thansettakij
thansettakij
หนุนเทรดกระดานสตาร์ตอัพ ฟินเทคชี้เปิดรุ่นใหม่เข้าถึงแหล่งทุนต่อยอดนวัตกรรม

หนุนเทรดกระดานสตาร์ตอัพ ฟินเทคชี้เปิดรุ่นใหม่เข้าถึงแหล่งทุนต่อยอดนวัตกรรม

02 มี.ค. 60 | 03:00 น.
สมาคมฟินเทคขานรับแยกกระดานเทรดหุ้นสตาร์ตอัพ หนุนผู้สร้างนวัตกรรมเข้าถึงแหล่งทุน ลุ้นทางการเคาะกระบวนการจัดตั้ง-คุณสมบัติจากหลายโมเดล ด้านผู้ซื้อขายเน้นมีความรู้ปริมาณเงินลงทุนและรับความเสี่ยงได้ก่อนขยายสู่รายย่อย ระหว่างรอผลสรุปแนวทางการจัดตั้งกระดานซื้อขายหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเพื่อรองรับธุรกิจใหม่ “สตาร์ตอัพ หรือ เอสเอ็มอีขนาดเล็ก” ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กำลังศึกษาความเป็นไปได้ที่จะแยกกระดานซื้อขายหลักทรัพย์สตาร์ตอัพออกจากกระดานหลัก(SET)และตลาดเอ็มเอไอนั้น

นายเจษฎา สุขทิศ รักษาการนายกสมาคมฟินเทค กล่าวว่า แนวคิดดังกล่าวถือเป็นพัฒนาการของความก้าวหน้าฝ่ายกำกับดูแลในการเปิดโอกาสและส่งเสริมผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในการสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นในเมืองไทย โดยเฉพาะแนวคิดในการจัดตั้งกระดานเทรดหุ้นกลุ่มสตาร์ตอัพนั้น จะเป็นประโยชน์ให้ผู้พัฒนาหรือสร้างนวตกรรมสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในวงกว้าง

“การแยกกระดานเทรดหุ้นกลุ่มสตาร์ตอัพอาจแตกต่างจากตลาดหลักทรัพย์และเอ็มเอไอในปัจจุบันซึ่งต้องมีฐานกำไร มีทุนจดทะเบียนเป็นดัชนีชี้วัด แต่ในส่วนของสตาร์ตอัพยังเป็นประเด็นที่อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ เพราะต้องศึกษาทั้งวิธีจัดตั้งในส่วนของผู้สร้างนวัตกรรมและกลุ่มผู้ลงทุน ซึ่งเท่าที่ได้มีส่วนพูดคุยกันทางก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์ฯกำลังศึกษาข้อดีและข้อเสียในหลายโมเดล”

อย่างไรก็ตามส่วนตัวมองเห็นเป็นเรื่องดี เพราะหากทางการเปิดเวทีให้ผู้สร้างนวตกรรมเข้าถึงแหล่งทุนจะทำให้ผู้สร้างนวตกรรมสามารถพัฒนาหรือต่อยอดไอเดียดีๆ เช่นที่ผ่านมาเฉพาะกลุ่มฟินเทคเพียง 2ปีมีฟินเทคเกิดใหม่เพิ่มเป็นเท่าตัว แต่ในกรณีการแยกกระดานเทรดหุ้นสตาร์ตอัพยังมีประเด็นที่ต้องระมัดระวังโดยเฉพาะฝั่งนักลงทุน

ทางการตวรกำหนดคุณสมบัติผู้ลงทุนที่เหมาะสม เช่นอาจจะเริ่มต้นจากกลุ่มไหน พร้อมกำหนดปริมาณเงินลงทุน เพราะนอกจากผู้ลงทุนต้องมีความรู้และเข้าใจในธุรกิจของสตาร์ตอัพแล้ว ผู้ลงทุนต้องสามารถรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นด้วย หลังจากสร้างนักลงทุนกลุ่มสถาบันได้แล้ว จึงขยายสู่กลุ่มนักลงทุนรายย่อยทั้งนี้เพื่อให้กระดานหุ้นเกิดได้ในตลาดและสามารถเทรดอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯกล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาคุณสมบัติทุนจดทะเบียน ขณะเดียวกันนักลงทุนที่จะเข้ามาจะต้องเป็นกลุ่มที่มีความรู้และรับความเสี่ยงได้สูง เพราะสตาร์ตอัพยังมีความเสี่ยงเรื่องผลกำไร เช่น นักลงทุนรายใหญ่หรือสถาบัน โดยคาดว่าจะมีข้อสรุปไตรมาสแรกของปีนี้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,240 วันที่ 2 - 4 มีนาคม พ.ศ. 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline