
ปฎิวัติที่ปรึกษาการเงิน กำหนดทุนขั้นต่ำ กลั่นกรองคุณภาพ
ก.ล.ต.เขย่าวงการที่ปรึกษาการเงิน (ไอบี ) เตรียม ยกระดับคุณภาพมาตรฐานการทำงานไอบี กำหนดทุนจดทะเบียน คุณภาพระบบและบุคคลากร ประวัติการทำงาน วงการเห็นด้วยเชื่อทำงานง่ายขึ้น กลั่นกรอง FA นอกกรอบ แต่ต้องมีผลบังคับใช้ได้จริง
นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. อยู่ระหว่างการยกระดับมาตรฐานธุรกิจวาณิชธนกิจ(ไอบี) โดยจะเปลี่ยนจากการให้ผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนกับก.ล.ต.มาเป็นการขอใบอนุญาต
ซึ่งการเปลี่ยนมาเป็นใบอนุญาต มีผลให้การทำผิดถูกลงโทษด้วยการปรับเป็นเงิน พักใบอนุญาตการทำหน้าที่ ขณะที่การขึ้นทะเบียน บทลงโทษทำได้แค่การพักการทำหน้าที่ที่ปรึกษาการเงินเท่านั้น
นอกจากนี้ก.ล.ต.จะมีการกำหนดเรื่องของทุนจดทะเบียนที่สูงขึ้น ระบบงานและบุคคลากรมีหัวหน้าทีมกี่คนด้วย
“เราไม่อยากให้มีมือปืนรับจ้าง และที่ผ่านมา เราให้บริษัทมาขึ้นทะเบียน หากพบว่ามีการกระทำความผิด ก็จะทำได้เพียงการเพิกถอนเท่านั้น แต่ต่อไปหากเปลี่ยนมาเป็นการมายื่นขอใบอนุญาต เมื่อพบว่ามีการกระทำความผิด เราก็สามารถที่จะลงโทษได้หลายระดับ เช่นการปรับเป็นเงิน หรือพักชั่วคราวได้ “นายรพีกล่าว
ทั้งนี้เกณฑ์ใหม่ จะไม่มีผลย้อนหลัง แต่จะมีการกำหนดระยะเวลาหนึ่งให้บริษัทปรับตัวเข้ากับเกณฑ์ที่กำหนดไว้
สาเหตุหนึ่งที่ต้องเพิ่มมาตรฐานของไอบี โดยเฉพาะการทำธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน (FA ) ในการยื่นข้อมูล (ไฟลิ่ง ) เสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก(ไอพีโอ) เพราะบางครั้งมีการใช้ชื่อ อีกบริษัทหนึ่งในการดำเนินการแทน
นอกจากนั้นการเสนอขายไอพีโอ ก็ให้ความสำคัญกับการทำรายการระหว่างกัน โดยกลัวว่าเจ้าของจะนำทรัพย์สินออกไปขาย ถ้าบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินมีระบบและมีบุคคลากรที่ดี ก็จะทราบได้เรื่องการทำธุรกรรมโดยใช้วิจารณญาณ รวมถึงคู่ค้าที่เกิดขึ้น จะเป็นคู่ค้าจริงหรือไม่ ในกรณีรายการที่มีจำนวนมาก จู่ๆก็มีการจ่ายเงินออกจากบริษัทมูลค่าสูงๆ ที่ปรึกษาฯ ก็ต้องให้ความสำคัญพิเศษ เช่น คู่ค้าอยู่ในอาคารเดียวกัน หรือมีผู้ถือหุ้นเกี่ยวโยงกันหรือไม่ นอกจากนั้นเรื่องค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างทำวิจัยเรื่องการตลาดด้วย
ผู้บริหาร บริษัทที่ปรึกษาการเงิน อิสระ กล่าวว่า เห็นด้วยที่ก.ล.ต. จะยกระดับมาตรการ IB โดยเฉพาะการทำหน้าที่ FA เพื่อให้การทำงานมีความคล่องตัว รวดเร็ว โดยเฉพาะการเป็นที่ปรึกษาการเงินในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือการเป็นที่ปรึกษาการเงินอิสระให้ความเห็นชอบการซื้อขายกิจการ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า ไม่มีคุณภาพ การยื่นไฟลิ่ง ไม่ผ่าน หรือ มีส่วนได้เสียกับงานที่ทำ นอกจากนี้บางบริษัทมีบุคลากรไม่เพียงพอ หรือไม่มีประสบการณ์ความชำนาญในการทำงานที่ปรึกษาการเงิน
“ มาตรการใหม่จะดูว่า FA ต้องมีประวัติการทำงานกับก.ล.ต.อย่างน้อย 2 ปี มีงานที่รับและยื่นเรื่องก.ล.ต.แล้วกี่เคส และต้องมีความเข้าใจในงานที่ทำ การยกมาตรการนี้จะช่วยให้การทำงานระหว่าง FA และก.ล.ต. เร็วขึ้น มีความผิดพลาดน้อยลง แต่มาตรฐานใหม่นี้ต้องปฏิบัติได้จริง เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับผู้ประกอบการที่อยู่ในกรอบ จะไปบั่นทอนทำให้ FA ทำงานยากขึ้น ” แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวกรรมการชมรมวาณิชธนกิจ กล่าวว่า ชมรม ฯ มีการสัมมนาร่างจรรยาบรรณฉบับใหม่เสร็จแล้ว ซึ่งมีแนวทางให้สมาชิกปฏิบัติดูแลกันเอง เช่น มาตรฐานการทำงานระบุให้ละเอียดชัดเจนขึ้น และมีบทลงโทษ ส่วนมาตรฐานของก.ล.ต.จะเป็นแผนใหญ่ที่คลุมจรรยาบรรณอีกชั้น
ทั้งนี้ ณ วันที่ 24 มกราคม 2560 สำนักงานก.ล.ต.ได้ให้ความเห็นชอบบริษัทที่ปรึกษาทางเงิน ทั้งหมด 72 บริษัท แบ่งเป็นบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในเครือธนาคารพาณิชย์ และบริษัทหลักทรัพย์(บล.)จำนวน 22 บริษัท และให้ความเห็นชอบ ผู้ควบคุมการปฏิบัติงานจำนวน 381 คน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,232 วันที่ 2 - 4 กุมภาพันธ์ 2560
นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. อยู่ระหว่างการยกระดับมาตรฐานธุรกิจวาณิชธนกิจ(ไอบี) โดยจะเปลี่ยนจากการให้ผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนกับก.ล.ต.มาเป็นการขอใบอนุญาต
ซึ่งการเปลี่ยนมาเป็นใบอนุญาต มีผลให้การทำผิดถูกลงโทษด้วยการปรับเป็นเงิน พักใบอนุญาตการทำหน้าที่ ขณะที่การขึ้นทะเบียน บทลงโทษทำได้แค่การพักการทำหน้าที่ที่ปรึกษาการเงินเท่านั้น
นอกจากนี้ก.ล.ต.จะมีการกำหนดเรื่องของทุนจดทะเบียนที่สูงขึ้น ระบบงานและบุคคลากรมีหัวหน้าทีมกี่คนด้วย
“เราไม่อยากให้มีมือปืนรับจ้าง และที่ผ่านมา เราให้บริษัทมาขึ้นทะเบียน หากพบว่ามีการกระทำความผิด ก็จะทำได้เพียงการเพิกถอนเท่านั้น แต่ต่อไปหากเปลี่ยนมาเป็นการมายื่นขอใบอนุญาต เมื่อพบว่ามีการกระทำความผิด เราก็สามารถที่จะลงโทษได้หลายระดับ เช่นการปรับเป็นเงิน หรือพักชั่วคราวได้ “นายรพีกล่าว
ทั้งนี้เกณฑ์ใหม่ จะไม่มีผลย้อนหลัง แต่จะมีการกำหนดระยะเวลาหนึ่งให้บริษัทปรับตัวเข้ากับเกณฑ์ที่กำหนดไว้
สาเหตุหนึ่งที่ต้องเพิ่มมาตรฐานของไอบี โดยเฉพาะการทำธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน (FA ) ในการยื่นข้อมูล (ไฟลิ่ง ) เสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก(ไอพีโอ) เพราะบางครั้งมีการใช้ชื่อ อีกบริษัทหนึ่งในการดำเนินการแทน
นอกจากนั้นการเสนอขายไอพีโอ ก็ให้ความสำคัญกับการทำรายการระหว่างกัน โดยกลัวว่าเจ้าของจะนำทรัพย์สินออกไปขาย ถ้าบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินมีระบบและมีบุคคลากรที่ดี ก็จะทราบได้เรื่องการทำธุรกรรมโดยใช้วิจารณญาณ รวมถึงคู่ค้าที่เกิดขึ้น จะเป็นคู่ค้าจริงหรือไม่ ในกรณีรายการที่มีจำนวนมาก จู่ๆก็มีการจ่ายเงินออกจากบริษัทมูลค่าสูงๆ ที่ปรึกษาฯ ก็ต้องให้ความสำคัญพิเศษ เช่น คู่ค้าอยู่ในอาคารเดียวกัน หรือมีผู้ถือหุ้นเกี่ยวโยงกันหรือไม่ นอกจากนั้นเรื่องค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างทำวิจัยเรื่องการตลาดด้วย
ผู้บริหาร บริษัทที่ปรึกษาการเงิน อิสระ กล่าวว่า เห็นด้วยที่ก.ล.ต. จะยกระดับมาตรการ IB โดยเฉพาะการทำหน้าที่ FA เพื่อให้การทำงานมีความคล่องตัว รวดเร็ว โดยเฉพาะการเป็นที่ปรึกษาการเงินในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือการเป็นที่ปรึกษาการเงินอิสระให้ความเห็นชอบการซื้อขายกิจการ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า ไม่มีคุณภาพ การยื่นไฟลิ่ง ไม่ผ่าน หรือ มีส่วนได้เสียกับงานที่ทำ นอกจากนี้บางบริษัทมีบุคลากรไม่เพียงพอ หรือไม่มีประสบการณ์ความชำนาญในการทำงานที่ปรึกษาการเงิน
“ มาตรการใหม่จะดูว่า FA ต้องมีประวัติการทำงานกับก.ล.ต.อย่างน้อย 2 ปี มีงานที่รับและยื่นเรื่องก.ล.ต.แล้วกี่เคส และต้องมีความเข้าใจในงานที่ทำ การยกมาตรการนี้จะช่วยให้การทำงานระหว่าง FA และก.ล.ต. เร็วขึ้น มีความผิดพลาดน้อยลง แต่มาตรฐานใหม่นี้ต้องปฏิบัติได้จริง เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับผู้ประกอบการที่อยู่ในกรอบ จะไปบั่นทอนทำให้ FA ทำงานยากขึ้น ” แหล่งข่าวกล่าว
แหล่งข่าวกรรมการชมรมวาณิชธนกิจ กล่าวว่า ชมรม ฯ มีการสัมมนาร่างจรรยาบรรณฉบับใหม่เสร็จแล้ว ซึ่งมีแนวทางให้สมาชิกปฏิบัติดูแลกันเอง เช่น มาตรฐานการทำงานระบุให้ละเอียดชัดเจนขึ้น และมีบทลงโทษ ส่วนมาตรฐานของก.ล.ต.จะเป็นแผนใหญ่ที่คลุมจรรยาบรรณอีกชั้น
ทั้งนี้ ณ วันที่ 24 มกราคม 2560 สำนักงานก.ล.ต.ได้ให้ความเห็นชอบบริษัทที่ปรึกษาทางเงิน ทั้งหมด 72 บริษัท แบ่งเป็นบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในเครือธนาคารพาณิชย์ และบริษัทหลักทรัพย์(บล.)จำนวน 22 บริษัท และให้ความเห็นชอบ ผู้ควบคุมการปฏิบัติงานจำนวน 381 คน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,232 วันที่ 2 - 4 กุมภาพันธ์ 2560






