svasdssvasds

‘พีทีทีจีซี’ผนึกKTISลุย ไบโอคอมเพล็กซ์หมื่นล.

20 ก.พ. 2560 เวลา 4:00 น.
“พีทีทีจีซี”จับมือKTIS ผุดไบโอคอมเพล็กซ์ หนุนไบโออีโคโนมีของรัฐบาล คาดได้ความชัดเจนปีนี้ เล็งลงทุนเบื้องต้น 1 หมื่นล้าน

นายสุพัฒนพงษ์พันธืมีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมีคอล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ถึงการขับเคลื่อนไบโออีโคโนมี ตามนโยบายสานพลังประชารัฐว่า ขณะนี้พีทีทีจีซีอยู่ระกว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาไบโอคอมเพล็กซ์ ร่วมกับบริษัท บริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KTIS บนพื้นที่กว่า 1,000ไร่ ในอ.ตาคลี จ.นครสวรรค์

โดยคอมเพล็กซ์ดังกล่าว จะเป็นการออกแบบโรงงานผลิตในลักษณะที่มีการเชื่อมโยงการใช้วัตถุดิบและระบบสาธารณูปการกับโรงงานหีบอ้อยเข้าด้วยกัน ซึ่งจะก่อให้เกิดการสร้างประโยชน์ร่วมกัน ระหว่างผู้ผลิตอุตสาหกรรมชีวภาพ และอุตสาหกรรมอ้อย ซึ่งจะช่วยการประหยัดต้นทุนการผลิตจากการใช้วัตถุดิบ การขนส่ง ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนการผลิต

สำหรับแผนการลงทุนในระยะแรกนั้น คาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว 1 หมื่นล้านบาท จะมีการตั้งโรงงานผลิตน้ำอ้อยและน้ำเชื่อมจากอ้อย ซึ่งมีกำลังการหีบอ้อยที่ 2.4 ล้านตันต่อปี การตั้งโรงงานผลิตเอทานอล มีกำลังการผลิตประมาณ 186 ล้านลิตรต่อปี โดยใช้น้ำอ้อยหรือน้ำเชื่อมที่ผ่านกระบวนการจากโรงหีบอ้อยมาเป็นวัตถุดิบ การตั้งโรงไฟฟ้าจากชีวมวลและผลิตไอน้ำความดันสูง เพื่อใช้ในโครงการ รวมทั้งสามารถจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเกินให้กับการไฟฟ้าได้ รวมถึงการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคเพื่อรองรับไบโอคอมเพล็กซ์และโครงการธุรกิจเคมีชีวภาพในอนาคต

ทั้งนี้ ไบโอคอมเพล็กซ์ดังกล่าว จะมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในภูมิภาค ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมทั้งภายในและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาโครงดังกล่าว ซึ่งจะช่วยให้ได้สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น ตามพ.ร.บ.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ที่มีเม็ดเงินสนับสนุน 1 หมื่นล้านบาท มาสนับสนุนอีกทางหนึ่ง ซึ่งการศึกษาดังกล่าวคาดว่าจะมีความชัดเจนด้านการลงทุนภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ และอาจจะเริ่มลงทุนในปีหน้า

นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการลงทุนในระยะที่ 2 จะเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพและเคมีชีวภาพ โดยใช้น้ำอ้อย เอทานอล ผลิตภัณฑ์อื่นๆ และผลิตภัณฑ์พลอยได้จากโครงการไบโอคอมเพล็กซ์ ระยะที่ 1 เป็นวัตถุดิบดิบ ประกอบด้วย ชีวเคมีภัณฑ์ เช่น การผลิตกรดแลคติก กรดซัคซินิค เป็นต้น เพื่อต่อยอดสู่อุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ เป็นต้น

สำหรับแผนการลงทุนดังกล่าว จะเป็นการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการร่วมทุนกับทางบริษัท เนเจอร์เวิร์ค ของสหรัฐอเมริกา ผู้ผลิตไบโอพลาสติกชนิด Polylactic Acid หรือพีแอลเอ รายใหญ่ของโลก ซึ่งมีพีทีทีจีซีถือหุ้นอยู่ด้วย 50 % กำลังตัดสินใจที่จะเข้ามาลงทุน หลังจากที่ได้ชะลอโครงการไปร่วม 2 ปี จากความไม่ชัดเจนด้านนโยบายในการส่งเสริมและภาวะราคาน้ำมันที่ตกต่ำในช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ มองว่าเมื่อคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ ได้ออกมาตรการพัฒนาขีดความสามารถด้านเทคโนโลยี ในกิจการไบโอเทคโนโลยี เทคโนโลยีการผลิตวัสดุขั้นสูง จะได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุดตามกฎหมายใหม่ของบีโอไอ และเงินสนับสนุนตามพ.ร.บ.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท

ประกอบกับตลาดไบโอพลาสติกเริ่มปรับตัวสูง บวกกับราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอีก เชื่อว่าจะทำให้เนเจอร์เวิร์คตัดสินใจมาลงทุนในไทยได้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,237 วันที่ 19 - 22 กุมภาพันธ์ 2560
logo-pwa

เพิ่ม Thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด