svasdssvasds

ผลสำรวจชี้ญี่ปุ่นมั่นใจเศรษฐกิจไทย

05 ก.พ. 2560 เวลา 13:00 น.
การสำรวจแนวโน้มทางเศรษฐกิจของบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นในประเทศไทยประจำครึ่งปีหลัง 2559 ที่เพิ่งเปิดเผยเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2560 โดยคณะสำรวจเศรษฐกิจ หอการค้าญี่ปุ่นประจำประเทศไทย พบว่า บริษัทที่ตอบว่ามีสภาพธุรกิจดีขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปีที่ผ่านมามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ ขณะที่สภาพธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 มีแนวโน้มต่ำลงเล็กน้อยเนื่องมาจากการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ โดยเฉพาะในด้านค้าปลีกและท่องเที่ยว แต่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 คาดการณ์ว่าสภาพธุรกิจจะกลับมาขยายตัวเพิ่มขึ้น

ในส่วนของอุตสาหกรรมการผลิตนั้น ในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 พบการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นในอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องจักรทั่วไป เครื่องจักรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนการปรับตัวในทิศทางที่แย่ลงได้แก่อุตสาหกรรมสิ่งทอ เหล็กและอโลหะ และเครื่องจักรที่ใช้ในการขนส่ง ขณะที่อุตสาหกรรมนอกภาคการผลิตที่มีการปรับตัวในทิศทางดีขึ้นได้แก่ อุตสาหกรรมการเงิน การประกันภัย หลักทรัพย์ การก่อสร้างและงานวิศวกรรม ส่วนการปรับตัวในทิศทางที่แย่ลงมากคือ ค้าปลีก การขนส่ง และการสื่อสาร

เมื่อพิจารณาเรื่องการลงทุนด้านโรงงานและเครื่องจักรเพื่อการผลิตที่ตั้งไว้ในรอบปี 2560 คาดการณ์ว่าจำนวนเงินลงทุนจะลดราว 6.3% เมื่อเทียบกับรอบปี 2559

อย่างไรก็ตาม บริษัทที่ตอบว่าจะลงทุนเพิ่มมีสัดส่วน 33% ของบริษัททั้งหมดที่ตอบการสำรวจ (283 บริษัท) ส่วนบริษัทในภาคการผลิตที่ตอบว่าจะลงทุนลดลงมี 22% การสำรวจครั้งนี้มีขึ้นระหว่างวันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 - 6 ธันวาคม 2559 กลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามการสำรวจเป็นสมาชิกหอการค้าญี่ปุ่นในประเทศไทยจำนวน 508 บริษัท

นายฮิโรกิ มิทสึมาตะ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กรุงเทพฯ และผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจของหอการค้าญี่ปุ่นในประเทศไทย เปิดเผยเพิ่มเติมว่า แผนลงทุนในอดีตของบริษัทญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผล ตลาดรถยนต์ก็เป็นช่วงกลับเข้าสู่ภาวะปรกติ จึงเป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลไทยตั้งเป้าหมายขยายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ระดับ 4% ในปีนี้นั้น ญี่ปุ่นเองก็รอดูรายละเอียดอยู่และอยากรู้ว่าไทยจะทำอย่างไร ใช้มาตรการอะไรเพื่อไปสู่เป้าหมายนั้น คงยังประเมินสถานการณ์ไม่ได้เพราะคงต้องรอดูรายละเอียดของแผนการ และในส่วนของผลกระทบจากนโยบายของประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯนั้น ประธานเจโทรมองว่าผลกระทบจะมีทั้งในแง่บวกและลบ ตอนนี้ยังอาจจะประเมินสถานการณ์ได้ยาก เพราะเราได้ยินแต่สิ่งที่โดนัลด์ ทรัมป์พูด แต่ยังไม่เห็นรายละเอียดของสิ่งที่เขาจะทำ แต่ในภาพรวมเบื้องต้นมองว่า การที่สหรัฐฯมีนโยบายจะลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศมากขึ้นก็เชื่อว่าจะทำให้มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจในสหรัฐอเมริกา ซึ่งนั่นก็จะเป็นผลดีต่อประเทศที่มีการส่งออกไปยังสหรัฐฯ รวมทั้งประเทศไทยก็คงจะได้อานิสงส์จากตรงนี้ด้วย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,231 วันที่ 5 - 8 กุมภาพันธ์ 2560
logo-pwa

เพิ่ม Thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด