
โอกาสทองลงทุนน้ำตาลในบราซิล ผู้ผลิต-ส่งออกอันดับ1ของโลก
“น้ำตาล” สินค้าเกษตรที่โดดเด่นของบราซิล ประเทศที่มีวัฒนธรรมและความเชี่ยวชาญในการปลูกอ้อยเพื่อการเกษตรมาเป็นเวลาช้านาน ปัจจุบัน บราซิลผลิตน้ำตาลและส่งออกน้ำตาลได้เป็นอันดับที่ 1 ของโลก โดยเคยผลิตได้สูงสุดถึง 37 ล้านตันต่อปี และตั้งเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตน้ำตาลให้ได้ถึง 48 ล้านตันในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ของประเทศนับว่ามีศักยภาพในการผลิตสูงสุด ซึ่งผลผลิตน้ำตาลราว 50% ของประเทศนั้นมาจากรัฐเซาเปาลู
อย่างไรก็ดี ในช่วง 3-4 ปี ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมน้ำตาลของบราซิลประสบปัญหาราคาตกต่ำเพราะผลผลิตล้นตลาด ทำให้โรงงานผลิตน้ำตาลในบราซิลต้องปิดกิจการไปแล้วกว่า 47 แห่ง ทั้งยังประสบปัญหาในการกู้ยืมเงินจากธนาคาร แต่ในปี 2558-2559 เกษตรกรชาวไร่อ้อยและผู้ผลิตน้ำตาลทั่วโลกต้องเผชิญกับปัญหาภาวะภัยแล้งและฝนตกหนักสลับกัน รวมถึงพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ของบราซิลซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการปลูกอ้อยก็ได้รับผลกระทบจากภาวะฝนตกหนัก เกษตรกรจึงนำผลผลิตบางส่วนไปแปรรูปผลิตเป็น เอทานอลซึ่งมีราคาขายที่ดีกว่า ส่งผลให้ผลผลิตน้ำตาลลดลงเหลือ 30.7 ล้านตันในปี 2559 เมื่อเทียบกับปี 2558 ที่ผลผลิตน้ำตาลอยู่ที่ 32 ล้านตัน กระทบต่อปริมาณน้ำตาลที่ถูกป้อนเข้าสู่ตลาดโลกไม่เพียงพอ
ด้วยเหตุที่อุตสาหกรรมน้ำตาลของบราซิลกำลังมีปัญหา ผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลและเอทานอลเริ่มเสนอขายกิจการให้กับผู้ที่สนใจโดยเฉพาะนักลงทุนจากต่างชาติ ขณะที่ตลาดโลกยังมีความต้องการบริโภคน้ำตาลในปริมาณที่สูงขึ้นเฉลี่ย 5-6 ล้านตัน ทำให้กิจการน้ำตาลในบราซิลกำลังเป็นที่ต้องการของนักลงทุน ในปัจจุบันมีบริษัทต่างชาติหลายบริษัทให้ความสนใจที่จะเข้าซื้อกิจการโรงงานน้ำตาลในบราซิล ทั้งบริษัทลงทุนและบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาลและแปรรูปน้ำตาล อาทิ บริษัท Cevitalบริษัทเอกชนใหญ่ที่สุดของแอลจีเรียและมีโรงงานแปรรูปน้ำตาลที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมทั้งบริษัท Fatima หนึ่งในกลุ่มบริษัทผลิตน้ำตาลที่ใหญ่ที่สุดในปากีสถาน เพราะเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจจากการที่อุตสาหกรรมน้ำตาลโลกจะมีกำลังการผลิตลดลงในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลให้ราคาน้ำตาลโลกสูงขึ้น เป็นแนวโน้มการแสวงหากำไรในระยะสั้นเป็นหลัก
พบกับอัพเดทความเคลื่อนไหวและโอกาสในตลาดต่างประเทศที่สถานทูตไทยทั่วโลกตั้งใจติดตามมาให้ภาคเอกชนไทยได้ที่เว็บไซต์ www.globthailand.comหากมีข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติม สามารถเขียนมาคุยกันได้ที่ [email protected]
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,235 วันที่ 12 - 15 กุมภาพันธ์ 2560






