thansettakij
thansettakij
หวั่นปิดซ่อมรันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิทำคอสต์พุ่ง

หวั่นปิดซ่อมรันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิทำคอสต์พุ่ง

04 มี.ค. 60 | 13:00 น.
แอร์ไลน์ผวาไฟล์ตสุวรรณภูมิดีเลย์ ตั้งการ์ดรับมือผลกระทบหวั่นค่าใช้จ่ายพุ่งหลังทอท.ประกาศปิดซ่อมรันเวย์ฝั่งตะวันออกบางส่วนและแท็กซี่ เวย์ 60 วัน ด้านเอโอซี เผยการปิดซ่อมเป็นเรื่องจำเป็น สายการบินต้องเตรียมแผนให้ดี

นายพรต เสตสุวรรณ ประธานคณะกรรมการตัวแทนผู้บริหารสายการบิน (Board of Airlines Representatives : BAR) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่าการปิดซ่อมรันเวย์ฝั่งตะวันออกบางส่วนและแท็กซี่เวย์ ของสนามบินสุวรรณภูมิเป็นเวลา 60 วัน ย่อมส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของสายการบินต่างๆ ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้กับปัญหาเที่ยวบินล่าช้าที่เกิดขึ้น โดยสายการบินต่างๆที่เป็นสมาชิกของBAR กว่า 70-80 สายการบินก็กำลังจับตาเรื่องของค่าใช้จ่ายและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเที่ยวบินล่าช้า ที่หากความเสียหายมีมูลค่าก็อาจต้องร้องขอให้รัฐบาลควรออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการในเรื่องนี้ด้วย

นายหลุยส์ มอเซอร์ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบินกรุงเทพ หรืเอโอซีกล่าวว่าการปิดซ่อมครั้งนี้ ถือเป็นความจำเป็นและมีความสำคัญในด้านความปลอดภัยต่อการปฏิบัติการการบินเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการปิดซ่อมนี้จะมีผลกระทบที่สำคัญต่อสายการบินพาณิชย์ ทั้งในด้านของขีดจำกัดของน้ำหนักรวมบรรทุกของอากาศยาน (commercial-Pay load) ซึ่งสายการบินต่าง ๆ จำเป็นจะต้องเลือกบริหารจัดการเพื่อลดน้ำหนักลง เพื่อให้สามารถทำการบินขึ้นจากรันเวย์ที่สั้นได้

ผลกระทบอีกส่วนคือ การปิดซ่อมรันเวย์ครั้งนี้ จะทำให้เกิดการจราจรทางอากาศที่หนาแน่นขึ้น เครื่องบินจะต้องมีการ hold (รอ) บนน่านฟ้าจนกว่าหอบังคับการจะบริหารลำดับให้เครื่องแต่ละลำที่รออยู่นั้นทำการลงจอดได้ ในส่วนนี้จะมีผลให้สายการบินต่าง ๆ จำเป็นต้องสำรองนำมันเชื้อเพลิงให้เพียงพอกับการบินวนบนอากาศในระหว่างรอการลงจอด และจะมีผลกระทบอื่น ๆ ที่ตามมา คือ เที่ยวบินลงจอดล่าช้า ผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง หรือต่อเครื่องในเที่ยวบินถัดไปไม่ทันซึ่งเป็นการกระทบต่อความไม่สะดวกอื่น ๆ ของผู้โดยสารโดยตรงในการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์นั้น
เราจะต้องเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งก็คือการที่เครื่องบินมีเชื้อเพลิงไม่พอและต้องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินใกล้เคียงได้กำหนดให้ สนามบินอู่ตะเภา เป็นสนามบินสำรองหลัก และทางท่าอู่ตะเภาได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว ในการเตรียมความพร้อมของทุก ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบ และดูแลในเรื่องนี้โดยตรงนั้น เราได้มีการประชุมและหารือร่วมกันของทุกฝ่ายเพื่อที่จะลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด

นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)หรือทอท. เปิดเผยว่า สนามบินสุวรรณภูมิ มีโครงการปรับปรุงพื้นผิวทางวิ่งฝั่งตะวันออก (บางส่วน)และทางขับ B1(แท็กซี่ เวย์)เป็นระยะเวลา 60 วัน ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม- 2 พฤษภาคมนี้ โดยทอท.ได้ว่าจ้างบริษัทไทยสเลอรี่ซิล จำกัด เป็นผู้ดำเนินการวงเงินว่าจ้าง 149.6 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องปิดพื้นที่ทางวิ่งฝั่งตะวันออก ด้านทิศเหนือ (01R/19L) เป็นระยะทาง 935 เมตร และทางขับเส้น B1 เพื่อซ่อมแซมพื้นผิวโดยในส่วนของทางวิ่งจะปรับปรุงด้วยวิธีการรื้อชั้นแอสฟัลต์คอนกรีตเดิม และปูวัสดุมอดิฟาย์แอสฟัลต์คอนกรีตด้านบน และในส่วนของพื้นผิวทางขับ B1 จะปรับปรุงด้วยการปูวัสดุปอร์ตแลนด์ซีเมนต์คอนกรีตด้านบน

นางสาริณี อังศุสิงห์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด หรือบวท. เปิดเผยว่าบวท.ได้วางแผนและเตรียมความพร้อมรองรับการจัดการจราจรทางอากาศในช่วงที่มีการปรับปรุงทางวิ่งฝั่งตะวันออก ด้านทิศเหนือ ของสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งจะทำการซ่อมบำรุงพื้นผิวทางวิ่งบางส่วนเป็นระยะทาง 935 เมตร จะคงเหลือระยะการใช้งานทางวิ่งฝั่งตะวันออกเพียง 2,750 เมตร ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการรองรับปริมาณเที่ยวบินที่อาจเกินขีดความสามารถการรองรับในบางช่วงเวลา

ทั้งนี้บวท.มีแนวทางในการบริหารจัดการ โดยกำหนดให้ใช้ทางวิ่งฝั่งตะวันออก (หัวทางวิ่งด้านเหนือ) สำหรับอากาศยานในการวิ่งขึ้นเท่านั้น ส่วนทางวิ่งฝั่งตะวันตกจะยังคงสามารถใช้งานได้ตามปกติทั้งการวิ่งขึ้นและทำการบินลง ส่งผลให้สัดส่วนปริมาณเที่ยวบินที่จะใช้ทางวิ่งฝั่งตะวันตกมีเป็นจำนวนมาก ซึ่งบวท.ได้ใช้หลักการบริหารความคล่องตัวการจราจรทางอากาศ หรือ Air Traffic Flow Management มาใช้บริหารจัดการปริมาณเที่ยวบินในแต่ละช่วงเวลาให้เหมาะสมกับความสามารถในการรองรับเที่ยวบินของสนามบิน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,240 วันที่ 2 - 4 มีนาคม พ.ศ. 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline