thansettakij
thansettakij
ยึดทรัพย์ "จีทูจีข้าว" ฤา ม.44 สิ้นมนต์ขลัง

ยึดทรัพย์ "จีทูจีข้าว" ฤา ม.44 สิ้นมนต์ขลัง

13 ก.พ. 60 | 07:32 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ก.พ. 60 | 14:32 น.
ยึดทรัพย์ "จีทูจีข้าว" ฤา ม.44 สิ้นมนต์ขลัง

โดย ทิฆัมพร ศรีจันทร์

---------------------------------

การออกมาแถลงร่วมกันระหว่างกรมการค้าต่างประเทศและกรมบังคับคดี หลังศาลปกครองยกคำร้องขอทุเลาการบังคับใช้คำสั่งทางปกครองตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดเจ้าหน้าที่รัฐ ปี 2539 กรณีเรียกค่าเสียหายในการทุจริตการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี จากนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และพวก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 20,000 ล้านบาท แปลก ๆ และแปร่ง ๆ อย่างยิ่ง

กรมบังคับคดี "ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประสานงานและทำงานร ่วมกันอย่างใกล้ชิด ในการใช้มาตรการบังคับทางปกครองสืบทรัพย์ ยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ 6 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตขายข้าวจีทูจี"

"โดยการทำงานร่วมกันไม่ได้เกิดความขัดแย้งจนเป็นเหตุให ้การดำเนินคดีล่าช้า แต่ติดที่ขั้นตอนและระเบียบปฎิบัติที่จะต้องดำเนินการคดีทางแพ่ง กรมบังคับคดีไม่สามารถดำเนินการได้ หากโจทก์ไม่ได้มีการ ตั้งเรื่องเสนอมายังกรม เพื่ อดำเนินการยึดอายัดทรัพย์ เพราะกรมเป็นเพียงหน่วยงานสนับสนุน ไม่ได้มีส่วนได้เสียกับคดีนี้ ซึ่งหากหน่วยงานที่เป็นโจทก์ฟ้องส่งเอกสารครบถ้วน ก็จะสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว สำหรับคดีแพ่งมีอายุความ 10 ปี"

ขณะที่ กรมการค้าต่างประเทศ "ได้รับเอกสารการตั้งเรื่อง ยึดอายัดทรัพย์จากกรมบังคับคดีแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ และรวบรวมเอกสารทั้งหมด ซึ่งคาดว่าจะสามารถตั้งเรื่องและส่งให้กรมบังคับคดีได้ ภายในวันอังคารที่ 14 ก.พ. นี้"

ทั้งนี้ ยอมรับว่าคดีนี้มีความคืบหน้าช้า เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่มีประสบการเกี่ยวกับคดีทางปกครอง จึงต้องอาศัยเวลาในการทำความเข้าใจ ไม่เกิดข้อผิดพลาดและรักษาผลประโยชน์ประเทศ ซึ่งคดีทางปกครองมีอายุความ 10 ปี
ดูเผิน ๆ จากคำแถลงเป็นเรื่องของความร่วมมือระหว่างหน่วยงานธรรมดา แต่ระหว่างบรรทัดมีอะไรที่ซ่อนอยู่หรือไม่ กรณีกรมบังคับคดีต้องออกมายืนยันไม่มีความขัดแย้งระหว่างหน่วยงาน แต่ติดขั้นตอนปฏิบัติ กรมดำเนินการไม่ได้ หากไม่มี การตั้งเรื่องจากโจทก์ คำถาม คือ ทำไมต้องยืนยันไม่มี ความขัดแย้ง ก่อนหน้านี้มีเหตุแห่งความขัดแย้ง หรือ ถึงต้องยืนยัน ขัดแย้งเรื่องอะไร?

ขณะที่ กรมค้าต่างประเทศบอกว่า ไม่มีประสบการณ์ทำคดีทางปกครองแบบนี้ ต้องอาศัยเวลาทำความเข้าใจ ถ้อยคำที่ออกมาแถลงเป็นแบบถนอมน้ำใจ และจะตั้งเรื่องได้ก็ 14 ก.พ.

คำถามคือว่า คำสั่งทางปกครองออกมา 3-4 เดือนแล้ว มิใช่หรือ ระหว่างนี้เจ้าหน้าที่ 2 กรมไม่ได้ประสานงานกันเลยหรือ ว่า ใครมีหน้าที่อย่างไรและควรทำอย่างไร อะไรต้องทำก่อน และอะไรต้องทำหลัง ใช่มีการประสานกันในระดับรอ ง ๆ ของทั้ง 2 หน่วยก่อนหน้านี้หรือไม่ ถ้ามี ทำไมไม่ให้รายงานให้นายรับทราบ หรือรายงานแล้ว แต่ยังไม่ถึง

ต้องไม่ลืมว่าการยึด อายัดทรัพย์ หรือการดำเนินการตามคำสั่งทางปกครองกรณีจำนำข้าวนั้น มีคำสั่งหัวหน้า คสช. มาตรา 44 ออกมาคุ้มครองเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการโดยสุจริตและให้กรมบังคับคดีในฐานะผู้เชี่ยวชาญเข้าไปดำเนินการในกระบวน การยึด อายัดทรัพย์ ซึ่งหลัง ม.44 ออกมาในช่วงแรกดูท่าทีขึงขังพร้อมปฏิบัติทันที เป็นท่าทีที่พร้อม ไม่ใช่ท่าทีที่ต้องเริ่มกระบวนการกันใหม่

หวังว่าเวลาที่ทอดยาวออกไป และโรดแมปที่ออกมาของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ทำให้ทั้ง 2 หน่วยงานเกิดความกังวล เป็นความกังวลเรื่องขั้ว ข้าง ทางการเมือง

พล.อ.ประยุทธ์ ต้องหมั่นสำรวจตรวจตรา ไม่ให้เกิดการโยนกลองกันไปมา พร้อมให้ความเชื่อมั่นกับบรรดาข้าราชการที่ทำหน้าที่อย่างสุจริต ต้องมีหลักคุ้มครองรองรับค้ำยันให้ ม.44 มีความเข้มขลัง อย่าให้หน่วยงานสงวนท่าที ประหนึ่ง ม.44 ไม่มีมนต์ขลัง

 
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline