svasdssvasds

ทีพีพีล่มผลดีค้า-ลงทุนไทย จับตาเจรจาทวิภาคีตัวแปร

10 ก.พ. 2560 เวลา 2:00 น.
พาณิชย์คาดจีดีพีประเทศคู่ค้าโดยรวมปีนี้ทรงตัวทั้งกลุ่มยูโรโซน-ญี่ปุ่น-จีน-อังกฤษ ผลพวงนโยบายกีดกันการค้าของผู้นำใหม่สหรัฐ ขณะเศรษฐกิจไทยคาดโต 3-4% ขณะทีพีพีล่มส่งผลดีค้า-ลงทุนไทย จับตาคู่ค้าหันเจรจาทวิภาคีมากขึ้น

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ถึงแนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจ(จีดีพี)ของประเทศคู่ค้าสำคัญๆของไทยในปี 2560 ว่า ภาพรวมยังทรงตัวจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวดีนัก รวมถึงสัญญาณแนวโน้มการกีดกันการค้าของนายโดนัลด์ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อาจจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการบริโภคและการค้าการลงทุนโลกให้ฟื้นตัวอย่างช้าๆ และตลาดเงินตลาดทุนมีความผันผวน

"คาดการณ์นโยบายของทรัมป์จะส่งผลให้เศรษฐกิจของสหรัฐฯขยายตัวเพิ่มขึ้นในปีนี้เป็น 2.2% ดีกว่าในปี 2559 ที่คาดการณ์ไว้จะขยายตัวที่ 1.7% ปัจจัยที่สนับสนุนคือการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องของตลาดแรงงานและค่าจ้าง การฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัย และนโยบายการคลังแบบขาดดุลรวมถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆของสหรัฐฯ"

ทั้งนี้จะต่างกับเศรษฐกิจของยูโรโซนที่ยังมีความเสี่ยงที่จะชะลอลง โดยคาดปีนี้เศรษฐกิจของยูโรโซนจะขยายตัว 1.6% ต่ำกว่าปี2559 ที่คาดว่าจะขยายตัว 1.7% ผลจากมีปัจจัยเสี่ยงจากอัตราการว่างงานที่ยังอยู่ในระดับสูง และยังมีความไม่แน่นอนของการเจรจาเพื่อถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป(อียู)ของอังกฤษ (เบร็กซิท) ขณะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นเองยังคงฟื้นตัวอย่างเปราะบาง โดยคาดว่าในปีนี้จะขยายตัวใกล้เคียงกับปี2559ที่ 0.9%

ส่วนเศรษฐกิจจีนในปีนี้มีแนวโน้มชะลอเล็กน้อย โดยอัตราขยายตัวน่าจะอยู่ในกรอบที่รัฐบาลตั้งไว้ 6.5% ซึ่งจะต่ำกว่าคาดการณ์ปี2559ที่น่าจะขยายตัว 6.7% สาเหตุจากเศรษฐกิจจีนยังคงได้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจจากการลงทุนที่มุ่งสู่การบริโภคภายใน ผลกระทบจากนโยบายการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ รวมทั้งการถูกกดดันให้ค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้น เช่นเดียวกับเศรษฐกิจอังกฤษ ที่จะได้รับผลกระทบจากการเจรจาออกจากอียู ทำให้เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอโดยจะขยายตัวได้ที่ 1.5% ลดลงจากการขยายตัว 2%ในปี 2559

"จากความเสี่ยงข้างต้น จะทำให้ประเทศต่างๆ จำเป็นต้องมีการกระจายการลงทุนและการค้า ดังนั้นจะมีแนวโน้มการทบทวนหรือการเจรจาการค้าแบบทวิภาคีมากขึ้น"

ส่วนเศรษฐกิจไทยปีนี้ สนค.มองว่าน่าจะขยายตัวได้ประมาณ 3-4% ถือว่ามีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2559 จากการผลักดันการลงทุนภาครัฐและการส่งออก ในขณะที่การนำเข้ามีแนวโน้มขยายตัวดีที่6.5-7.5%ตามการฟื้นตัวของการส่งออก อย่างไรก็ตามจากการวิเคราะห์โอกาสและความเสี่ยงของการค้าและการลงทุนของไทยหลังจากนี้ โอกาสที่ส่งผลดีต่อไทยกรณีหากมีหารยกเลิกความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก(ทีพีพี) จะช่วยรักษาความสามารถการส่งออกไทยและดึงดูดการลงทุนกลับมาในไทยมากขึ้น รวมทั้งการฟื้นตัวของราคาน้ำมันที่อาจทรงตัวในระดับปานกลาง ซึ่งส่งผลต่อราคาสินค้าเกษตรในอนาคต ดังนั้นเอกชนต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,234 วันที่ 9 - 11 กุมภาพันธ์ 2560
logo-pwa

เพิ่ม Thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด