thansettakij
thansettakij
พิซซ่าถาดร้อนหมื่นล. พาเหรดอัดแคมเปญโกย-ฟู้ดแลนด์ส่งน้องใหม่สู้

พิซซ่าถาดร้อนหมื่นล. พาเหรดอัดแคมเปญโกย-ฟู้ดแลนด์ส่งน้องใหม่สู้

06 มี.ค. 60 | 10:00 น.
อัปเดตล่าสุด :07 มี.ค. 60 | 13:09 น.
ตลาดพิซซ่ากว่า 1 หมื่นล้านบาทแข่งดุแบรนด์ใหญ่-เล็ก เปิดเกมบุกตลาด “พิซซ่า ฮัท” เร่งสยายปีก100 สาขาหลัง “มหากิจศิริ” ฮุบกิจการ ฟาก “ฟู้ดแลนด์”เปิดเกมส่งน้องใหม่สัญชาติเกาหลี “มิสเตอร์ พิซซ่า”ชิมลาง

ยังได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภคอยู่เสมอไม่ว่าสภาพเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร สำหรับตลาดฟาสต์ฟูดในเมืองไทยที่มีมูลค่ากว่า 3.5 หมื่นล้านบาท หลังจากปล่อยให้เพื่อนร่วมเซกเมนต์อย่างไก่ทอดและเบอร์เกอร์ออกมากระหน่ำโปรโมชันไปแล้วตั้งแต่ช่วงต้นปี ล่าสุดก็ถึงคิวของ "พิซซ่า" กันบ้างที่ต่างพร้อมใจกันอัดแคมเปญกระทุ้งตลาดมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาทคึกคักรับไฮซีซัน

ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ หนีไม่พ้น แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง "พิซซ่า ฮัท" ที่ล่าสุดออกมาเผยถึงทิศทางธุรกิจใหม่ พร้อมกับเจ้าของกิจการใหม่โดยตระกูล "มหากิจศิริ" ในนาม "บริษัท พีเอชแคปปิตอล จำกัด" จาก เดิมที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการโดยบริษัท ยัมเรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด โดยนางสาวอุษณา มหากิจศิริ กรรมการ พีเอชแคปปิตอล กล่าวว่า ยุทธ์ศาสตร์การบริหารแบรนด์พิซซ่า ฮัท 4 ปีนับจากนี้ จะเน้นการขยายสาขาเพิ่มอีก 100 แห่งทั่วประเทศจากปัจจุบันที่มีอยู่ 92 แห่ง (เป็นการได้รับสิทธิ์ในการบริหารงานสาขาเดิมด้วย) โดยเบื้องต้นในปีนี้มีแผนเปิดสาขาใหม่ 10-15 แห่ง ในรูปแบบแคชวล เซอร์วิส หรือรูปแบบที่สามารถเข้าออกได้สะดวกรวดเร็ว ซึ่งมีพื้นที่ตั้งแต่ 15-60 ที่นั่ง

ตั้งแต่ไตรมาส 2 นี้จะเริ่มทยอยปรับปรุงสาขาเดิมให้มีความทันสมัยมากขึ้น ขณะที่การทำตลาดจะให้ความสำคัญกับการพัฒนารสชาติเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยให้มากที่สุด อีกทั้งยังมีการจัดโปรโมชันต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยล่าสุดได้จัดโปรโมชัน ซื้อถาดที่ 2 ราคา 99 บาท

ด้านแบรนด์น้องใหม่อย่าง "มิสเตอร์ พิซซ่า" ที่ทดลองทำตลาดตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ในปีนี้ฟู้ดแลนด์ ซูเปอร์มาร์เก็ตต้นสังกัดเตรียมแผนประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ภายใต้การขับเคลื่อนของเจเนอเรชัน 2 อย่าง "อธิพล ตีระสงกรานต์" ผู้ช่วยรองประธาน บริษัท ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต จำกัด ผู้ได้รับลิขสิทธิ์มาสเตอร์แฟรนไชส์พิซซ่า สไตล์เกาหลีแบรนด์ "มิสเตอร์ พิซซ่า"

"อธิพล" กล่าวว่า บริษัทเตรียมใช้เงินลงทุน 45 ล้านบาท แบ่งเป็น 35 ล้านบาทเพื่อใช้เป็นทุนจดทะเบียนก่อตั้งบริษัท มิสเตอร์พิซซ่า (ไทยแลนด์) จำกัด และบริหารแบรนด์มิสเตอร์ พิซซ่า ขณะที่อีก 10 ล้านบาทเป็นค่าลิขสิทธิ์มาสเตอร์แฟรนไชส์ ซึ่งแผนการทำตลาดนับจากนี้ได้วางเป้าหมายการขยายสาขาไว้ที่ 50 แห่งภายในช่วง 5 ปีนับจากนี้ แบ่งเป็นร้านเต็มรูปแบบที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 180-200 ตร.ม. จำนวน 20 แห่ง และร้านรูปแบบคีออส 30 แห่งโดยตั้งเป้าที่จะก้าวขึ้นเป็นแบรนด์พิซซ่าในใจผู้บริโภคชาวไทย

"เราทดลองนำแบรนด์มิสเตอร์ พิซซ่ามาทำตลาดครั้งแรกตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา โดยวางเป้าหมายเจาะกลุ่มผู้บริโภคตั้งแต่ระดับบีบวกขึ้น ซึ่งพบว่าได้รับการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดี มีผู้เข้ามารับประทานภายในร้านเฉลี่ย 150 รายต่อวัน และมียอดใช่จ่ายต่อหัวอยู่ที่ 220 บาท ซึ่งถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทวางไว้"

M39-3241-B สำหรับแผนการทำตลาดนับจากนี้จะให้ความสำคัญกับการจัดโปรโมชันส่งเสริมการขายทั้ง ลด แลก แจก แถม เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคทั้งชายและหญิง โดยโปรโมชันแรกที่จะมีการจัดได้แก่โปรโมชัน "เลดี้เดย์" ด้วยการมอบส่วนลด 20% สำหรับคุณผู้หญิงที่เข้ามารับประทานอาหารภายในร้านทุกวันจันทร์ ควบคู่กับการหมุนเวียนเมนูใหม่ทุกไตรมาส ผ่านงบประมาณในการทำตลาดทั้งสิ้น 3% ของยอดขาย

ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะมีรายได้ 400 ล้านบาทภายใน 5 ปี ขณะที่ในสิ้นปีนี้คาดการณ์ว่าจะสามารถปิดรายได้ที่ 100 ล้านบาท อย่างไรก็ดีในช่วงกลางปีนี้บริษัทมีแผนในการก่อตั้งบริษัทใหม่ในรูปแบบโฮลดิ้ง คอมปะนี เพื่อบริหารจัดการธุรกิจอาหารในเครือฯ ซึ่งประกอบไปด้วยแบรนด์ร้านติ่มซำทิม โฮ วัน (Tim Ho Wan),มิสเตอร์พิซซ่า,และอีกสองแบรนด์ใหม่ที่เตรียมเข้ามาทำตลาดในปีนี้ เช่น ร้าน HAWKER CHAN ร้านมิชลินสตาร์จากสิงคโปร์ ,และร้านราเมน ซึตะ จากประเทศญี่ปุ่น เบื้องต้นอยู่ระหว่างการก่อตั้งซึ่งประกอบไปด้วย 3 ผู้ถือหุ้น โดยมีสมศักดิ์ ตีระพัฒนกุล ประธาน บริษัท ฟู้ดแลนด์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต จำกัด เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นหลัก

อย่างไรก็ดีตลาดพิซซ่า ถือเป็นตลาดที่มีการเติบโตต่อเนื่อง โดยในปีนี้คาดว่าจะมีการเติบโต 5-10% ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ซึ่งนอกจาก 2 แบรนด์ข้างต้นแล้ว พบว่า แบรนด์ใหญ่อย่าง "เดอะพิซซ่า คอมปะนี" ล่าสุดได้เปิดตัวโปรโมชันซิกเนเจอร์ ซื้อ 1 แถม 1 และภาพยนตร์โฆษณาใหม่ออกมาเรียกเสียงฮือฮาอีกครั้ง โดยสามารถเลือกได้ทุกหน้าทุกขอบ ทั้งแป้งหนา บางกรอบ หรือขอบชีส ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ขณะที่อีกหนึ่งผู้เล่นสำคัญ "นารายณ์พิซเซอเรีย" นั้นก็เพิ่งมีการปรับราคาบุพเฟ่ต์พิซซ่าใหม่เป็น 186+ และเมนูแลกซื้อสุดพิเศษ ออกแข่งขันอีกทั้งยังเป็นการรองรับความต้องการรวมถึงสร้างการเติบโตในตลาดครั้งนี้อีกด้วย

ทั้งนี้นอกจากพิซซ่าที่นั่งทานในร้านแล้ว พบว่าในกลุ่มดีลิเวอรีตลาดพิซซ่าก็มีการเติบโตไม่แพ้กันเนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยให้ความนิยมเพิ่มขึ้น แต่ในปีที่ผ่านมาหลังจากการที่เชนร้านอาหารดังต่างๆ เริ่มให้บริการดีลิเวอรีมากขึ้น จึงกลายเป็นคู่แข่งสำคัญที่มาแย่งส่วนแบ่งของพิซซ่า ดีลิเวอรีไป จึงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า แบรนด์ยักษ์ใหญ่เหล่านี้จะแก้เกมเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดคืออย่างไร

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,241 วันที่ 5 - 8 มีนาคม พ.ศ. 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline