thansettakij
thansettakij
กกพ.ออก‘ดีอาร์’รับมือก๊าซ ดึงเอกชนลดใช้ไฟฟ้า-อุดหนุนช่วงพีก8-9บาท

กกพ.ออก‘ดีอาร์’รับมือก๊าซ ดึงเอกชนลดใช้ไฟฟ้า-อุดหนุนช่วงพีก8-9บาท

18 ก.พ. 60 | 13:30 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ก.พ. 60 | 19:58 น.
กกพ.เตรียมพร้อมคลอดมาตรการดีอาร์ถาวรภายในปีนี้ หวังดึงเอกชนร่วมโครงการลดใช้ไฟฟ้าลงได้ 500 เมกะวัตต์ ให้เงินอุดหนุนลดใช้ไฟฟ้าช่วงพีก 8-9บาทต่อหน่วยจูงใจ ประหยัดเงินสร้างโรงไฟฟ้าได้ 2.5-3 หมื่นล้านบาท

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) และในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ขณะนี้ กกพ. อยู่ระหว่างจัดทำโครงการความร่วมมือลดใช้ไฟฟ้า (ดีมานด์เรสปอน หรือดีอาร์) ในรูปแบบถาวร เพื่อเปิดให้เอกชนที่สนใจสมัครเข้ามาร่วมในการลดใช้ไฟฟ้า ซึ่งหากรายใดลดการใช้ไฟฟ้าได้จะได้รับเงินอุดหนุน โดยจะแบ่งอัตราค่าไฟฟ้าที่จูงใจสำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ เป็นช่วงความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด(พีก) เวลา 09.00-22.00 น. และช่วงความต้องการใช้ไฟฟ้าปกติ(ออฟพีก) เวลา 22.00-09.00 น.

โดยอัตราค่าไฟฟ้าในช่วงออฟพีก จะอุดหนุนให้ไม่เกิน 2 บาทต่อหน่วย หรืออาจอยู่ที่ประมาณ 1.60-1.80 บาทต่อหน่วย ส่วนอัตราค่าไฟฟ้าช่วงพีกอาจจะอยู่ที่ประมาณ 8-9 บาทต่อหน่วย แต่หากผู้ร่วมโครงการดีอาร์ถาวรไม่สามารถปรับลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงออฟพีกได้ก็จะต้องเสียค่าไฟฟ้าในราคาที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ โครงการดีอาร์ถาวรนั้น ทาง กกพ. ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนมาเป็นระยะ ซึ่งจะต้องมีการออกหลักเกณฑ์ต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการและรับเงินอุดหนุนโครงการดีอาร์ได้ภายในปี 2560 นี้ หรือเร็วสุดนาจะกลางปีนี้เป็นต้นไป โดย กกพ.ตั้งเป้าหมายที่จะลดการใช้ไฟฟ้าลงให้ 500 เมกะวัตต์ ภายใน 3- 5 หลังเริ่มใช้มาตรการ ซึ่งโครงการนี้จะช่วยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ไม่ต้องสร้างโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องด้วยน้ำมันดีเซลขึ้นช่วง 2-3 ปีนี้ ตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าหรือพีดีพีที่กำหนดไว้ จำนวน 2 โรง ขนาดกำลังการผลิตโรงละ 250 เมกะวัตต์ ซึ่งจะช่วยลดการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ได้ หรือประหยัดเงินลงทุนได้ราว 2.5-3 หมื่นล้านบาท

"การส่งเสริมมาตรการดีอาร์ถาวร จะสามารถลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงพีกลงได้ โดยเฉพาะช่วงที่แหล่งก๊าซธรรมชาติทั้งในอ่าวไทยและเมียนมาปิดซ่อมบำรุงประจำปี โดยที่ผ่านมาพบว่าจะเกิดความกังวลเรื่องไฟฟ้าตก-ดับ ทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ หากมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้จะสามารถคลายความกังวลลงได้"

นายวีระพล กล่าวอีกว่า ส่วนการรับมือช่วงแหล่งก๊าซธรรมชาติ ของเมียนมาปิดซ่อมบำรุงประจำปีระหว่างวันที่ 25 มีนาคม-2 เมษายน 2560 ทำให้ปริมาณก๊าซฯหายไป 1,100 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันนั้น ทางกกพ.ได้อนุมัติมาตรการดีอาร์ฉุกเฉินมาใช้แล้ว ซึ่งตั้งเป้าลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงพีกลงประมาณ 400 เมกะวัตต์ โดยเน้นผู้ใช้ไฟฟ้ากิจการขนาดใหญ่ ในพื้นที่ของการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) เช่น จังหวัดสมุทรปราการ บริเวณสถานีไฟฟ้าพระนครใต้ เทพารักษ์ ธนบุรีใต้ และบางพลี 200 เมกะวัตต์ และในพื้นที่เขตการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) ในภาคกลาง บริเวณจังหวัดราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อีก 200 เมกะวัตต์ โดยในครั้งนี้ กกพ. กำหนดอัตราค่าชดเชยสำหรับผู้เข้าร่วมมาตรการที่สามารถลดการใช้ไฟฟ้าได้ในช่วงเวลาที่กำหนด ที่ 3 บาทต่อหน่วย

ทั้งนี้ การใช้มาตรการดีอาร์ หากการดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ จะช่วยให้ไม่มีความจำเป็นต้องการน้ำมันดีเซลไปผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าราชบุรี ที่ตามแผนจะต้องใช้ถึง 8 ล้านลิตร หรือลดการใช้ลงได้ครึ่งหนึ่งของแผนที่กำหนดไว้ 16.2 ล้านลิตร ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบกับค่าไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้นได้ทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม หากทางเมียนมาสามารถเลื่อนหยุดซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซออกไปได้ระหว่างวันที่ 9-17 เมษายน 2560 ซึ่งมีความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำ จะทำให้มีการช้ำมันเตาเพียง 22.2 ล้านลิตร จาก 91.65 ล้านลิตร และใช้น้ำมันดีเซลเพียง 7.8 ล้านลิตร เท่านั้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,236 วันที่ 16 - 18 กุมภาพันธ์ 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline