโต 2-3% แต่หุ้นบางตัวอาจขึ้น 30-40% สูงกว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯมาก ส่วนฟันด์โฟลว์ไม่น่าจะไหลออกมากนัก ต่างชาติขายหุ้นออกไปมากแล้วตลาดก็มีปัจจัยพื้นฐานดี”นายณรงศ์ศักดิ์ กล่าว
พร้อมแนะนำให้ลดสัดส่วนลงทุนในตราสารหนี้ไปเพิ่มตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนช่วงเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ขณะที่แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น ผลตอบแทนตราสารหนี้ไม่น่าสนใจควรรอดอกเบี้ยเข้าสู่ภาวะปกติคาดใช้เวลา 2 ปี นักลงทุนค่อยกลับไปลงทุนตราสารหนี้ โดยอาจจัดพอร์ตลงทุนหุ้น 50% ตราสารหนี้ 50% จากปัจจุบันนักลงทุนส่วนใหญ่มีตราสารหนี้ 80% และหุ้นเพียง 20%
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า บริษัท ยังมีแผนออกกองทุนหุ้นทั่วไป โดยใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงช่วยลดความผันผวนของตลาด (Absolute Return) รองรับกลุ่มที่ยังไม่กล้าลงทุนหุ้นมากนักซึ่งมีรูปแบบเดียวกับกองทุนเปิดไทยพาณิชย์สมาร์ท เทรด 555 ฟันด์ เอและบี ซึ่งเป็นทริกเกอร์ฟันด์
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,241 วันที่ 5 - 8 มีนาคม พ.ศ. 2560
นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า แนวโน้มการลงทุนในปี 2560 นี้ มองว่าหุ้นขนาดกลางและเล็กในหลายประเทศทั่วโลกยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกเพิ่งเริ่มฟื้นตัว บริษัทขนาดกลางและเล็กจึงมีแนวโน้มเติบโตสูง โดยเฉพาะบริษัทในสหรัฐฯได้ผลดีจากการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ
“สหรัฐฯเป็นประเทศขนาดใหญ่ หากเติบโต มีการจ้างงานได้จริง บริษัทขนาดเล็กจะประสบความสำเร็จมาก เนื่องจากไม่ได้ส่งออกและนำเข้าจำนวนมากๆ หากเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าก็ไม่กระทบบริษัทขนาดเล็ก จึงเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตค่อนข้างสูง”นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว
นอกจากนี้ยังมองว่าหุ้นขนาดเล็กในยุโรปและญี่ปุ่นก็น่าสนใจเนื่องจากเศรษฐกิจทั้ง 2 ประเทศยังอยู่ในช่วงของการฟื้นฟู หากลงทุนหุ้นขนาดใหญ่อาจเติบโตน้อยกว่าหุ้นขนาดเล็กที่มีตลาดเฉพาะของตัวเองซึ่งเห็นได้ชัดว่าในช่วงเศรษฐกิจโลกไม่เติบโต แต่บางธุรกิจเติบโตได้มาก ดังนั้นหากมอง 1-3 ปีจากนี้ ยังเป็นวัฎจักรของการฟื้นตัวในช่วงแรก โดยเฉพาะการขยายตัวในต่างประเทศเพิ่งเริ่มต้น
สำหรับหุ้นขนาดกลางและเล็กในไทยยังเป็นทางเลือกลงทุนเช่นกัน แม้ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นมามาก แต่บริษัทยังอยู่ในช่วงของการเติบโตและแนวโน้มบริษัทที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดกลางและเล็ก หากเลือกหุ้นได้ดีมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับบริษัท
“การขึ้นของตลาดหุ้นจะไม่ขึ้นยกแผง ตอนนี้สัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ไม่ถูกแล้วต้องเลือกรายตัวที่ยังถูกเมื่อเทียบแนวโน้มกำไรเติบโต โอกาสยังอยู่ที่หุ้นขนาดกลางและเล็ก โดยมองว่าจากนี้จีดีพีอาจโต 2-3% แต่หุ้นบางตัวอาจขึ้น 30-40% สูงกว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯมาก ส่วนฟันด์โฟลว์ไม่น่าจะไหลออกมากนัก ต่างชาติขายหุ้นออกไปมากแล้วตลาดก็มีปัจจัยพื้นฐานดี”นายณรงศ์ศักดิ์ กล่าว
พร้อมแนะนำให้ลดสัดส่วนลงทุนในตราสารหนี้ไปเพิ่มตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนช่วงเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ขณะที่แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น ผลตอบแทนตราสารหนี้ไม่น่าสนใจควรรอดอกเบี้ยเข้าสู่ภาวะปกติคาดใช้เวลา 2 ปี นักลงทุนค่อยกลับไปลงทุนตราสารหนี้ โดยอาจจัดพอร์ตลงทุนหุ้น 50% ตราสารหนี้ 50% จากปัจจุบันนักลงทุนส่วนใหญ่มีตราสารหนี้ 80% และหุ้นเพียง 20%
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า บริษัท ยังมีแผนออกกองทุนหุ้นทั่วไป โดยใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงช่วยลดความผันผวนของตลาด (Absolute Return) รองรับกลุ่มที่ยังไม่กล้าลงทุนหุ้นมากนักซึ่งมีรูปแบบเดียวกับกองทุนเปิดไทยพาณิชย์สมาร์ท เทรด 555 ฟันด์ เอและบี ซึ่งเป็นทริกเกอร์ฟันด์
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,241 วันที่ 5 - 8 มีนาคม พ.ศ. 2560






