
ขายทรัพย์สินกู้ชีพIFEC ‘โรงไฟฟ้า-โรงแรมดาราเทวี’ชำระหนี้เริ่มนับหนึ่งธุรกิจ
แนะ “วิชัย” ผู้บริหาร IFEC มองข้ามความขัดแย้ง สู่การเลือกตั้งกรรมการให้บริษัทเดินหน้า เสนอทางออกขายทรัพย์ “รร.ดาราเทวี และโรงไฟฟ้า” ชำระหนี้ระยะสั้นบี/อี ด้านผู้ถือหุ้นรายย่อย เตรียมขยับร้องสำนักงานก.ล.ต.พิจารณาคุณสมบัติ “วิชัย”
ปัญหาความขัดแย้งระหว่าง นายวิชัย ถาวรวัฒนยงค์ ประธานกรรมการบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น ( IFEC) กับนายสิทธิชัย พรทรัพย์อนันต์ ผู้ถือหุ้นและอดีตผู้บริหาร ที่เดินหน้าใช้กฎหมายห้ำหั่นโต้แย้งกันไปมา การกระทำของนายวิชัย ที่ยังมีฐานะเป็นผู้บริหารขณะนี้ กำลังใช้นักลงทุนรายย่อย เป็นตัวประกัน สร้างความเสียหายเดือดร้อนให้กับตัวบริษัท พนักงาน ซัพพลายเออร์ และเจ้าหนี้
นายวิชัย ที่มีฐานความรู้เป็นถึงนายแพทย์ ที่เข้ามาจับเสือมือเปล่าด้วยเงินกู้ 20 ล้านบาท ในการจับจองซื้อกิจการ IFEC ด้วยความสินสนมนักการเมือง เจ้าของธุรกิจก่อสร้าง ที่เป็นคนไข้ หมอวิชัย จึงคิดการใหญ่เป็นเจ้าของกิจการ วิ่งหานักลงทุนมาลงขันซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่ขายเฉพาะเจาะจง ( PP) ครั้งแรกราคา 3.25 บาท ทั้ง หมอวิชัย และสิทธิชัย เป็นจุดเริ่มก่อสัมพันธ์ทางธุรกิจร่วมกัน ร่วมด้วยช่วยกันสร้างธุรกิจ สร้างสตอรีเด็ดยอดนิยม โรงไฟฟ้าเป้าหมายใหญ่ 1,000 เมกะวัตต์ เรียกกองทัพมวลชนรายย่อย เข้ามาร่วมด้วยช่วยสร้างราคาหุ้นขึ้นไป 18 บาท
ราคาหุ้นที่หอมหวล ติดลมบน 18 บาท ก็ไม่มีใครว่า หากไม่มีนักลงทุนรายใหญ่ต้นทุนต่ำ 6 บาท ขายหนีทำกำไร รวมทั้งผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีหุ้นตัวนี้อยู่ ค่อย ๆ รินขายทำกำไรออกมาบ้าง เป็นเหตุให้วงแตก ราคาหุ้นลงมาต่ำกว่า 10 บาท
ชนวนแตกหัก “สิทธิชัย –วิชัย”
เพื่อรักษาให้หุ้น IFEC คงยืนอยู่ได้ กันมวลชนไม่ได้ออกจากวงคอนเสิร์ต หมอวิชัย จึงได้ชักชวนพรรคพวกที่เรียน วปอ. ( วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ) ที่มีบรรดาบิ๊กมีสี ชื่อดัง เข้าอยู่ในหลักสูตรนี้ การชักชวนพรรคพวกในวปอ. เข้ามารับหุ้น เหมือนการันตีการมีกำไร สาเหตุนี้กดดันหมอวิชัย ขณะที่การลงทุนผลิตกระแสไฟฟ้า ไม่เป็นไปตามที่ลั่นวาจาไว้ 1,000 เมกะวัตต์ หุ้นยิ่งถูกขายออกมาอย่างหนัก ทั้งวิชัย - สิทธิชัย ต้องหาเงินเข้ามารับหุ้น ขณะที่หุ้นที่ถืออยู่มาร์จิ้นเต็มหมด ไอเดียใหม่บรรเจิด การได้สตอรี่ใหม่ซื้อโรงแรมดาราเทวี น่าจะช่วยพยุงหุ้นที่ยืน 6 บาท กลับขึ้นไประดับ 10 บาท ลดแรงกดดันที่ หมอวิชัย เรียกพรรคพวก วปอ. เข้ามาลงทุนได้บ้าง
แต่ดูเหมือนว่า สูตรนี้ไม่ได้ผล เพราะคำมั่นเป้าหมาย 1,000 เมกะวัตต์ จนถึง ณ บัดนี้ ก็ไม่ได้เห็น มีเพียงไม่ถึง 50 เมกะวัตต์ เท่านั้นเอง เป็นจุดที่ สิทธิชัย เริ่มกลับมาทบทวนบทบาท ตัวเอง และการทำธุรกิจ เป็นชนวนเหตุการขัดแย้ง เป็นเหตุให้ สิทธิชัย เดินออกมาจากหมอวิชัย
มุมมองจากผู้ถือหุ้น แนะนำว่า ผู้บริหารทั้ง 2 คน ต้องมองข้ามความขัดแย้ง แล้วมุ่งสู่การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ในวันที่ 25 มกราคมนี้ เพื่อเลือกตั้งกรรมการบริษัทให้ได้ เพราะกรรมการที่มีอยู่ 2 คนขณะนี้ ไม่สามารถดำเนินการตามปกติได้
ขายทรัพย์ชำระหนี้ตั๋วบี/อี
ทางออกวิกฤติ IFEC ครั้งนี้ ผู้ถือหุ้น โฟกัสที่โรงแรมดาราเทวี ที่มีมูลค่าขั้นต่ำ 4,000 ล้านบาท ครอบคลุมมูลหนี้ระยะสั้น ของตั๋วบี/อีได้ แต่การขายไม่ใช่ระยะเวลาอันรวดเร็ว ต้องใช้เวลาในการขาย ซึ่งระหว่างที่รอขายโรงแรมนี้ โรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม ขนาดกำลังผลิต 4-10 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าจากไบโอแมส ขนาด 7.5 เมกะวัตต์ ซึ่งมีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ( COD) แล้ว หากขายได้ก่อน 1,200 ล้านบาท นำไปชำระหนี้ระยะสั้นในตั๋ว บี/อี ก็ไม่จำเป็นต้องขายดาราทีวี โดยเงินจากการขายโรงไฟฟ้านี้ นำไปชำระหนี้ที่ครบกำหนดในเดือนมกราคมนี้ 500 ล้านบาท และเดือนกุมภาพันธ์ 1,500 ล้านบาท เพื่อให้โปรเจ็กต์ไฟแนนซ์ (สินเชื่อโครงการ ) ก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาด 19 เมกะวัตต์ที่อยู่ระหว่างดำเนินการที่จังหวัดชัยภูมิเดินหน้าต่อไปได้ จากนั้นล้างไพ่เริ่มต้นนับ 1 ธุรกิจใหม่ทั้งหมด
ฮึ่ม!! คุณสมบัติ “วิชัย”
ฟากผู้ถือหุ้นรายย่อย ที่มีกว่า 3 หมื่นคน เสียหายจากหุ้น IFEC เพราะล่าสุดคาดว่าตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งแขวนSP หุ้น คงไม่เปิดให้ซื้อขายเร็ว ๆ นี้ หากปัญหานี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข รวมทั้งเจ้าหนี้ IFEC มีความคิดรวมตัวกันร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)ให้พิจารณาคุณสมบัติของนายวิชัย ประธานกรรมการบริษัท ที่ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,227 วันที่ 15 - 18 มกราคม 2560
ปัญหาความขัดแย้งระหว่าง นายวิชัย ถาวรวัฒนยงค์ ประธานกรรมการบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น ( IFEC) กับนายสิทธิชัย พรทรัพย์อนันต์ ผู้ถือหุ้นและอดีตผู้บริหาร ที่เดินหน้าใช้กฎหมายห้ำหั่นโต้แย้งกันไปมา การกระทำของนายวิชัย ที่ยังมีฐานะเป็นผู้บริหารขณะนี้ กำลังใช้นักลงทุนรายย่อย เป็นตัวประกัน สร้างความเสียหายเดือดร้อนให้กับตัวบริษัท พนักงาน ซัพพลายเออร์ และเจ้าหนี้
นายวิชัย ที่มีฐานความรู้เป็นถึงนายแพทย์ ที่เข้ามาจับเสือมือเปล่าด้วยเงินกู้ 20 ล้านบาท ในการจับจองซื้อกิจการ IFEC ด้วยความสินสนมนักการเมือง เจ้าของธุรกิจก่อสร้าง ที่เป็นคนไข้ หมอวิชัย จึงคิดการใหญ่เป็นเจ้าของกิจการ วิ่งหานักลงทุนมาลงขันซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่ขายเฉพาะเจาะจง ( PP) ครั้งแรกราคา 3.25 บาท ทั้ง หมอวิชัย และสิทธิชัย เป็นจุดเริ่มก่อสัมพันธ์ทางธุรกิจร่วมกัน ร่วมด้วยช่วยกันสร้างธุรกิจ สร้างสตอรีเด็ดยอดนิยม โรงไฟฟ้าเป้าหมายใหญ่ 1,000 เมกะวัตต์ เรียกกองทัพมวลชนรายย่อย เข้ามาร่วมด้วยช่วยสร้างราคาหุ้นขึ้นไป 18 บาท
ราคาหุ้นที่หอมหวล ติดลมบน 18 บาท ก็ไม่มีใครว่า หากไม่มีนักลงทุนรายใหญ่ต้นทุนต่ำ 6 บาท ขายหนีทำกำไร รวมทั้งผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีหุ้นตัวนี้อยู่ ค่อย ๆ รินขายทำกำไรออกมาบ้าง เป็นเหตุให้วงแตก ราคาหุ้นลงมาต่ำกว่า 10 บาท
ชนวนแตกหัก “สิทธิชัย –วิชัย”
เพื่อรักษาให้หุ้น IFEC คงยืนอยู่ได้ กันมวลชนไม่ได้ออกจากวงคอนเสิร์ต หมอวิชัย จึงได้ชักชวนพรรคพวกที่เรียน วปอ. ( วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ) ที่มีบรรดาบิ๊กมีสี ชื่อดัง เข้าอยู่ในหลักสูตรนี้ การชักชวนพรรคพวกในวปอ. เข้ามารับหุ้น เหมือนการันตีการมีกำไร สาเหตุนี้กดดันหมอวิชัย ขณะที่การลงทุนผลิตกระแสไฟฟ้า ไม่เป็นไปตามที่ลั่นวาจาไว้ 1,000 เมกะวัตต์ หุ้นยิ่งถูกขายออกมาอย่างหนัก ทั้งวิชัย - สิทธิชัย ต้องหาเงินเข้ามารับหุ้น ขณะที่หุ้นที่ถืออยู่มาร์จิ้นเต็มหมด ไอเดียใหม่บรรเจิด การได้สตอรี่ใหม่ซื้อโรงแรมดาราเทวี น่าจะช่วยพยุงหุ้นที่ยืน 6 บาท กลับขึ้นไประดับ 10 บาท ลดแรงกดดันที่ หมอวิชัย เรียกพรรคพวก วปอ. เข้ามาลงทุนได้บ้าง
แต่ดูเหมือนว่า สูตรนี้ไม่ได้ผล เพราะคำมั่นเป้าหมาย 1,000 เมกะวัตต์ จนถึง ณ บัดนี้ ก็ไม่ได้เห็น มีเพียงไม่ถึง 50 เมกะวัตต์ เท่านั้นเอง เป็นจุดที่ สิทธิชัย เริ่มกลับมาทบทวนบทบาท ตัวเอง และการทำธุรกิจ เป็นชนวนเหตุการขัดแย้ง เป็นเหตุให้ สิทธิชัย เดินออกมาจากหมอวิชัย
มุมมองจากผู้ถือหุ้น แนะนำว่า ผู้บริหารทั้ง 2 คน ต้องมองข้ามความขัดแย้ง แล้วมุ่งสู่การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ในวันที่ 25 มกราคมนี้ เพื่อเลือกตั้งกรรมการบริษัทให้ได้ เพราะกรรมการที่มีอยู่ 2 คนขณะนี้ ไม่สามารถดำเนินการตามปกติได้
ขายทรัพย์ชำระหนี้ตั๋วบี/อี
ทางออกวิกฤติ IFEC ครั้งนี้ ผู้ถือหุ้น โฟกัสที่โรงแรมดาราเทวี ที่มีมูลค่าขั้นต่ำ 4,000 ล้านบาท ครอบคลุมมูลหนี้ระยะสั้น ของตั๋วบี/อีได้ แต่การขายไม่ใช่ระยะเวลาอันรวดเร็ว ต้องใช้เวลาในการขาย ซึ่งระหว่างที่รอขายโรงแรมนี้ โรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม ขนาดกำลังผลิต 4-10 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าจากไบโอแมส ขนาด 7.5 เมกะวัตต์ ซึ่งมีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ( COD) แล้ว หากขายได้ก่อน 1,200 ล้านบาท นำไปชำระหนี้ระยะสั้นในตั๋ว บี/อี ก็ไม่จำเป็นต้องขายดาราทีวี โดยเงินจากการขายโรงไฟฟ้านี้ นำไปชำระหนี้ที่ครบกำหนดในเดือนมกราคมนี้ 500 ล้านบาท และเดือนกุมภาพันธ์ 1,500 ล้านบาท เพื่อให้โปรเจ็กต์ไฟแนนซ์ (สินเชื่อโครงการ ) ก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาด 19 เมกะวัตต์ที่อยู่ระหว่างดำเนินการที่จังหวัดชัยภูมิเดินหน้าต่อไปได้ จากนั้นล้างไพ่เริ่มต้นนับ 1 ธุรกิจใหม่ทั้งหมด
ฮึ่ม!! คุณสมบัติ “วิชัย”
ฟากผู้ถือหุ้นรายย่อย ที่มีกว่า 3 หมื่นคน เสียหายจากหุ้น IFEC เพราะล่าสุดคาดว่าตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งแขวนSP หุ้น คงไม่เปิดให้ซื้อขายเร็ว ๆ นี้ หากปัญหานี้ยังไม่ได้รับการแก้ไข รวมทั้งเจ้าหนี้ IFEC มีความคิดรวมตัวกันร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)ให้พิจารณาคุณสมบัติของนายวิชัย ประธานกรรมการบริษัท ที่ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,227 วันที่ 15 - 18 มกราคม 2560






