thansettakij
thansettakij
‘ฟอร์ด-BMW’ต้าน ภาษีสรรพสามิตใหม่อิงราคาขายปลีกวุ่น

‘ฟอร์ด-BMW’ต้าน ภาษีสรรพสามิตใหม่อิงราคาขายปลีกวุ่น

23 ก.พ. 60 | 05:00 น.
อัปเดตล่าสุด :23 ก.พ. 60 | 09:17 น.
2 ค่ายรถยนต์ยักษ์ฟากอเมริกา-ยุโรป'ฟอร์ด-บีเอ็มดับเบิ้ลยู' ไม่ยอมรับกติกาใหม่สรรพสามิตไทย ปรับระบบจัดเก็บดันภาระภาษีเพิ่ม สวนทางค่ายญี่ปุ่น

พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ... ได้รวมกฎหมายสรรพสามิตไพ่ สุรา ยาสูบ จาก 46 ฉบับ เป็นฉบับเดียว ลดความซ้ำซ้อนและการบังคับใช้กฎหมายที่มีจำนวนมากให้คล่องตัวมีประสิทธิภาพ พร้อมกับปรับเปลี่ยนวิธีการจัดเก็บจากอ้างอิงราคานำเข้าและราคาหน้าโรงงาน มาเป็นการคำนวนตามราคาขายปลีกหรือราคาแนะนำขั้นสุดท้าย

การปรับเปลี่ยนวิธีการจัดเก็บดังกล่าว ส่งผลกระทบผู้ประกอบการหลายราย ในด้านการตั้งราคาสินค้าใหม่ รวมถึงการลดมาร์จิน ค่าการตลาดลง เพราะราคาขายและภาษีจะถูกปรับใกล้เคียงความจริงมากขึ้น จากเดิมผู้ประกอบการใช้วิธีการสำแดงราคานำเข้าต่ำเพื่ออัตราภาษีที่ต่ำลง มีช่องว่างในการกำหนดราคาและทำตลาดได้มากขึ้น

วิธีการเก็บภาษีนี้สร้างความกังวลให้กับค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ฝั่งยุโรปและอเมริกา ทั้งบีเอ็มดับเบิ้ลยูและฟอร์ด รวมทั้งผู้ผลิตบุหรี่นำเข้า

ฟอร์ด-บีเอ็มฯต้าน

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่าขณะนี้มีเพียงรถยนต์ 2 ค่าย คือ ฟอร์ด และ บีเอ็มดับเบิ้ลยู เท่านั้นที่ยังไม่ยอมรับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตใหม่ที่คิดจากราคาขายปลีกแนะนำ เนื่องจากต้องแบกรับภาษีเพิ่มขึ้น ขณะที่รถยนต์ค่ายญี่ปุ่นให้ความร่วมมือ

"กรรมาธิการเข้าใจ สภาหอการค้าไทยฯ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยก็เข้าใจ มีแค่ฟอร์ดและบีเอ็มดับเบิ้ลยูเท่านั้น ที่ไม่ยอมเข้าใจ เพราะเป็น 2 ค่ายรถที่เสียภาษีรถยนต์บางรุ่นในราคาซีไอเอฟ ซึ่งต่ำกว่าภาษีหน้าโรงงาน 20-30% เมื่อต้องเสียภาษีแบบราคาขายปลีกแนะนำก็ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น"

แหล่งข่าวกล่าวว่า กรมสรรพสามิต ทำงานเรื่องวิธีการจัดเก็บภาษีใหม่กับผู้ประกอบการมาตลอด โดยทำงานงานผ่านสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ค่ายรถญี่ปุ่น หรือ เมอร์ซิเดส เบนซ์ ก็ให้ความร่วมมือ ไม่มีปัญหาอย่างใด นอกจากนี้ยังมีบริษัทบุหรี่สัญชาติอเมริกัน ที่ไม่ยอมรับกฎหมายฉบับนี้ด้วย

 2ค่ายสำแดงCIFต่ำ

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ปัจจุบัน ฟอร์ด และ บีเอ็มดับเบิ้ลยู ใช้สิทธิ Free trade zone ซึ่งหลักการเหมือนสินค้านำเข้า เหมือนเป็นดินแดนต่างประเทศ เอามาขายในประเทศ โดยสำแดงราคา CIF ซึ่งต่ำกว่าราคาหน้าโรงงาน ที่ค่ายรถยนต์อื่นๆใช้เป็นราคาอ้างอิง

ส่วนภาษีสรรพสามิตแบบใหม่คาดว่า จะมีผลบังคับใช้หลังจากประกาศราชกิจจานุเบกษาแล้ว 180 วัน ซึ่งขณะนี้กฎหมายใหม่อยู่ระหว่างทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย หลังจากที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติผ่านร่างกฎหมายเมื่อปลายปีก่อน โดยพิกัดอัตราภาษีจะประกาศพร้อมกันในวันที่มีผลบังคับใช้

"ภาษีแบบใหม่ที่คิดจากราคาขายปลีก ในหลักการภาระภาษีของผู้ประกอบการไม่ได้เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้น ผู้ประกอบจะขึ้นราคาสินค้าโดยอ้างว่าภาษีขึ้นไม่ได้"นายสมชาย กล่าว

ถอดสูตรภาษีใหม่ 6 เดือน

ทั้งนี้ภาษีสรรพสามิตใหม่จะมีผลบังคับกับสินค้าและบริการ 10 ประเภท สินค้าหลักๆได้แก่ น้ำมัน รถยนต์ เครื่องดื่ม แบ่งเป็นมีแอลกอฮอร์และไม่มีแอลกอฮอล์ สุรา เบียร์ ยาสูบ และเครื่องปรับอากาศ ส่วนบริการได้แก่ สนามกอล์ฟ และ อาบอบนวด

6 เดือนจากนี้ กรมสรรพสามิตก็จะคำนวณอัตราภาษีใหม่ โดยถอดสูตรจากราคาขายปลีกแนะนำในแต่ละประเภท รวมทั้งทำกฎหมายลูกอีก 80 ฉบับ ซึ่งใกล้เสร็จแล้ว

ชี้ค่ายรถทำงานง่ายขึ้น

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งามกรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ข้อดีของการเก็บภาษีสรรพสามิตตามราคาขายปลีกจะช่วยให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ทำงานง่ายขึ้น หรือไม่มีการโต้เถียงกันเรื่องต้นทุน เพราะรถที่ตั้งราคาขายแพงก็จ่ายแพง รถที่ขายถูกก็จ่ายถูก ซึ่งรัฐบาลคงพิจารณาแล้วว่า แนวทางนี้จะไม่กระทบกับผู้ผลิตรถยนต์ที่สำแดงต้นทุนอย่างตรงไปตรงมาอยู่แล้ว

 ให้ปรับตัว 2 ปี

กรมฯอยู่ระหว่างการศึกษาการจัดเก็บภาษีน้ำหวาน ชาเขียว และกาแฟสำเร็จรูป ตามนโยบายของรัฐบาล โดยในส่วนของเก็บภาษีน้ำหวานได้ตกลงกับผู้ประกอบการในหลักการแล้วว่าจะให้เวลาในการปรับตัว 2 ปี

ส่วนอัตราการจัดเก็บภาษีจะเป็นแบบจูงใจ โดยให้ลดความหวานลง และจะเสียภาษีในอัตราที่ลดลง เช่น หากสินค้าใดลดความหวานจากปกติปัจจุบันได้จะได้ลดภาษี หรือหากไม่มีความหวานอยู่เลยก็จะได้รับการยกเว้นภาษี เป็นต้น

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีอัตราภาษีนั้น เบื้องต้นจะเก็บในอัตราที่ต่ำไว้ก่อน โดยอาจจะอยู่ที่ 0.01% หรือต่ำกว่านี้ การจัดเก็บภาษีที่เกี่ยวกับน้ำตาลแบ่งออกเป็น 2 แนวทางจะมีความชัดเจนไม่เกินกลางปีนี้

 สปท.เสนอเก็บภาษี 20%

ขณะที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ยังยืนยันในข้อเสนอเดิมให้จัดเก็บภาษีสรรพสามิตในเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ที่มีการใช้ในปริมาณที่สูงเกินมาตรฐานกำหนด โดยแบ่งเป็น 2 อัตราตามความเข้มข้นของน้ำตาลในเครื่องดื่มคือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล 6-10 กรัม/100 มิลลิลิตร ให้จัดเก็บ 20% ของราคาขายปลีก ส่วนเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมากกว่า 10 กรัม/100 มิลลิลิตร ให้จัดเก็บ 25%ทำให้ราคาเครื่องดื่มทั้งหมดจะสูงขึ้น 20-25% หรือสูงขึ้นกระป๋องละ 4-5 บาท

ทั้งนี้จากการศึกษามูลค่าตลาดเครื่องดื่มทั้งระบบหากมีการปรับขึ้นภาษีคาดว่าผลิตภัณฑ์ที่จะได้รับผลกระทบคือกลุ่มน้ำอัดลม มีสัดส่วนประมาณ 40% เครื่องดื่มชู กำลังมีสัดส่วนประมาณ 19% เครื่องดื่มกลุ่มชากาแฟ ไม่ว่าจะเป็นชาเขียวหรือกาแฟมีสัดส่วนประมาณ 16% ส่วนน้ำผลไม้มีประมาณ 7% จากมูลค่าตลาดรวม 2.4-2.5 แสนล้านบาท

 สมาคมน้ำเมาขานรับ

นายธนากรคุปตจิตต์ ประธานสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย (Thai Alcoholic Beverage Business Association: TABBA) กล่าวว่า สมาคมเห็นด้วยกับการปฏิรูปโครงสร้างการจัดเก็บภาษีให้เป็นไปตามหลักสากล แม้ว่าโครงสร้างภาษีใหม่นี้จะกระทบต่อผู้ประกอบการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งที่ผลิตในประเทศและนำเข้า แต่รอประเมินถึงผลกระทบก่อนพิจารณาเรื่องราคาจำหน่ายสินค้า

“การปฏิรูปครั้งนี้เป็นการปรับเพื่อให้สินค้าราว 20 รายการใช้ฐานภาษีเดียวกัน และการที่รัฐหันมามุ่งเก็บภาษีตามดีกรี จะส่งผลทำให้ผู้ประกอบการหันมาพัฒนาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีดีกรีตํ่าลง สินค้าเมื่อไม่ต้องรับภาระภาษีสูง ราคาจำหน่ายไม่แพงจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องสุราหนีภาษีและแข่งขันกับเพื่อนบ้านได้ เพราะหลังเปิดเออีซีมีการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านส่งเข้ามาจำหน่ายในไทยแทน”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,238 วันที่ 23 - 25 กุมภาพันธ์ 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline