
คาดจีดีพีเกษตรโตสุดรอบ3ปี อานิสงส์3ปัจจัย-นครปฐมแชมป์รายได้ครัวเรือน
สศก. คาดจีดีพีเกษตรปี 60 ทำนิวไฮรอบ 3 ปี ชี้อานิสงส์ 3 ปัจจัยหลัก ส่งออกขยายตัว มาตรการรัฐดัน เศรษฐกิจโลกฟื้น ขณะปี 59 รายได้เงินสดครัวเรือนพุ่ง เผยผลสำรวจเกษตรกร "นครปฐม"อู้ฟู่สุด แต่ยังเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยง "ลานิลญา" ทำน้ำท่วมผลผลิตเสียหาย
จากปลายปี 2559 ถึงต้นปี 2560 ภาคใต้ของไทยประสบปัญหาน้ำท่วมใหญ่ จะส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคการเกษตร(จีดีพีภาคเกษตร)ของไทยในปีนี้มากน้อยเพียงใดและจากนี้ไปจะยังมีปัจจัยเสี่ยงใดมากระทบอีกหรือไม่นั้น
นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงผลวิเคราะห์จีดีพีภาคเกษตรไทยในปี 2560 ว่า จากสภาพดินฟ้าอากาศที่เอื้ออำนวย ไม่แห้งแล้ง ทาง สศก.ได้คาดการณ์แนวโน้มจีดีพีภาคเกษตรของไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ที่ 2.5-3.5% หรือมีมูลค่าระหว่าง 1.223-1.227 ล้านล้านบาท จากในปีที่ผ่านมาจีดีพีภาคเกษตรไทยมีมูลค่าประมาณ 1.197 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 8-9 % ของจีดีพีโดยรวมของประเทศที่มีมูลค่าประมาณ 24.360 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้เป็นผลจากการคาดการณ์ว่าสาขาพืชและปศุสัตว์ ประมง บริการเกษตรและป่าไม้ในปีนี้มีแนวโน้มขยายตามเป็นบวกตามสภาพดินฟ้าอากาศที่เอื้ออำนวยกว่าปีที่ผ่านมา ผลจากแรงผลักดันจากนโยบายรัฐ ผลจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและตลาดสินค้าเกษตรโลก ซึ่งหากเป็นไปตามคาดการณ์จีดีพีเกษตรในปีนี้จะทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปี อย่างไรก็ดียังคงต้องติดตามสถานการณ์ปรากฎการณ์ลานิญา ที่อาจทำให้ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลันในบางพื้นที่ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย รวมถึงนโยบายทางการเมืองของประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย เช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป จีน และกลุ่มอาเซียนที่อาจส่งผลกระทบ เป็นต้น
เลขาธิการ สศก. ยังเผยถึงรายได้ครัวเรือนภาคเกษตรของไทยในปี 2559 โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 3 แสนบาท/ครัวเรือน จากปีก่อนเฉลี่ยที่ 2.83 แสนบาท/ครัวเรือน เช่นเดียวกับรายได้เงินสดครัวเรือนเพิ่มขึ้น1.57 แสนบาท/ครัวเรือน จากปีก่อน 1.48 แสนบาท/ครัวเรือน คิดเป็นสัดส่วนเพิ่มคิดเป็น 6% สำหรับปัจจัยที่ทำให้รายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้นแม้ไทยจะประสบภัยแล้งตั้งแต่ปี 2558 ต่อเนื่องมาปี 2559 ผลจากเกษตรกรมีการปรับตัวรองรับสถานการณ์ภัยแล้งได้ดีขึ้น เช่น ปลูกพืชใช้น้ำน้อย รับจ้างทำงานด้านการเกษตร แปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า หรือท่องเที่ยวเชิงเกษตร รวมทั้งนโยบายของภาครัฐ ที่มีการพัฒนาระบบกระจายน้ำ มีศูนย์เรียนรู้ เพื่อเพิ่มศักยภาพของเกษตรกร ช่วยลดต้นทุนการผลิต และการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ มีกลไกประชารัฐ มีตลาดแหล่งรับซื้อแน่นอน จึงส่งผลทำให้รายได้ครัวเรือนเกษตร มีสัดส่วนรายได้เงินสดจากภาคเกษตร 52.36% และรายได้นอกภาคเกษตร 47.64%
"ในปีที่แล้วจากการสำรวจพบว่าจังหวัดทีมีรายได้เกษตรสูงสุดในแต่ละภาค เช่น ภาคเหนือ คือเพชรบูรณ์มีรายได้ครัวเรือนเกษตรเฉลี่ย 2.54 แสนบาทต่อครัวเรือน สูงกว่ารายได้เฉลี่ยภาคที่อยู่ที่ 1.51 แสนบาทต่อครัวเรือน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือนครราชสีมา รายได้ครัวเรือนเกษตรเฉลี่ย 1.97 แสนบาท จากค่าเฉลี่ยภาค 1.07 แสนบาทต่อครัวเรือน ภาคกลางคือฉะเชิงเทรา 4.10 แสนบาท จากค่าเฉลี่ยภาคอยู่ที่ 2.57 แสนบาทต่อเครัวเรือน ส่วนภาคใต้คือกระบี่เฉลี่ย 2.47 แสนบาท จากค่าเฉลี่ยภาคอยู่ที่ 2.30 แสนบาทต่อครัวเรือน อย่างไรก็ตามยังพบว่ารายครัวเรือนเกษตรที่มีรายได้สูงสุดของประเทศ ได้แก่จังหวัดนครปฐม เฉลี่ยที่ 6.19 แสนบาท ส่วนต่ำสุดคือแม่ฮ่องสอน"
สำหรับรายได้เกษตรกรในปี 2560 คาดจะมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามจีดีพีเกษตรที่ขยายตัว จากเวลานี้สถานการณ์เอลนีโญ(ทำให้เกิดภัยแล้ง)ได้ลดลง และไทยกำลังเข้าสู่ปรากฎการณ์ลานีญามาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ในปีนี้อาจมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ และเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ทำให้ผลผลิตเสียหาย และยังมีปัจจัยเสี่ยงจากราคาสินค้าเกษตรที่อาจตกต่ำ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,240 วันที่ 2 - 4 มีนาคม พ.ศ. 2560
จากปลายปี 2559 ถึงต้นปี 2560 ภาคใต้ของไทยประสบปัญหาน้ำท่วมใหญ่ จะส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคการเกษตร(จีดีพีภาคเกษตร)ของไทยในปีนี้มากน้อยเพียงใดและจากนี้ไปจะยังมีปัจจัยเสี่ยงใดมากระทบอีกหรือไม่นั้น
นางสาวจริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงผลวิเคราะห์จีดีพีภาคเกษตรไทยในปี 2560 ว่า จากสภาพดินฟ้าอากาศที่เอื้ออำนวย ไม่แห้งแล้ง ทาง สศก.ได้คาดการณ์แนวโน้มจีดีพีภาคเกษตรของไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ที่ 2.5-3.5% หรือมีมูลค่าระหว่าง 1.223-1.227 ล้านล้านบาท จากในปีที่ผ่านมาจีดีพีภาคเกษตรไทยมีมูลค่าประมาณ 1.197 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 8-9 % ของจีดีพีโดยรวมของประเทศที่มีมูลค่าประมาณ 24.360 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้เป็นผลจากการคาดการณ์ว่าสาขาพืชและปศุสัตว์ ประมง บริการเกษตรและป่าไม้ในปีนี้มีแนวโน้มขยายตามเป็นบวกตามสภาพดินฟ้าอากาศที่เอื้ออำนวยกว่าปีที่ผ่านมา ผลจากแรงผลักดันจากนโยบายรัฐ ผลจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและตลาดสินค้าเกษตรโลก ซึ่งหากเป็นไปตามคาดการณ์จีดีพีเกษตรในปีนี้จะทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปี อย่างไรก็ดียังคงต้องติดตามสถานการณ์ปรากฎการณ์ลานิญา ที่อาจทำให้ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลันในบางพื้นที่ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย รวมถึงนโยบายทางการเมืองของประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย เช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป จีน และกลุ่มอาเซียนที่อาจส่งผลกระทบ เป็นต้น
เลขาธิการ สศก. ยังเผยถึงรายได้ครัวเรือนภาคเกษตรของไทยในปี 2559 โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 3 แสนบาท/ครัวเรือน จากปีก่อนเฉลี่ยที่ 2.83 แสนบาท/ครัวเรือน เช่นเดียวกับรายได้เงินสดครัวเรือนเพิ่มขึ้น1.57 แสนบาท/ครัวเรือน จากปีก่อน 1.48 แสนบาท/ครัวเรือน คิดเป็นสัดส่วนเพิ่มคิดเป็น 6% สำหรับปัจจัยที่ทำให้รายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้นแม้ไทยจะประสบภัยแล้งตั้งแต่ปี 2558 ต่อเนื่องมาปี 2559 ผลจากเกษตรกรมีการปรับตัวรองรับสถานการณ์ภัยแล้งได้ดีขึ้น เช่น ปลูกพืชใช้น้ำน้อย รับจ้างทำงานด้านการเกษตร แปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า หรือท่องเที่ยวเชิงเกษตร รวมทั้งนโยบายของภาครัฐ ที่มีการพัฒนาระบบกระจายน้ำ มีศูนย์เรียนรู้ เพื่อเพิ่มศักยภาพของเกษตรกร ช่วยลดต้นทุนการผลิต และการส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ มีกลไกประชารัฐ มีตลาดแหล่งรับซื้อแน่นอน จึงส่งผลทำให้รายได้ครัวเรือนเกษตร มีสัดส่วนรายได้เงินสดจากภาคเกษตร 52.36% และรายได้นอกภาคเกษตร 47.64%
"ในปีที่แล้วจากการสำรวจพบว่าจังหวัดทีมีรายได้เกษตรสูงสุดในแต่ละภาค เช่น ภาคเหนือ คือเพชรบูรณ์มีรายได้ครัวเรือนเกษตรเฉลี่ย 2.54 แสนบาทต่อครัวเรือน สูงกว่ารายได้เฉลี่ยภาคที่อยู่ที่ 1.51 แสนบาทต่อครัวเรือน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือนครราชสีมา รายได้ครัวเรือนเกษตรเฉลี่ย 1.97 แสนบาท จากค่าเฉลี่ยภาค 1.07 แสนบาทต่อครัวเรือน ภาคกลางคือฉะเชิงเทรา 4.10 แสนบาท จากค่าเฉลี่ยภาคอยู่ที่ 2.57 แสนบาทต่อเครัวเรือน ส่วนภาคใต้คือกระบี่เฉลี่ย 2.47 แสนบาท จากค่าเฉลี่ยภาคอยู่ที่ 2.30 แสนบาทต่อครัวเรือน อย่างไรก็ตามยังพบว่ารายครัวเรือนเกษตรที่มีรายได้สูงสุดของประเทศ ได้แก่จังหวัดนครปฐม เฉลี่ยที่ 6.19 แสนบาท ส่วนต่ำสุดคือแม่ฮ่องสอน"
สำหรับรายได้เกษตรกรในปี 2560 คาดจะมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามจีดีพีเกษตรที่ขยายตัว จากเวลานี้สถานการณ์เอลนีโญ(ทำให้เกิดภัยแล้ง)ได้ลดลง และไทยกำลังเข้าสู่ปรากฎการณ์ลานีญามาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ในปีนี้อาจมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ และเกิดน้ำท่วมฉับพลัน ทำให้ผลผลิตเสียหาย และยังมีปัจจัยเสี่ยงจากราคาสินค้าเกษตรที่อาจตกต่ำ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,240 วันที่ 2 - 4 มีนาคม พ.ศ. 2560






