svasdssvasds

ชง‘ลูกจ้าง’เลือกลงทุนเอง ในร่างก.ม.กองทุนเลี้ยงชีพภาคบังคับหวังเพิ่มคล่องตัว

21 ก.พ. 2560 เวลา 5:00 น. 1.1k
เอกชนวอนรัฐเปิดทาง “ลูกจ้าง” กองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับ เลือกลงทุน-บริษัทจัดการได้เอง ชี้คล่องตัว ตรงใจและผลตอบแทนที่คาดหวังไว้ใช้หลังเกษียณ

นายเกษตร ชัยวันเพ็ญ รองกรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ขณะนี้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับ (Mandatory PVD) อยู่ในขั้นตอนของกฤษฎีการ่างกฎหมาย หลังจากนั้นจะต้องนำเสนอสภานิติบัญญัติ คาดว่าจะทันในปีนี้ ซึ่งจะช่วยให้ลูกจ้างที่ไม่มีเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีช่องทางออมเงินไว้ใช้ยามเกษียณได้เร็วขึ้นทำให้เงินออมเข้าสู่ระบบและภาครัฐจะมีภาระในการดูแลสวัสดิการคนสูงอายุน้อยลง

อย่างไรก็ตามในฐานะบริษัทจัดการอยากเสนอให้กฎหมายที่ออกมาส่งผลกระทบต่อกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในปัจจุบันหรือภาคสมัครใจให้น้อยที่สุด เช่น กรณีที่ลูกจ้างมีเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้วให้เสมือนมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับไปในตัวและหากมีสัดส่วนเงินสะสมสูงกว่าภาคบังคับกำหนดให้แบ่งเงินเป็นสองส่วน โดยส่วนแรกเป็นเงินของกองทุนสำรองเลี้ยงภาคบังคับ ส่วนที่หลือเป็นของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคสมัครใจ เพื่อให้เงินลงทุนนั้นหาดอกผลได้ต่อเนื่อง

สำหรับการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคบังคับ เบื้องต้นภาครัฐจะเริ่มใช้กับบริษัทที่มีขนาดไม่เล็กมาก เพื่อไม่ให้บริษัทขนาดเล็กหรือเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบ จากภาระในการสมทบเงินเข้ากองทุนให้ลูกจ้าง รวมทั้งอาจกำหนดเพดานเงินสะสมและเงินสมทบเช่นเดียวกับที่พนักงานเอกชนจ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคมที่กำหนดไว้สูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน

นายเกษตร กล่าวว่า แนวทางการบริหารกองทุนที่มีการหารือไปมี 2 แบบ ได้แก่ 1.Centralize หรือการบริหารแบบรวมเงินลงทุนของสมาชิกมาไว้ที่ศูนย์กลางและจัดตั้งหน่วยงานภาครัฐขึ้นมาบริหาร 2. Decentralize ให้สมาชิกเลือกบริษัทจัดการและเลือกลงทุนเองในขณะที่ต่างประเทศมีทั้ง 2 รูปแบบ แต่ปัญหาที่พบและน่าเป็นห่วงคือการรวมศูนย์ทำให้นักการเมืองนำเงินกองทุนไปบริหารและใช้ลงทุนไม่ตรงวัตถุประสงค์อาจเกิดความเสียหายขึ้นได้ทั้งที่เงินดังกล่าวเป็นของนายจ้างและลูกจ้าง

“อยากเสนอให้สมาชิกได้เลือกลงทุนได้เองเหมือนกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มีนโยบายการลงทุนหลากหลายผ่าน Employee Choice เพราะสมาชิกแต่ละคนรับความเสี่ยงได้ไม่เท่ากันและอายุต่างกัน รวมทั้งหากดูจากวัตถุประสงค์การจัดตั้งกองทุนเราควรเปิดให้สมาชิกซึ่งเป็นเจ้าของเงินตัดสินใจเอง เพราะเป็นเงินที่เขาเตรียมไว้ใช้ยามเกษียณ”นายเกษตร กล่าว

นอกจากนี้หากไม่พอใจผลตอบแทนที่บริษัทจัดการบริหารให้ก็สามารถเปลี่ยนไปใช้รายอื่นได้ หรือนายจ้างเลือกบลจ. 2-3 แห่งเพื่อให้สมาชิกได้เลือก รวมทั้งหากภาครัฐจะตั้งหน่วยงานมาบริหารจัดการเองควบคู่ไปกับให้สมาชิกได้เลือกกับบริษัทจัดการแห่งอื่นก็น่าจะส่งผลดีสมาชิกมีทางเลือกมากขึ้น”นายเกษตร กล่าว

ปัจจุบันบริษัทที่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ ข้อมูลจากสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 มีจำนวน 6.46 แสนรายโดยมีนายจ้างตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคสมัครใจเพียง 1.7 หมื่นราย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,237 วันที่ 19 - 22 กุมภาพันธ์ 2560
logo-pwa

เพิ่ม Thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด