
จัดหนักดูดเงินตรุษจีน ห้างกระหน่ำแคมเปญดักอาตี๋ อาหมวย
“ห้างค้าปลีก” จัดหนักสาดแคมเปญดูดกำลังซื้ออาตี๋ อาหมวย จับจ่ายรับตรุษจีนกว่า 5 หมื่นล้าน ขนทัพสินค้าทั้งของสด เครื่องเซ่นไหว้เสริมมงคล โปรโมชันแจกอั้งเปา ลุ้นโชคสนั่น
การประเมินการจับจ่ายของผู้บริโภคคนไทยเชื้อสายจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีนของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่คาดว่าจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท ทั้งจากการซื้อของไหว้บรรพบุรุษ เสื้อผ้า อาหาร เครื่องประดับ ของขวัญ รวมถึงการท่องเที่ยว ฯลฯ กระตุ้นให้เศรษฐกิจในไตรมาสแรกกลับมาคึกคักขึ้น โดยเฉพาะในห้างค้าปลีกสมัยใหม่ที่พบว่า ต่างพร้อมใจกันจัดโปรโมชัน เพื่อแข่งขันกันชิงกำลังซื้อของผู้บริโภค ที่ปรับเปลี่ยนหันมานิยมเลือกซื้อในห้างมากขึ้น
โดยนายชำนาญ เมธปรีชากุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า กำลังซื้อผู้บริโภคช่วงตรุษจีนปีนี้ค่อนข้างคึกคัก และมีแนวโน้มว่าคนไทยเชื้อสายจีนรุ่นใหม่จะจับจ่ายสินค้าตรุษจีน โดยเฉพาะชุดเซ่นไหว้ในห้างสรรพสินค้ามากขึ้น เป็นโอกาสการขายของผู้ประกอบการค้าปลีก เพราะมีสินค้าคุณภาพดี ให้เลือกหลากหลาย ครบครัน และมีโปรโมชันเสริม ทำให้มีความคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็น ชุดเซ่นไหว้ ชุดเสริมสิริมงคล เสื้อผ้าแฟชั่น ของตกแต่งบ้าน เป็นต้น
บริษัทใช้งบ 100 ล้านบาท จัดแคมเปญ "Glorious Chinese New Year" ขึ้นภายในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์, ดิเอ็มโพเรี่ยม , ดิเอ็มควอเทียร์ และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์และบลู พอร์ต หัวหิน เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าโดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 2,500 ล้าบาท จากการจัดงาน 18 วัน
"เทศกาลตรุษจีนถือเป็นอีเวนต์มาร์เก็ตติ้งที่สำคัญ เพราะเป็นประเพณีที่คนไทยเชื้อสายจีนสืบต่อกันมา และเดอะมอลล์ถือเป็นห้างที่มีความพร้อมและความเชี่ยวชาญในการจัดอีเวนต์ เพราะทำมาต่อเนื่อง และปรับเปลี่ยนเพื่อให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ลูกค้า ซึ่งตรุษจีนปีนี้มาเร็วกว่าทุกปี และใกล้กับช่วงเทศกาลปีใหม่ ทำให้เชื่อว่ากำลังซื้อและมู้ดการจับจ่ายจะมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงปีใหม่ ที่ลูกค้าบางรายยังอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ ทำให้ลดการจับจ่ายลง"
ด้านนางสาวชนิสา แก้วเรือน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานกิจกรรมการตลาดและธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอนสยามดิสคัฟเวอรี่ และสยามเซ็นเตอร์ กล่าวว่า บริษัททุ่มงบ 50 ล้านบาท ร่วมกับธนาคารกสิกรไทยจัดแคมเปญ สยามแมกนิฟิเซนท์ไชนีสนิวเยียร์ 2017 พร้อมกันทั้ง 3 ศูนย์การค้า เพื่อกระตุ้นตลาดทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนและกลุ่มลูกค้าชาวไทย ที่คาดว่าจะมีจำนวนผู้เข้ามาใช้บริการในช่วงวันที่ 27-29 มกราคมที่จัดงานวันละ 2 แสนคน ขณะที่ยอดขายของร้านค้าน่าจะเพิ่มขึ้น 15-20% จากช่วงเวลาปกติ
สำหรับแคมเปญดังกล่าว บรรดาสินค้าแบรนด์ดังได้จัดโปรโมชั่นลดสูงสุด 70% ระหว่างวันที่ 26 มกราคมถึง 5 กุมภาพันธ์ 2560 ส่วนผู้ถือบัตรเครดิตกสิกรไทย จะได้รับสิทธิพิเศษหรือส่วนลดจากร้านค้าที่ร่วมรายการถึงวันที่ 12 มีนาคม 2560 และหากซื้อสินค้าครบตามเงื่อนไขจะได้รับของรางวัลพิเศษต่างๆ อาทิ ลูกค้าสยามพารากอน ที่ซื้อสินค้าครบตามเงื่อนไข ได้รับ สยามกิ๊ฟท์การ์ด สปาบิวตี้แพ็กเกจจากรมย์รวินท์ เป็นต้น ลูกค้าสยามเซ็นเตอร์ รับบัตรกำนัลจากร้านลอฟท์ เป็นต้น ส่วนลูกค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ซื้อสินค้าตั้งแต่ 3.5 หมื่นบาทขึ้นไปรับสยามกิ๊ฟท์การ์ด มูลค่า 1,200 บาท
นอกจากนี้ ยังมีการมอบอั่งเปาฟรีให้กับลูกค้าและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการทั้ง 3 ศูนย์ ซึ่งในซองอั่งเปาจะมีของรางวัล อาทิ บัตรกำนัลเงินสด คูปองส่วนลด บัตรสิทธิพิเศษ เป็นต้น รวมกว่า 1 หมื่นรางวัล มูลค่ารวมกว่า 6 ล้านบนาท และยังมีการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างสีสัน อาทิ การจัดแสดงดนตรีไทยร่วมกับดนตรีจีน การจัดนิทรรศการอัพเดตสีมงคล 12 เฉดสีสำหรับ 12 ราศี เพื่อเสริมความมั่นในการช็อปปิ้ง เป็นต้น ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนเมื่อซื้อครบ 3,000-5,000 บาท จะมีของที่ระลึกมอบให้ อาทิ กระเป๋านารายา ผลิตภัณฑ์เครื่องหอม เป็นต้น
นางสาวชนิสา กล่าวอีกว่า ปัจจุบันกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนและฮ่องกงถือว่าเข้ามาใช้บริการกับทั้ง 3 ศูนย์การค้ามากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนถึง 60% และปัจจุบันมีกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 40% จากช่วงก่อนหน้าที่มีสัดส่วน 30% ขณะที่การคาดการณ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทยตลอดทั้งปี ไม่ต่ำกว่า 34 ล้านคน และตั้งเป้ารายได้รวมจากการท่องเที่ยว 1.78 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ8.5% ซึ่งเทศกาลตรุษจีนถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ชาวจีนเดินทางเข้ามาจับจ่ายใช้สอยที่ศูนย์การค้าทั้ง 3 แห่งมากที่สุดของปี
นายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และเซ็นทรัล เฟสติวัล กล่าวว่า เทศกาลตรุษจีนถือเป็นซีซันนัลมาร์เก็ตติ้งที่สำคัญ โดยบริษัทร่วมกับพันธมิตร ทุ่มเงินกว่า 120 ล้านบาท จัดแคมเปญ "เดอะ เกรท ไชนิสนิวเยียร์ 2017 ช้อปสนุกโชคผลิบานอลังการตรุษจีน" โดยดึงร้านค้าภายในศูนย์ร่วมจัดโปรโมชันพิเศษกับคอลเลกชันรับตรุษจีน เช่น H&M , Superdry, Swarovski , ร้านฮั่วเซ่งฮง, ฮองมิน, เรือนเพชรสุกี้ เป็นต้น พร้อมลุ้นรับดิจิตอลอั่งเปา บัตรกำนัลท็อปส์ รวมถึงแพ็กเกจทัวร์ไต้หวัน เป็นต้น
ขณะที่นางสาวปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้า จำกัด ย้ำว่า ช่วงนี้นักช็อปไทยจะนิยมซื้อสินค้าใหม่เพื่อเสริมสิริมงคล โดยมีความเชื่อว่า การเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ เช่น ใส่เสื้อผ้าใหม่, ใช้ของใหม่ จะเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีในปีใหม่ เสริมความเฮงให้ชีวิตตลอดทั้งปี โดยสินค้า 3 กลุ่มที่ได้รับความสนใจ คือ กลุ่มสินค้าแผนกโฮม, นาฬิกาและสินค้าแฟชั่น เช่น กระเป๋า, เครื่องประดับ ส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนมีเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยมากเป็นพิเศษ จะนิยมซื้อสินค้าแฟชั่น, อาหาร และเครื่องสำอาง
ดังนั้นผู้ประกอบการต้องเตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรม ซึ่งห้างเซ็นทรัลได้จัดแคมเปญช่วงเทศกาลตรุษจีนและวาเลนไทน์ โดยใช้งบ 120 ล้านบาท จัดงาน Central Chinese New Year 2017 และ "Central Season of Giving 2017" ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา, ร้านในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี, ร้านในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาแกรนด์ พระราม 9 โดยคาดว่าจะมีเงินสะพัดกว่า 1,800 ล้านบาท
นางรัตนา อนันทนุพงศ์ ผู้อำนวยการด้านการตลาด ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ กล่าวว่า บริษัทร่วมกับร้านค้าภายในศูนย์กว่า 1,000 ร้านจัดแคมเปญ Make the perfect year : Chinese New Year 2017 เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ โดยไฮไลต์จะเป็นการลดราคาสูงสุด 80% พร้อมโปรโมชั่นลุ้นรถ Mercedes-Benz รุ่น Gla200 เมื่อซื้อสินค้าในศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ครบทุก 1,000 บาท และอั่งเปาพิเศษ 500 บาท จากแบรนด์ดังเมื่อซื้อครบทุก 2,000 บาท ซึ่งบริษัทใช้งบประมาณในการทำแคมเปญ 10 ล้านบาท
นายอนวัช สังขะทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการตลาด บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เชื่อว่าเทศกาลตรุษจีนปีนี้ ผู้บริโภคจะออกมาจับจ่ายซื้อสินค้ามากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค โดยโรบินสันใช้งบการตลาดราว 15 ล้านบาท จัดแคมเปญ "โรบินสันออนไชนีสนิวเยียร์" เพื่อสร้างบรรยากาศ โดยไฮไลต์เป็นการนำสินค้าแฟชั่นและของใช้ในบ้านมาลดราคาสูงสุด 30% โดยกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับความนิยมได้แก่ กลุ่มของใช้ในบ้าน เช่น ชุดเครื่องครัว จานชาม ของประดับ กลุ่มสินค้าแฟชั่น และ แอกเซสซอรี เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า เป็นต้น โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมีเงินสะพัดกว่า 2,000 ล้านบาท มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 30% และกระตุ้นยอดขายไตรมาสแรกเติบโตไม่ต่ำกว่า 7%
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,229 วันที่ 22 - 25 มกราคม 2560
การประเมินการจับจ่ายของผู้บริโภคคนไทยเชื้อสายจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีนของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่คาดว่าจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท ทั้งจากการซื้อของไหว้บรรพบุรุษ เสื้อผ้า อาหาร เครื่องประดับ ของขวัญ รวมถึงการท่องเที่ยว ฯลฯ กระตุ้นให้เศรษฐกิจในไตรมาสแรกกลับมาคึกคักขึ้น โดยเฉพาะในห้างค้าปลีกสมัยใหม่ที่พบว่า ต่างพร้อมใจกันจัดโปรโมชัน เพื่อแข่งขันกันชิงกำลังซื้อของผู้บริโภค ที่ปรับเปลี่ยนหันมานิยมเลือกซื้อในห้างมากขึ้น
บริษัทใช้งบ 100 ล้านบาท จัดแคมเปญ "Glorious Chinese New Year" ขึ้นภายในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์, ดิเอ็มโพเรี่ยม , ดิเอ็มควอเทียร์ และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์และบลู พอร์ต หัวหิน เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าโดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 2,500 ล้าบาท จากการจัดงาน 18 วัน
"เทศกาลตรุษจีนถือเป็นอีเวนต์มาร์เก็ตติ้งที่สำคัญ เพราะเป็นประเพณีที่คนไทยเชื้อสายจีนสืบต่อกันมา และเดอะมอลล์ถือเป็นห้างที่มีความพร้อมและความเชี่ยวชาญในการจัดอีเวนต์ เพราะทำมาต่อเนื่อง และปรับเปลี่ยนเพื่อให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ลูกค้า ซึ่งตรุษจีนปีนี้มาเร็วกว่าทุกปี และใกล้กับช่วงเทศกาลปีใหม่ ทำให้เชื่อว่ากำลังซื้อและมู้ดการจับจ่ายจะมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงปีใหม่ ที่ลูกค้าบางรายยังอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ ทำให้ลดการจับจ่ายลง"
ด้านนางสาวชนิสา แก้วเรือน รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานกิจกรรมการตลาดและธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอนสยามดิสคัฟเวอรี่ และสยามเซ็นเตอร์ กล่าวว่า บริษัททุ่มงบ 50 ล้านบาท ร่วมกับธนาคารกสิกรไทยจัดแคมเปญ สยามแมกนิฟิเซนท์ไชนีสนิวเยียร์ 2017 พร้อมกันทั้ง 3 ศูนย์การค้า เพื่อกระตุ้นตลาดทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนและกลุ่มลูกค้าชาวไทย ที่คาดว่าจะมีจำนวนผู้เข้ามาใช้บริการในช่วงวันที่ 27-29 มกราคมที่จัดงานวันละ 2 แสนคน ขณะที่ยอดขายของร้านค้าน่าจะเพิ่มขึ้น 15-20% จากช่วงเวลาปกติ
สำหรับแคมเปญดังกล่าว บรรดาสินค้าแบรนด์ดังได้จัดโปรโมชั่นลดสูงสุด 70% ระหว่างวันที่ 26 มกราคมถึง 5 กุมภาพันธ์ 2560 ส่วนผู้ถือบัตรเครดิตกสิกรไทย จะได้รับสิทธิพิเศษหรือส่วนลดจากร้านค้าที่ร่วมรายการถึงวันที่ 12 มีนาคม 2560 และหากซื้อสินค้าครบตามเงื่อนไขจะได้รับของรางวัลพิเศษต่างๆ อาทิ ลูกค้าสยามพารากอน ที่ซื้อสินค้าครบตามเงื่อนไข ได้รับ สยามกิ๊ฟท์การ์ด สปาบิวตี้แพ็กเกจจากรมย์รวินท์ เป็นต้น ลูกค้าสยามเซ็นเตอร์ รับบัตรกำนัลจากร้านลอฟท์ เป็นต้น ส่วนลูกค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ซื้อสินค้าตั้งแต่ 3.5 หมื่นบาทขึ้นไปรับสยามกิ๊ฟท์การ์ด มูลค่า 1,200 บาท
นอกจากนี้ ยังมีการมอบอั่งเปาฟรีให้กับลูกค้าและนักท่องเที่ยวที่เข้ามาใช้บริการทั้ง 3 ศูนย์ ซึ่งในซองอั่งเปาจะมีของรางวัล อาทิ บัตรกำนัลเงินสด คูปองส่วนลด บัตรสิทธิพิเศษ เป็นต้น รวมกว่า 1 หมื่นรางวัล มูลค่ารวมกว่า 6 ล้านบนาท และยังมีการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างสีสัน อาทิ การจัดแสดงดนตรีไทยร่วมกับดนตรีจีน การจัดนิทรรศการอัพเดตสีมงคล 12 เฉดสีสำหรับ 12 ราศี เพื่อเสริมความมั่นในการช็อปปิ้ง เป็นต้น ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนเมื่อซื้อครบ 3,000-5,000 บาท จะมีของที่ระลึกมอบให้ อาทิ กระเป๋านารายา ผลิตภัณฑ์เครื่องหอม เป็นต้น
นางสาวชนิสา กล่าวอีกว่า ปัจจุบันกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนและฮ่องกงถือว่าเข้ามาใช้บริการกับทั้ง 3 ศูนย์การค้ามากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนถึง 60% และปัจจุบันมีกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 40% จากช่วงก่อนหน้าที่มีสัดส่วน 30% ขณะที่การคาดการณ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทยตลอดทั้งปี ไม่ต่ำกว่า 34 ล้านคน และตั้งเป้ารายได้รวมจากการท่องเที่ยว 1.78 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ8.5% ซึ่งเทศกาลตรุษจีนถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ชาวจีนเดินทางเข้ามาจับจ่ายใช้สอยที่ศูนย์การค้าทั้ง 3 แห่งมากที่สุดของปี
นายณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และเซ็นทรัล เฟสติวัล กล่าวว่า เทศกาลตรุษจีนถือเป็นซีซันนัลมาร์เก็ตติ้งที่สำคัญ โดยบริษัทร่วมกับพันธมิตร ทุ่มเงินกว่า 120 ล้านบาท จัดแคมเปญ "เดอะ เกรท ไชนิสนิวเยียร์ 2017 ช้อปสนุกโชคผลิบานอลังการตรุษจีน" โดยดึงร้านค้าภายในศูนย์ร่วมจัดโปรโมชันพิเศษกับคอลเลกชันรับตรุษจีน เช่น H&M , Superdry, Swarovski , ร้านฮั่วเซ่งฮง, ฮองมิน, เรือนเพชรสุกี้ เป็นต้น พร้อมลุ้นรับดิจิตอลอั่งเปา บัตรกำนัลท็อปส์ รวมถึงแพ็กเกจทัวร์ไต้หวัน เป็นต้น
ขณะที่นางสาวปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้า จำกัด ย้ำว่า ช่วงนี้นักช็อปไทยจะนิยมซื้อสินค้าใหม่เพื่อเสริมสิริมงคล โดยมีความเชื่อว่า การเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ เช่น ใส่เสื้อผ้าใหม่, ใช้ของใหม่ จะเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีในปีใหม่ เสริมความเฮงให้ชีวิตตลอดทั้งปี โดยสินค้า 3 กลุ่มที่ได้รับความสนใจ คือ กลุ่มสินค้าแผนกโฮม, นาฬิกาและสินค้าแฟชั่น เช่น กระเป๋า, เครื่องประดับ ส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนมีเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยมากเป็นพิเศษ จะนิยมซื้อสินค้าแฟชั่น, อาหาร และเครื่องสำอาง
ดังนั้นผู้ประกอบการต้องเตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรม ซึ่งห้างเซ็นทรัลได้จัดแคมเปญช่วงเทศกาลตรุษจีนและวาเลนไทน์ โดยใช้งบ 120 ล้านบาท จัดงาน Central Chinese New Year 2017 และ "Central Season of Giving 2017" ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา, ร้านในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี, ร้านในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาแกรนด์ พระราม 9 โดยคาดว่าจะมีเงินสะพัดกว่า 1,800 ล้านบาท
นางรัตนา อนันทนุพงศ์ ผู้อำนวยการด้านการตลาด ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ กล่าวว่า บริษัทร่วมกับร้านค้าภายในศูนย์กว่า 1,000 ร้านจัดแคมเปญ Make the perfect year : Chinese New Year 2017 เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ โดยไฮไลต์จะเป็นการลดราคาสูงสุด 80% พร้อมโปรโมชั่นลุ้นรถ Mercedes-Benz รุ่น Gla200 เมื่อซื้อสินค้าในศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ครบทุก 1,000 บาท และอั่งเปาพิเศษ 500 บาท จากแบรนด์ดังเมื่อซื้อครบทุก 2,000 บาท ซึ่งบริษัทใช้งบประมาณในการทำแคมเปญ 10 ล้านบาท
นายอนวัช สังขะทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการตลาด บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เชื่อว่าเทศกาลตรุษจีนปีนี้ ผู้บริโภคจะออกมาจับจ่ายซื้อสินค้ามากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค โดยโรบินสันใช้งบการตลาดราว 15 ล้านบาท จัดแคมเปญ "โรบินสันออนไชนีสนิวเยียร์" เพื่อสร้างบรรยากาศ โดยไฮไลต์เป็นการนำสินค้าแฟชั่นและของใช้ในบ้านมาลดราคาสูงสุด 30% โดยกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับความนิยมได้แก่ กลุ่มของใช้ในบ้าน เช่น ชุดเครื่องครัว จานชาม ของประดับ กลุ่มสินค้าแฟชั่น และ แอกเซสซอรี เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า เป็นต้น โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมีเงินสะพัดกว่า 2,000 ล้านบาท มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 30% และกระตุ้นยอดขายไตรมาสแรกเติบโตไม่ต่ำกว่า 7%
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,229 วันที่ 22 - 25 มกราคม 2560






