
ธนารักษ์เคาะค่าเช่าAOT ที่ดินเชิงพาณิชย์เก็บ3%
ธนารักษ์หารือเอโอทีนัดแรก เคาะสูตรค่าเช่า-แนะเอโอทีกำหนดพื้นที่ "การบิน-เชิงพาณิชย์" อธิบดี "จักรกฤศฎิ์" สยบข่าวขึ้นค่าใช้จ่ายภาษีสนามบิน -ยันสัญญาใหม่คงอัตราค่าเช่าเดิมที่ 5%ส่วนพื้นที่นันแอโร่คิดอัตรา 3%ของยอดรายได้
เมื่อวันที่ 21กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า ผลการหารือนัดแรกกับการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย หรือ AOT สามารถตกลงกันได้เรื่องส่วนแบ่งรายได้ระหว่างเอโอทีกับกรมธนารักษ์ (Revenue Sharing) โดยกรมธนารักษ์ยืนยันไม่ปรับเพิ่มเอโอทีที่จ่ายอยู่เดิมในอัตรา 5%ของรายได้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบประชาชนผู้ใช้สนามบิน
ส่วนเรื่องการคิดค่าตอบแทนจากพื้นที่เชิงพาณิชย์นั้น ทางเอโอที ต้องกลับไปสำรวจและกำหนดให้ชัดเจนว่าพื้นที่ไหนเป็นพื้นที่การบิน(ARROW) หรือพื้นที่เชิงพาณิชย์ หรือพื้นที่ที่ไม่เกี่ยวกับการบิน (NON ARROW) ที่นำไปปล่อยเช่าช่วงหรือหารายได้ ซึ่งกรมธนารักษ์จะคิดเฉพาะพื้นที่NON ARROW ในอัตรา 3% ซึ่งในอดีตไม่เคยคิดมาก่อน แต่จะไม่มีผลย้อนหลัง ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับรายได้ของเอโอทีที่เพิ่มขึ้นโดยสามารถปรับเพิ่มได้เนื่องจากไม่ส่งผลต่อต้นทุนทางการเงิน
"คาดว่าทางเอโอที จะเสนอผลการศึกษากลับมาให้เร็วที่สุด เนื่องจากต้องรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างใหม่ๆต้องกันพื้นที่ให้ชัดเจนเช่นกันเพื่อให้การคิดค่าตอบแทนถูกต้องตามสัญญาใหม่ ขณะเดียวกันกรมธนารักษ์พร้อมจะผ่อนปรนในการจ่ายค่าเช่าและค่าธรรมเนียม สำหรับสนามบินที่ยังมีผลขาดทุน ส่วนรายได้ส่วนเพิ่มจากการจัดเก็บอัตรา 3%นั้นยังบอกไม่ได้แต่กรมจะได้รับเพิ่มจากที่เอโอทีจ่ายอยู่ที่ 1,500 ล้านบาท "
อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวเพิ่มเติม ว่า ในที่ประชุมยังได้หารือถึงการนับอายุอนุสัญญา ซึ่งนักกฎหมายทั้ง 2 หน่วยงานยังเห็นไม่ตรงกัน จึงจำเป็นต้องกลับไปพิจารณาเพิ่มเติมทั้งในแง่ของกฎหมายและในส่วนของสัญญา เช่น กรมฯเห็นว่าครบสัญญา10 ปีในปี 2556 แต่เอโอทีมองสัญญา 10 ปีครบโดยนับตั้งแต่เริ่มให้บริการ ดังนั้นจึงต้องเน้น ความผูกมัดของสัญญาจะเริ่มและมีผลผูกพันตั้งแต่วันไหน และกำหนดสิ้นสุดเมื่อครบสัญญาอย่างไร
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,238 วันที่ 23 - 25 กุมภาพันธ์ 2560
เมื่อวันที่ 21กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า ผลการหารือนัดแรกกับการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย หรือ AOT สามารถตกลงกันได้เรื่องส่วนแบ่งรายได้ระหว่างเอโอทีกับกรมธนารักษ์ (Revenue Sharing) โดยกรมธนารักษ์ยืนยันไม่ปรับเพิ่มเอโอทีที่จ่ายอยู่เดิมในอัตรา 5%ของรายได้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบประชาชนผู้ใช้สนามบิน
ส่วนเรื่องการคิดค่าตอบแทนจากพื้นที่เชิงพาณิชย์นั้น ทางเอโอที ต้องกลับไปสำรวจและกำหนดให้ชัดเจนว่าพื้นที่ไหนเป็นพื้นที่การบิน(ARROW) หรือพื้นที่เชิงพาณิชย์ หรือพื้นที่ที่ไม่เกี่ยวกับการบิน (NON ARROW) ที่นำไปปล่อยเช่าช่วงหรือหารายได้ ซึ่งกรมธนารักษ์จะคิดเฉพาะพื้นที่NON ARROW ในอัตรา 3% ซึ่งในอดีตไม่เคยคิดมาก่อน แต่จะไม่มีผลย้อนหลัง ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับรายได้ของเอโอทีที่เพิ่มขึ้นโดยสามารถปรับเพิ่มได้เนื่องจากไม่ส่งผลต่อต้นทุนทางการเงิน
"คาดว่าทางเอโอที จะเสนอผลการศึกษากลับมาให้เร็วที่สุด เนื่องจากต้องรายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างใหม่ๆต้องกันพื้นที่ให้ชัดเจนเช่นกันเพื่อให้การคิดค่าตอบแทนถูกต้องตามสัญญาใหม่ ขณะเดียวกันกรมธนารักษ์พร้อมจะผ่อนปรนในการจ่ายค่าเช่าและค่าธรรมเนียม สำหรับสนามบินที่ยังมีผลขาดทุน ส่วนรายได้ส่วนเพิ่มจากการจัดเก็บอัตรา 3%นั้นยังบอกไม่ได้แต่กรมจะได้รับเพิ่มจากที่เอโอทีจ่ายอยู่ที่ 1,500 ล้านบาท "
อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวเพิ่มเติม ว่า ในที่ประชุมยังได้หารือถึงการนับอายุอนุสัญญา ซึ่งนักกฎหมายทั้ง 2 หน่วยงานยังเห็นไม่ตรงกัน จึงจำเป็นต้องกลับไปพิจารณาเพิ่มเติมทั้งในแง่ของกฎหมายและในส่วนของสัญญา เช่น กรมฯเห็นว่าครบสัญญา10 ปีในปี 2556 แต่เอโอทีมองสัญญา 10 ปีครบโดยนับตั้งแต่เริ่มให้บริการ ดังนั้นจึงต้องเน้น ความผูกมัดของสัญญาจะเริ่มและมีผลผูกพันตั้งแต่วันไหน และกำหนดสิ้นสุดเมื่อครบสัญญาอย่างไร
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,238 วันที่ 23 - 25 กุมภาพันธ์ 2560






