svasdssvasds

ยึดทรัพย์ “บุญทรง” กับพวก ชาตินี้หรือชาติหน้า?

15 ก.พ. 2560 เวลา 7:15 น.
1485341780111

 

 

 

ทางออกนอกตำรา โดย : บากบั่น บุญเลิศ

ยึดทรัพย์ “บุญทรง” กับพวก ชาตินี้หรือชาติหน้า?

กลายเป็นเรื่อง"ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ "กันทั้งคุ้งน้ำเจ้าพระยา เมื่อศาลปกครองกลาง มีคำสั่งยกคำร้องขอให้ทุเลาการบังคับใช้ตามคำสั่งกระทรวงพาณิชย์ในการเรียกค่าเสียหายให้ชดใช้ความเสียหายจากการขายข้าวแบบ “จีทูจี” รวม 2 หมื่นล้านบาท  ซึ่ง "บุญทรง เตริยาภิรมย์ "อดีตรมว.พาณิชย์ เเละ" ภูมิ สาระผล" อดีตรมช.พาณิชย์ กับพวกรวม 5 คน  ได้ร้องต่อศาลเพื่อขอคุ้มครองจากคำสั่งยึดทรัพย์

"วิษณุ เครืองาม" รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงถึงผลของคำสั่งศาลปกครองกลางว่า เมื่อศาลมีคำสั่งยกคำร้องที่บุญทรง และพวก ยื่นขอให้มีคำสั่งทุเลาการบังคับให้ชดใช้ค่าเสียหายจากการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ขั้นตอนต่อไป กระทรวงพาณิชย์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้จะต้องบอกให้กรมบังคับคดีไปพิจารณาตรวจสอบว่า ทรัพย์สินของผู้ฟ้องทั้ง 5 คน เก็บอยู่ที่ไหนบ้าง ทั้งบ้าน ที่ดิน เพื่อทำการยึดทรัพย์

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้บุญทรง และพวก อาจจะยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปไว้ที่อื่น เพื่อหลบเลี่ยงการถูกยึดทรัพย์ ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหนี้ คือกระทรวงพาณิชย์ จะต้องติดตามมาให้ได้ แม้ว่าจะหลบหลีกเอาไปไว้ในต่างประเทศก็ตาม  พวกเขามีวิธีที่จะนำทรัพย์สินเหล่านั้นมาได้และมีเวลาตั้งหลายปี ซึ่งแม้ว่าจะไม่มีการกำหนดเวลาในการบังคับคดี แต่ก็ยืนยันว่า จะไม่ยืดแน่นอน

แต่จะให้ยึดทรัพย์ภายใน 3 วัน  7 วัน คงเป็นไปไม่ได้ ที่ผ่านมาพวกเขามีสายลับมารายงานอยู่ตลอด ก็ค่อยๆ ติดตามไป มีเวลาบังคับตามกฎหมายถึง 10 ปี

ตรงนี้แหละครับที่กลายเป็น "ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์" ของสังคม เพราะคนไทยล้วนไม่มั่นใจว่า หน่วยงานราชการจะยึดทรัพย์ "บุญทรง"ที่ต้องชดใช้ 1,770 ล้านบาท ส่วน"ภูมิ"ต้องชดใช้ 2,300 ล้านบาท    ขณะที่ “หมอโด่ง”พ.ต.นพ.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ เเละ"มนัส  สร้อยพลอย "อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ   รวมทั้ง"ทิฆัมพร นาทวรทัต
"อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกับ"อัครพงศ์ ทีปวัชระ" อดีตผู้อำนวยการสำนักการค้าข้าวต่างประเทศ  ต้องชดใช้กันคนละ 4,000 ล้านบาท

ยิ่งเห็นท่าทีของข้าราชการที่ปฏิบัติงาน ไม่ว่าจะเป็น “อธิบดีแป๋ว”น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี กับ" ดวงพร รอดพยาธิ์" อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ล้วนอ้างว่า ไม่เคยมีประสบการณ์ในการยึดทรัพย์นักการเมืองตามกฎหมายแบบนี้
อีกทั้งเมื่อพิจารณา ตามอำนาจของ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง มาตรา 57 ซึ่งอนุญาตให้นำวิธีพิจารณาความแพ่ง (วิ.แพ่ง มาตรา 271) มาใช้โดยอนุโลม ขั้นตอนจะเริ่มจากโจทก์ คือ

กรมการค้าต่างประเทศต้องยื่นตั้งเรื่องยึดอายัดทรัพย์ พร้อมวางค่าใช้จ่ายและส่งเอกสารเกี่ยวกับทรัพย์ที่จะยึด   นั่นหมายถึงว่า ฝ่ายโจทก์จะต้องเป็นผู้ไปดำเนินการสืบทรัพย์เเละหาข้อมูลว่า กลุ่มบุคคลทั้ง 6 ราย ถือครองทรัพย์สินรายการใดบ้าง และต้องมีการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น โฉนดที่ดิน ก็จะต้องได้รับการรับรองจากสำนักงานที่ดินมาประกอบการพิจารณา และแจ้งให้กรมบังคับคดีพิจารณาคำขอยึดทรัพย์

เมื่อกรมบังคับคดีดำเนินการยึดทรัพย์มาก็จะรายงานต่อศาล เพื่อขออนุญาตขายทรัพย์ทอดตลาด  หากทรัพย์สินของ  6 ราย ไม่เพียงพอต่อมูลค่าหนี้ที่ต้องชำระ กรมบังคับคดีจะรายงานต่อศาลว่ามูลค่าทรัพย์ไม่เพียงพอกับมูลหนี้ เพื่อให้โจทก์คือกรมการค้าต่างประเทศพิจารณาว่า จะดำเนินการต่อไปอย่างไร  ลำพังเดินหน้าตามกระบวนการแบบนี้ สังคมไทยก็ปรามาสกันทั้งเมืองว่า "รอกันเหงือกแห้งแน่" เพราะการให้กรมการค้าต่างประเทศต้องเป็นผู้นำชี้ทรัพย์ หมายถึง หน่วยงานทางการบังคับคดีมอบดาบไปอยู่ในมือข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ ที่ขอบอกตามตรงว่า

คงจะหาผู้กล้ามาทำหน้าที่นี้ “ยากถึงยากมากที่สุด”

แม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เเละหัวหน้าคสช. จะใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 ออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 56/2559 เรื่องการคุ้มครองการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรในการดูแลของรัฐ และการดำเนินการต่อผู้ต้องรับผิด โดยประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้ไปแล้ว    โดยคำสั่งดังกล่าว เป็นการให้ความคุ้มครองเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการโดยสุจริตไม่ต้องรับโทษทั้งแพ่ง,วินัยและอาญา และให้กรมบังคับคดีดำเนินการยึดทรัพย์บุคคลที่กระทำความผิดและมีคำสั่งทางปกครอง  รวมทั้งคำพิพากษาออกมาแล้ว

สาระสำคัญของคำสั่งนี้ เป็นการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็น นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมไปถึงคณะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องเกี่ยวกับสินค้าเกษตร ไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง ,วินัยเเละอาญาทั้งสิ้น หากกระทำการโดยสุจริต

แต่ประวัติศาสตร์มีไว้ให้จดจำ โดยหากย้อนกลับไปในปีที่ผ่านมา กว่าที่กระทรวงพาณิชย์จะมีการลงนามเอาผิดกับ "บุญทรง" มีการยื้อกันไปเยื้อกันมาร่วมครึ่งปี  แม้แต่ "อภิรดี ตันตราภรณ์" รมว.พาณิชย์ ยังไม่กล้าเซ็นลงนามในคำสั่งทางปกครองดังกล่าว โดยอ้างว่า เป็นเรื่องใหม่ต้องพิจารณาทางกฎหมายให้รอบคอบ จะได้ไม่เกิดปัญหาในภายหลังก่อนที่" ชุติมา บุณยประภัศร์" ปลัดกระทรวงพาณิชย์ในขณะนั้น และเป็นรมช.เกษตรฯในขณะนี้ จะตัดสินใจลงนามในคำสั่งฟ้องก่อนเกษียณอายุราชการเพียง 1 สัปดาห์   ขนาดรัฐมนตรียังมิกล้า แล้วจะหาข้าราชการคนไหนที่จะเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน ในการเดินหน้าชี้นำทรัพย์ให้กรมบังคับดีดำเนินการยึดทรัพย์ บุญทรง และพวก 2 หมื่นล้านบาท

แม้ว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จะมีมติถอดถอน บุญทรง, ภูมิ, มนัส ในกรณีทุจริตระบายข้าวแบบจีทูจี ไปแล้วเมื่อวันที่ 8 พ.ค.2558 โดยให้ตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี   อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลไม่ตั้งทีมขึ้นมาเป็นการเฉพาะรับประกันว่า การตามล่ายึดทรัพย์นักการเมืองและข้าราชการที่เกี่ยวข้องคงลากยาวแน่

ท้ายที่สุด อาจนำไปสู่การยักย้ายถ่ายเททรัพย์จนไม่เหลืออะไรให้ยึดแน่นอน….

 

คอลัมน์ : ทางออก นอกตำรา  / หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ  ฉบับที่ 3236 ระหว่างวันที่ 16-18 ก.พ.2560

 
logo-pwa

เพิ่ม Thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด