thansettakij
thansettakij
120 ปีสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย จ่อลงทุนไอที Science Park

120 ปีสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย จ่อลงทุนไอที Science Park

07 มี.ค. 60 | 13:00 น.
อัปเดตล่าสุด :07 มี.ค. 60 | 13:23 น.
ปี 2560 เป็นปีที่ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทยและรัสเซียดำเนินมาครบรอบ 120 ปี ฯพณฯ นายคิริลล์ บาร์สกี เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ไทยและรัสเซียไม่เพียงมีความสัมพันธ์อันดีในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่หากจะมองในมิติของเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน ก็ยังมีพัฒนาการเชิงบวกมาโดยตลอด

นักลงทุนจากรัสเซียมองตลาดไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพในภูมิภาคอาเซียน ล่าสุดเมื่อวันที่ 22-23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้มีการจัดคณะผู้แทนบริษัทด้านไอทีชั้นนำจากรัสเซียจำนวน 18 รายมาเยือนไทยเพื่อร่วมงานสัมมนา Russian-Thai IT Seminarกับเอกชนไทยกว่า 40 บริษัทที่โรงแรมดุสิตธานีมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีและแนวทางความร่วมมือด้านไอทีและความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ การเจรจาแสวงหาพันธมิตรทางธุรกิจ และผลจากการเยือนของคณะในครั้งนี้ยังทำให้มีการเสนอจัดตั้ง “รัสเซีย ไอที เซ็นเตอร์” ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอีกด้วยเพื่อความร่วมมือทางด้านเทคนิคและวิชาการ

“งานนี้สะท้อนถึงความสนใจของบริษัทเอกชนด้านไอทีของรัสเซียที่จะเข้ามาแสวงหาความร่วมมือและเป็นพันธมิตรธุรกิจกับประเทศไทย” ทูตรัสเซียกล่าวและว่า แม้จะยังไม่สามารถให้รายละเอียดมากนักในขณะนี้ แต่ในเบื้องต้นหลายบริษัทยังแสดงความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในโครงการ Science Park รวมทั้งการลงทุนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจด้านตะวันออก หรือ อีอีซี ของไทยด้วย”

นอกจากนี้ยังระบุว่า ศักยภาพความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างไทยและรัสเซียนั้นไม่ได้จำกัดเฉพาะด้านไอทีและเทคโนโลยี แต่ยังครอบคลุมการลงทุนด้านพลังงาน การขนส่ง อุตสาหกรรมการเกษตร และการท่องเที่ยว ซึ่งในปีที่ผ่านมา (2559) มีนักท่องเที่ยวจากรัสเซียมาเยือนไทยมากถึง 1.1 ล้านคน และคาดว่าจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นในปีนี้ ส่วนนักท่องเที่ยวจากไทยไปยังรัสเซียนั้น ท่านทูตแสดงความคาดหวังว่าในปีหน้า (2561) ซึ่งเป็นปีที่รัสเซียได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันบอลโลก เชื่อว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากหลั่งไหลไปยังรัสเซีย รวมถึงนักท่องเที่ยวจากประเทศไทย

 นวัตกรรมนำเศรษฐกิจ

“ในประเทศรัสเซียเองต้องยอมรับว่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เราถูกคว่ำบาตรจากประเทศตะวันตก(จากกรณีที่รัสเซียเข้ามีส่วนร่วมในสงครามแบ่งแยกดินแดนในยูเครน) ทำให้เกิดผลกระทบเชิงลบทางเศรษฐกิจ ประกอบกับสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบตกต่ำในตลาดโลก ทำให้รัสเซียที่เป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลกพลอยได้รับผลกระทบ ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของรัสเซียปรับลดลง ทำให้เราต้องพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ใช้จังหวะ 4 ปีที่ถูกคว่ำบาตรเป็นช่วงเวลาแห่งการปฏิรูปภายในประเทศ ซึ่งเราก็ทำได้ดี ปัจจุบันเศรษฐกิจรัสเซียกลับมามีการขยายตัวที่อัตรากว่า 1% ”

การปฏิรูปดังกล่าวครอบคลุมถึงการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพารายได้จากการส่งออกพลังงาน (ซึ่งเดิมอยู่ที่สัดส่วน 70% ของจีดีพี) แต่ปัจจุบัน รัฐบาลรัสเซียมุ่งเน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากขึ้นเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ นอกจากนี้ เนื่องจากเป็นประเทศที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล รัสเซียจึงมุ่งใช้เทคโนโลยีพัฒนาภาคการเกษตรเพื่อยกระดับทั้งคุณภาพและปริมาณของผลผลิต ซึ่งในส่วนนี้ทูตรัสเซียกล่าวว่ามีบริษัทของไทยคือ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เข้าไปบุกเบิกและมีส่วนร่วมในการพัฒนายกระดับอุตสาหกรรมการเกษตรในรัสเซีย

“ผมได้พบกับคุณธนินท์ เจียรวนนท์ ผู้บริหารของซีพี ซึ่งเป็นผู้ลงทุนไทยรายใหญ่ที่สุดในรัสเซีย คุณธนินนท์บอกผมว่า รัสเซียมีศักยภาพที่จะผลิตพืชผลและสินค้าการเกษตรเลี้ยงโลกทั้งใบ ซีพีเองยินดีจะช่วยปรับปรุงและพัฒนาวิธีทำการเกษตรในรัสเซียเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายดังกล่าว ผมในนามของคนรัสเซียรู้สึกขอบคุณและยินดีมากในเรื่องนี้”

  ใกล้ชิดพันธมิตรเอเชีย

การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจทำให้รัสเซียมีนโยบายเพิ่มความร่วมมือกับประเทศพันธมิตรในภูมิภาคเอเชียมากยิ่งขึ้นด้วย โดยปัจจุบัน จีนเป็นประเทศคู่ค้าและคู่ลงทุนรายใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ขณะเดียวกันอาเซียนก็เป็นคู่ค้า-คู่ลงทุนที่ดีของรัสเซียและเพิ่งจะฉลองครอบรอบความสัมพันธ์ 20 ปีอาเซียน-รัสเซียเมื่อปีที่ผ่านมา

“สำหรับประเทศไทย ผมจะทำทุกวิถีทางที่จะเชื่อมประสานความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้ง 2 ประเทศให้ยืนยาวและยั่งยืนยิ่งๆขึ้นไป เราจะทำงานใกล้ชิดกันให้มากขึ้นยิ่งไปกว่านี้” ทูตบาร์สกีกล่าวย้ำว่าในปีแห่งการฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-รัสเซียครบ 120 ปีนี้ จะมีกิจกรรมสัมมนาและการนำคณะนักธุรกิจจากรัสเซียมาเยือนไทยอีกหลายคณะ เพื่อแสวงหาลู่ทางความร่วมมือระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น

ไทยและรัสเซียตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกัน 5 เท่าในเวลา 5 ปี (เริ่มจากปี 2559) ทั้งนี้ การค้ารวมไทย-รัสเซียระหว่างปี 2556 – 2558 มีมูลค่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยในปี 2558 รัสเซียเป็นคู่ค้าอันดับที่ 31 ของไทย ถือเป็นคู่ค้าอันดับที่ 1 ในกลุ่มประเทศ CIS (The Commonwealth of Independent States)

การค้าระหว่างไทย-รัสเซีย ปี 2558 มีมูลค่า 2,400 ล้านดอลลาร์ หรือ0.56% ของมูลค่าการค้าทั้งหมดของไทย โดยไทยเป็นฝ่ายขาดดุลการค้า 929.10 ล้านดอลลาร์(ไทยส่งออกไปยังรัสเซียคิดเป็นมูลค่าประมาณ700 ล้านดอลลาร์ และนำเข้าจากรัสเซียเป็นมูลค่า 1,600 ล้านดอลลาร์ มีสินค้าส่งออกสำคัญได้แก่ รถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ อัญมณีและเครื่องประดับ โพลิเมอร์ ผลไม้แปรรูป ยางพารา เครื่องจักรและอะไหล่ อุปกรณ์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน ปลากระป๋องและอาหารทะเล เครื่องปรับอากาศ และข้าว

ส่วนสินค้าหลักที่ไทยนำเข้าจากรัสเซีย ได้แก่ น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ โลหะและชิ้นส่วนโลหะ ปุ๋ย เครื่องประดับอัญมณี สินแร่ เศษเหล็ก ผัก อาหารทะเลสดและแช่แข็ง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,241 วันที่ 5 - 8 มีนาคม พ.ศ. 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline