
แบงก์ผู้ดีรับมือเบร็กซิท จ่อโยกพนักงานเข้าอียู
แบงก์ใหญ่ในอังกฤษจ่อย้ายพนักงานส่วนหนึ่งไปยุโรปหลังเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีกางแผน “เบร็กซิท” ยืนยันต้องการออกจากการเป็นสมาชิกตลาดเดียว
หลังจากนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ แถลงจุดยืนแผนการเจรจาเพื่อถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ตามผลของการลงประชามติเมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน โดยมีสาระสำคัญ คือการต้องการอำนาจในการควบคุมการเดินทางเข้าออกประเทศของชาวต่างชาติ ขณะเดียวกันก็จะถอนตัวออกจากการเป็นส่วนหนึ่งของตลาดเดียวของยุโรป และต้องการสานสัมพันธ์ทางการค้ากับยุโรป รวมถึงประเทศอื่นๆ ทั่วโลกผ่านข้อตกลงการค้าเสรีนั้น เอกชนหลายภาคส่วนของอังกฤษได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อท่าทีดังกล่าว
ภาคธุรกิจที่แสดงท่าทีว่าจะมีการปรับแผนการดำเนินงานจากผลที่อาจเกิดขึ้นจากการที่อังกฤษออกจากตลาดเดียวของยุโรป คือภาคการธนาคาร โดยผู้บริหารของเอชเอสบีซี ธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดของอังกฤษ กล่าวกับสื่อต่างประเทศยืนยันว่าจะย้ายพนักงานประมาณ 1,000 คนจากอังกฤษไปปารีส เช่นเดียวกับผู้บริหารของธนาคายูเอสบี ที่กล่าวว่าพนักงาน 1,000 จาก 5,000 คนที่อยู่ในลอนดอนอาจจะถูกโยกย้ายไปประจำในยุโรปแทน
เป็นที่คาดหมายว่าธนาคารอื่นๆ จะประกาศแผนการที่ชัดเจนตามออกมาเช่นเดียวกัน หลังจากรับทราบจุดยืนของนางเมย์ ทั้งนี้ อุตสาหกรรมบริการด้านการเงินคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 12% ของเศรษฐกิจสหราชอาณาจักร และจ้างงาน 2.2 ล้านคน
ด้านผู้นำของกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ในสหราชอาณาจักรแสดงความพึงพอใจต่อความชัดเจนที่มีมากขึ้น แม้ว่าจะยังมีความกังวลต่อผลของการเจรจา "ในขณะที่ธุรกิจเห็นภาพที่ชัดขึ้นว่าเงื่อนไขสำคัญของนายกรัฐมนตรีคืออะไร แต่ก็ไม่ได้รู้อะไรมากขึ้นนักจากสุนทรพจน์ของนางเมย์ว่าผลการเจรจาจะเป็นอย่างไร ความจริงง่ายๆ คือธุรกิจทั่วสหราชอาณาจักรเดินหน้าต่อไป บริษัทที่ได้รับผลกระทบโดยตรงก็ได้เตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ต่างๆ ของผลการเจรจาแล้ว" นายอดัม มาร์แชล กรรมการผู้จัดการหอการค้าอังกฤษ ให้ความเห็น
ขณะที่นายไมค์ฮอว์ส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสมาคมผู้ผลิตและผู้ค้ายานยนต์ของสหราชอาณาจักร กล่าวว่า ต้องการให้รัฐบาลเจรจาข้อตกลงที่รวมถึงการเข้าร่วมสหภาพศุลกากรของยุโรป เพื่อปกป้องการค้ากับอียูที่ปราศจากภาษีนำเข้า และหลีกเลี่ยงอุปสรรคการค้าที่จะสร้างความเสียหายต่อการลงทุน การเติบโต และทางเลือกของผู้บริโภค พร้อมกับเตือนว่าการย้อนกลับไปใช้ภาษีตามกฎองค์การการค้าโลกเสี่ยงที่จะกระทบต่อความอยู่รอดของอุตสาหกรรมยานยนต์
อุตสาหกรรมรถยนต์ของอังกฤษไม่เพียงแต่พึ่งพาการส่งออกไปยังตลาดอียู แต่ยังอาศัยชิ้นส่วนการผลิตจากในยุโรปด้วย โดยหลายบริษัทใช้อังกฤษเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งขายในภูมิภาคยุโรป
อย่างไรก็ดี ล่าสุดนิสสันและโตโยต้ายืนยันว่าจะไม่มีการโยกย้ายฐานการผลิตออกจากอังกฤษ "ในทุกๆ ประเทศทั่วโลก เราจะไม่ตัดสินใจปิดหรือย้ายโรงงานเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น และมันจะเป็นเช่นเดียวกันกับในอังกฤษ" นายทาเคชิ อูจิยามาดะ ประธานบริษัทโตโยต้าฯ กล่าว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,229 วันที่ 22 - 25 มกราคม 2560
หลังจากนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ แถลงจุดยืนแผนการเจรจาเพื่อถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ตามผลของการลงประชามติเมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน โดยมีสาระสำคัญ คือการต้องการอำนาจในการควบคุมการเดินทางเข้าออกประเทศของชาวต่างชาติ ขณะเดียวกันก็จะถอนตัวออกจากการเป็นส่วนหนึ่งของตลาดเดียวของยุโรป และต้องการสานสัมพันธ์ทางการค้ากับยุโรป รวมถึงประเทศอื่นๆ ทั่วโลกผ่านข้อตกลงการค้าเสรีนั้น เอกชนหลายภาคส่วนของอังกฤษได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อท่าทีดังกล่าว
ภาคธุรกิจที่แสดงท่าทีว่าจะมีการปรับแผนการดำเนินงานจากผลที่อาจเกิดขึ้นจากการที่อังกฤษออกจากตลาดเดียวของยุโรป คือภาคการธนาคาร โดยผู้บริหารของเอชเอสบีซี ธนาคารขนาดใหญ่ที่สุดของอังกฤษ กล่าวกับสื่อต่างประเทศยืนยันว่าจะย้ายพนักงานประมาณ 1,000 คนจากอังกฤษไปปารีส เช่นเดียวกับผู้บริหารของธนาคายูเอสบี ที่กล่าวว่าพนักงาน 1,000 จาก 5,000 คนที่อยู่ในลอนดอนอาจจะถูกโยกย้ายไปประจำในยุโรปแทน
เป็นที่คาดหมายว่าธนาคารอื่นๆ จะประกาศแผนการที่ชัดเจนตามออกมาเช่นเดียวกัน หลังจากรับทราบจุดยืนของนางเมย์ ทั้งนี้ อุตสาหกรรมบริการด้านการเงินคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 12% ของเศรษฐกิจสหราชอาณาจักร และจ้างงาน 2.2 ล้านคน
ด้านผู้นำของกลุ่มธุรกิจอื่นๆ ในสหราชอาณาจักรแสดงความพึงพอใจต่อความชัดเจนที่มีมากขึ้น แม้ว่าจะยังมีความกังวลต่อผลของการเจรจา "ในขณะที่ธุรกิจเห็นภาพที่ชัดขึ้นว่าเงื่อนไขสำคัญของนายกรัฐมนตรีคืออะไร แต่ก็ไม่ได้รู้อะไรมากขึ้นนักจากสุนทรพจน์ของนางเมย์ว่าผลการเจรจาจะเป็นอย่างไร ความจริงง่ายๆ คือธุรกิจทั่วสหราชอาณาจักรเดินหน้าต่อไป บริษัทที่ได้รับผลกระทบโดยตรงก็ได้เตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ต่างๆ ของผลการเจรจาแล้ว" นายอดัม มาร์แชล กรรมการผู้จัดการหอการค้าอังกฤษ ให้ความเห็น
ขณะที่นายไมค์ฮอว์ส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสมาคมผู้ผลิตและผู้ค้ายานยนต์ของสหราชอาณาจักร กล่าวว่า ต้องการให้รัฐบาลเจรจาข้อตกลงที่รวมถึงการเข้าร่วมสหภาพศุลกากรของยุโรป เพื่อปกป้องการค้ากับอียูที่ปราศจากภาษีนำเข้า และหลีกเลี่ยงอุปสรรคการค้าที่จะสร้างความเสียหายต่อการลงทุน การเติบโต และทางเลือกของผู้บริโภค พร้อมกับเตือนว่าการย้อนกลับไปใช้ภาษีตามกฎองค์การการค้าโลกเสี่ยงที่จะกระทบต่อความอยู่รอดของอุตสาหกรรมยานยนต์
อุตสาหกรรมรถยนต์ของอังกฤษไม่เพียงแต่พึ่งพาการส่งออกไปยังตลาดอียู แต่ยังอาศัยชิ้นส่วนการผลิตจากในยุโรปด้วย โดยหลายบริษัทใช้อังกฤษเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งขายในภูมิภาคยุโรป
อย่างไรก็ดี ล่าสุดนิสสันและโตโยต้ายืนยันว่าจะไม่มีการโยกย้ายฐานการผลิตออกจากอังกฤษ "ในทุกๆ ประเทศทั่วโลก เราจะไม่ตัดสินใจปิดหรือย้ายโรงงานเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น และมันจะเป็นเช่นเดียวกันกับในอังกฤษ" นายทาเคชิ อูจิยามาดะ ประธานบริษัทโตโยต้าฯ กล่าว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,229 วันที่ 22 - 25 มกราคม 2560






