svasdssvasds

ธปท.เฝ้าระวังหนี้เน่า‘เหล็ก’

15 ก.พ. 2560 เวลา 5:00 น.
แบงก์ชาติจับตาหนี้กลุ่มเหล็กเป็นพิเศษ มีโอกาสสูงกลายสภาพเป็นหนี้เอ็นพีแอล เผยปี 2559 สินเชื่อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างเอสเอ็มอี ติดลบต่อเนื่อง

ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) รายงานผลการดำเนินงานธนาคารทั้งระบบในปี 2559 สินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ขยายตัว 2% ลดลงจากปี 2558 ที่ขยายตัว 4.3% เป็นการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 7 ปี หลังจากปี 2552 ที่ขยายตัวติดลบ 1.7% จากวิกฤติทางการเงินสหรัฐฯ

นายสมบูรณ์ จิตเป็นธม ผู้ช่วยผู้ว่าการธปท. กล่าวว่า ครึ่งหลังของปี 2559 สินเชื่อในบางธุรกิจขยายตัวดีขึ้น เช่น ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติก พาณิชย์ และสาธารณูปโภค สำหรับสินเชื่ออุปโภคบริโภคขยายตัวดีขึ้นโดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้ายซึ่งเป็นฤดูกาลจับจ่ายและผลของมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงปลายปี

สำหรับปีนี้ธปท.ไม่ขอประมาณการการเติบโตของสินเชื่อ เนื่องจากการขยายตัวของสินเชื่อไม่ได้มีเพื่อการรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ภาคธุรกิจมีช่องทางการระดมทุนมากขึ้นโดยหันไประดมทุนผ่านตราสารหนี้และหุ้นเพิ่มขึ้นในภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ

เมื่อพิจารณาในรายสาขาของสินเชื่อปี 2559 สินเชื่อธุรกิจขยายตัว 0.6% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากจากการชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมเพื่อซื้อกิจการในระหว่างปีสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ซึ่งไม่รวมธุรกิจการเงิน หดตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 1.1% จากการคืนหนี้ของภาครัฐ

สินเชื่อเอสเอ็มอี ขยายตัว 1.8% ชะลอลงจากปีก่อนที่ 5.6% ส่วนใหญ่จากการหดตัวของสินเชื่อในภาคอุตสาหกรรมและภาคอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตามสินเชื่อเอสเอ็มอีในภาคพาณิชย์ ก่อสร้าง และบริการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน
ขณะที่สินเชื่ออุปโภคบริโภค ขยายตัว 4.9% ชะลอลงจากปีก่อนที่ 7.1% โดยสินเชื่อที่อยู่อาศัย บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล ส่วนสินเชื่อรถยนต์ขยายตัว 1.3% เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

สำหรับสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล)มียอดคงค้าง 3.857 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4.81 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเอ็นพีแอลในธุรกิจเอสเอ็มอีส่งผลให้สัดส่วน Gross NPL ต่อสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นเป็น 2.83% จาก 2.55% ในปีก่อน

ธปท.ระบุว่า คุณภาพสินเชื่อธุรกิจด้อยลงในภาคพาณิชย์ บริการ อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ขณะที่คุณภาพสินเชื่ออุปโภคบริโภคด้อยลงจากสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลัก

ส่วนสินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ (Special Mention Loan : SM) มียอดคงค้างทั้งสิ้น 3.58 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.39 หมื่นล้านบาท จากสิ้นปี 2558 ทำให้สัดส่วนสินเชื่อจัดชั้นดังกล่าวต่อสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.63% จากปีก่อนที่ 2.38%

สัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลให้เอ็นพีแอลในบางกลุ่มได้ในอนาคต ซึ่งส่วนใหญ่มาจากธุรกิจขนาดใหญ่อย่างอุตสาหกรรมเหล็กจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้แต่ธนาคารได้มีการกันสำรองไว้หมดแล้วในกลุ่มดังกล่าวทำให้เชื่อว่าไม่น่าเป็นห่วงมากนัก

ทั้งนี้ธนาคารพาณิชย์มีการกันสำรองเพิ่มขึ้น โดยเงินสำรองของระบบธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้นเป็น 5.289 แสนล้นบาท ขยายตัว 19% จากระยะเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้สัดส่วนเงินสำรองที่มีต่อเงินสำรองพึงกันเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 159.6% จากสิ้นปี 2558 ที่ 156.3%

"เอ็นพีแอลของสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 4.35% จากสิ้นปี 2558 อยู่ที่ 3.5% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวในปีที่ผ่านมา และเชื่อว่าช่วงปลายปีประชาชนไม่ได้อยู่ภาวะจับจ่ายใช้สอย อาจทำให้ยังมีผลกระทบอยู่บ้าง”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,235 วันที่ 12 - 15 กุมภาพันธ์ 2560
logo-pwa

เพิ่ม Thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด