
‘เพย์พาล’เจาะร้านค้าไทย ดึงสินค้าขายต่างประเทศ ดันชำระเงินโต 2 หลัก
“เพย์พาล”เปิดเกมรุกขยายร้านค้าในประเทสไทย หวังดึงสินค้ายอดฮิตเปิดตลาดเมืองนอก ดันยอดชำระเงินเติบโต 2 หลัก
นายสมหวัง เหลืองไพบูลย์ศรี ผู้จัดการเพย์พาล ประจำประเทศไทย ผู้ให้บริการชำระเงินแบบดิจิตอล กล่าวว่า แนวทางการทำตลาดปีนี้มุ่งเน้นการดูแลลูกค้าทั้งผู้ซื้อและขยายร้านค้าผู้ประกอบการในไทย ทำให้ผู้ประกอบการหันมานำสินค้าไปขายตลาดต่างประเทศซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของบริษัทที่โฟกัสธุรกิจที่ขายสินค้าข้ามประเทศ
สำหรับเป้าหมายเพิ่มร้านค้าผู้ประกอบการนั้น เนื่องจากบริษัทมองว่ายังมีโอกาสในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มมูลค่าและปริมาณธุรกรรมการซื้อและการขายระหว่างประเทศซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ยอดการชำระเงินผ่านเพย์พาลเติบโตในอัตรา 2หลักได้ตามเป้าหมาย
“สำนักงานในไทยทำงานร่วมกันเพย์พาลสิงคโปร์ มาเลเชีย การเติบโตปีนี้สอดคล้องกับตลาดอีคอมเมิร์ช ซึ่งเราจะมีรายได้จากยอดรับเงินจากร้านค้าผู้ประกอบการออนไลน์ แบ่งเป็น 2ส่วนคือ บัตรชำระเงินที่ใช้จ่ายภายในประเทศโดยหักจากยอดขายอัตรา 3.7%บวก11บาท และบัตรชำระเงินข้ามประเทศหัก 4.4%บวก 11บาท”
คู่แข่งหลักของเพย์พาลนั้น คือ ธุรกิจเงินสด หรือร้านค้าที่เก็บเงินปลายทาง โดยปีนี้เน้นเจาะกลุ่มร้านค้าผู้ประกอบการหลากหลายทั้งธุรกิจส่งออก เช่น สินค้าหัตถกรรม ,หมอนยางพารา,เสื้อสูต,อัญมณี ธุรกิจท่องเที่ยวแพ็กเกจรถเช่าทัวร์สายการบินโรงแรมร้านอาหารสปาร์หรือกิจกรรมดำน้ำ เป็นต้น
ทั้งนี้จุดขายของบริษัทที่เป็นผู้ให้บริการชำระเงินทั่วโลกจึงพร้อมจะพาลูกค้าคือทั้งร้านค้าผู้ประกอบการในฐานะผู้ขายสินค้าและผู้ซื้อได้มาเจอกัน ขณะที่บริษัทสามารถบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนให้ลูกค้าโดยสามารถชำระเงินได้ถึง 25สกุลเงินและเน้นความปลอดภัยในการขายและทำให้ผู้ซื้อรู้สึกสบายใจด้วยการให้ความคุ้มครองผู้ซื้อ
นายสมหวัง ยังสรุปผลวิจัยผู้บริโภคทั่วโลกราว 2.8 หมื่นคนจาก 32 ประเทศและคนไทย 800 คนในปี2559พบว่า พฤติกรรมการซื้อขายออนไลน์และโมบายคอมเมิร์ซในอีก 2 ปีว่า แนวโน้มปีนี้การใช้จ่ายซื้อสินค้าออนไลน์ยังจะเติบโตได้ที่ 16% แม้จะเป็นอัตราลดลงจากปี 2559 อยู่ที่ 19% แต่มูลค่าเพิ่มเป็นกว่า 3.77 แสนล้านบาทจาก 3.26 แสนล้านบาท และปี2561 จะเติบโต 13% มูลค่าเพิ่มเป็น 4.27แสนล้านบาท
ขณะที่การใช้จ่ายผ่านมือถือมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดโดยปีนี้คาดว่าจะโต22%มูลค่า 1.74แสนล้านบาทจากปีก่อนอยู่ที่ 44%มูลค่า 1.42แสนล้านบาทและในปีหน้าจะโต19% มูลค่า 2.06แสนล้านบาท สำหรับการคาดการณ์ซื้อขายข้ามประเทศของคนไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 84%ในปีนี้จากยอดประเมิน 6.03 แสนล้านบาท
“3ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการช้อปออนไลน์ข้ามประเทศคือ การจ่ายภาษีศุลกากร ค่าขนส่งและความกังวลจะไม่ได้รับสินค้าที่สั่ง”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,239
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม พ.ศ. 2560
นายสมหวัง เหลืองไพบูลย์ศรี ผู้จัดการเพย์พาล ประจำประเทศไทย ผู้ให้บริการชำระเงินแบบดิจิตอล กล่าวว่า แนวทางการทำตลาดปีนี้มุ่งเน้นการดูแลลูกค้าทั้งผู้ซื้อและขยายร้านค้าผู้ประกอบการในไทย ทำให้ผู้ประกอบการหันมานำสินค้าไปขายตลาดต่างประเทศซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของบริษัทที่โฟกัสธุรกิจที่ขายสินค้าข้ามประเทศ
“สำนักงานในไทยทำงานร่วมกันเพย์พาลสิงคโปร์ มาเลเชีย การเติบโตปีนี้สอดคล้องกับตลาดอีคอมเมิร์ช ซึ่งเราจะมีรายได้จากยอดรับเงินจากร้านค้าผู้ประกอบการออนไลน์ แบ่งเป็น 2ส่วนคือ บัตรชำระเงินที่ใช้จ่ายภายในประเทศโดยหักจากยอดขายอัตรา 3.7%บวก11บาท และบัตรชำระเงินข้ามประเทศหัก 4.4%บวก 11บาท”
คู่แข่งหลักของเพย์พาลนั้น คือ ธุรกิจเงินสด หรือร้านค้าที่เก็บเงินปลายทาง โดยปีนี้เน้นเจาะกลุ่มร้านค้าผู้ประกอบการหลากหลายทั้งธุรกิจส่งออก เช่น สินค้าหัตถกรรม ,หมอนยางพารา,เสื้อสูต,อัญมณี ธุรกิจท่องเที่ยวแพ็กเกจรถเช่าทัวร์สายการบินโรงแรมร้านอาหารสปาร์หรือกิจกรรมดำน้ำ เป็นต้น
ทั้งนี้จุดขายของบริษัทที่เป็นผู้ให้บริการชำระเงินทั่วโลกจึงพร้อมจะพาลูกค้าคือทั้งร้านค้าผู้ประกอบการในฐานะผู้ขายสินค้าและผู้ซื้อได้มาเจอกัน ขณะที่บริษัทสามารถบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนให้ลูกค้าโดยสามารถชำระเงินได้ถึง 25สกุลเงินและเน้นความปลอดภัยในการขายและทำให้ผู้ซื้อรู้สึกสบายใจด้วยการให้ความคุ้มครองผู้ซื้อ
นายสมหวัง ยังสรุปผลวิจัยผู้บริโภคทั่วโลกราว 2.8 หมื่นคนจาก 32 ประเทศและคนไทย 800 คนในปี2559พบว่า พฤติกรรมการซื้อขายออนไลน์และโมบายคอมเมิร์ซในอีก 2 ปีว่า แนวโน้มปีนี้การใช้จ่ายซื้อสินค้าออนไลน์ยังจะเติบโตได้ที่ 16% แม้จะเป็นอัตราลดลงจากปี 2559 อยู่ที่ 19% แต่มูลค่าเพิ่มเป็นกว่า 3.77 แสนล้านบาทจาก 3.26 แสนล้านบาท และปี2561 จะเติบโต 13% มูลค่าเพิ่มเป็น 4.27แสนล้านบาท
ขณะที่การใช้จ่ายผ่านมือถือมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดโดยปีนี้คาดว่าจะโต22%มูลค่า 1.74แสนล้านบาทจากปีก่อนอยู่ที่ 44%มูลค่า 1.42แสนล้านบาทและในปีหน้าจะโต19% มูลค่า 2.06แสนล้านบาท สำหรับการคาดการณ์ซื้อขายข้ามประเทศของคนไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 84%ในปีนี้จากยอดประเมิน 6.03 แสนล้านบาท
“3ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการช้อปออนไลน์ข้ามประเทศคือ การจ่ายภาษีศุลกากร ค่าขนส่งและความกังวลจะไม่ได้รับสินค้าที่สั่ง”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,239
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม พ.ศ. 2560






