
“รัชกาลที่ 10” พระราชทานลายพระหัตถ์ นายกฯเผย “ทรงห่วงใย+ให้กำลังใจ ปชช.”
วันที่ 13 ม.ค. 60 — ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองทัพภาคที่ 1 ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในวันสถาปนากองทัพภาคที่ 1 ครบรอบ 107 ปี โดยมี พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี, พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม, พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม รวมถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทักบก อาทิ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ., พล.ท.อภิรัตน์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ผู้บริหารระดับสูงของกองทัพ ผู้แทนกองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนราชการต่าง ๆ เข้าร่วมพิธี โดยนายกรัฐมนตรีวางพวงมาลาพระบรมราชานุเสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อนเข้าร่วมพิธี
ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 1 ได้สถานาขึ้นเมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2453 โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดกองพลเป็นกองทัพที่ 1 ซึ่งมีพลตรีพระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นกำแพงเพชรอัครโยธิน ทรงดำรงตำแหน่งแม่ทัพองค์แรก
ต่อมาเวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณให้ตน รมว.มหาดไทย องคมนตรี เข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์เมื่อคืนวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา และได้มีการถวายรายงานเรื่องสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งพระองค์ท่านทรงห่วงใยเรื่องน้ำท่วมเป็นหลัก และจากการนำเสนอสถานการณ์น้ำท่วมของกระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัยและคณะไปถวายรายงานสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่เริ่มจนถึงปัจจุบัน
"พระองค์รับสั่งด้วยความห่วงใยหลายประการ โดยเฉพาะการช่วยเหลือประชาชนให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว เช่นที่อยู่อาศัยและอาชีพ ซึ่งเหตุการณ์คล้ายน้ำท่วมปี 2554 ที่เคยเผชิญมา พระองค์รับสั่งให้ทำให้ดีที่สุด มีการบูรณาการ ลดความซ้ำซ้อน ทั่วถึงและดำเนินการคู่ขนานคือการเตรียมแผนงานระยะยาว ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พระองค์ยังรับสั่งถึงพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรงรับสั่งไว้หลายประการให้นำมาทบทวนด้วย ซึ่งในส่วนรายละเอียด รมว.มหาดไทย จะชี้แจงอีกครั้ง เนื่องจากจะมีการประชุมในวันนี้ (13 ม.ค.) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นไปตามที่ทรงรับสั่งมาทั้งหมด
“นอกจากนี้พระองค์ ทรงพระราชทานเป็นลายพระหัตถ์มาถึงทุกคนด้วยความรักและห่วงใยของเป็นกำลังใจในการร่วมกันฟื้นฝูและพัฒนาเพื่อขวัญที่ดี จิตใจ ร่างกายที่เข้มแข็ง นำมาซึ่งความสุขและมั่นคงของชาติ พระองค์ลงพระปรมาภิไธย ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงห่วงใยทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร พระองค์ทรงให้กำลังใจกับประชาชนทุกคน ให้อดทนและเข้าใจถึงว่า เราต้องอยู่กับน้ำอย่างไร ซึ่งต้องเรียนรู้ เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง พระองค์ทรงรับสั่งมา เพราะฉะนั้นเราต้องเผชิญกับสิ่งเหล่านี้ในวันข้างหน้าอีก ต้องเตรียมตัวให้พร้อม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอเรียนให้ประชาชนทราบว่า ต่อจากนี้ไปเราจำเป็นต้องดูแลระบบการระบายน้ำ โครงการพระราชดำริต่าง ๆ ที่รัฐบาลดำเนินการอยู่แล้ว โดยเอาแนวทางที่มีอยู่เดิม แต่หลายจังหวัดไม่ได้นำไปดำเนินการ ต้องมาดูแต่ปัญหาต้องไปเกี่ยวข้องกับประชาชน สิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำ เช่น ถนน บ้าน ต้องดูว่าทำอย่างไรให้เดือดร้อนน้อยที่สุด มีการระบายน้ำลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นจะเกิดขึ้นอีก ซึ่งอยู่ในแผนการบริหารจัดการน้ำอยู่แล้ว ต้องปรับให้เร็วขึ้นในการทำงาน
"สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งอีก 1 เรื่อง คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ทรงพระราชทานหลายประการใน 70 ปีเเห่งการครองราชย์ อยากให้นำมาใช้และปฏิบัติ เพราะเป็นสิ่งที่ได้ศึกษาและค้นคว้า ทรงทดลองทำมาหมดแล้ว รัฐบาลชุดนี้รับใส่เกล้าใส่กระหม่อมดำเนินการต่อไปเพื่อเป็นไปตามพระกระแสรับสั่ง"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับสถานการณ์บ้านเมือง อยากให้ทุกคนมีความรักความสามัคคี อยู่ในความสงบ ทำให้บ้านเมืองมีความปลอดภัย ยั่งยืนเป็นที่เชื่อมั่นของนานาชาติ จึงขอให้ทุกคนมีความรัก ความสามัคคี ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการให้เรียบร้อย หากรวมความแล้วจะเห็นได้ว่า ทรงพระราชทานความห่วงใยจากพระทัยของพระองค์เอง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เสร็จจากงานนี้ ตนต้องเดินทางไปปล่อยขบวนอาชีวะที่มาช่วยซ่อมบ้านเรือนประชาชนภาคใต้ ตนจะพูดกับพวกเขาว่าทุกคนถือเป็นทูตปรองดรอง มันคือตัวอย่างการปรองดอง คือ ทุกคนไปมาหาสู่ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน คนละภาค คนละจังหวัด ซึ่งต้องเริ่มแบบนี้ก่อน คือทุกคนมีน้ำใจเผื่อแผ่แบ่งปัน ทุกข์สุขไปด้วยกัน
"เหตุการณ์น้ำท่วมปี 2554 ทรงรับสั่งว่า ทุกข์ไปด้วยกัน สุขไปด้วยกัน ซึ่งพระองค์ทรงอดทนกับน้ำท่วมเหมือนกัน ไปไหนมาไหนไม่ได้เช่นกัน ก็ลำบากไปด้วยกัน แต่วันนี้เราน่าจะแก้ปัญหาได้ด้วยความร่วมมือร่วมใจทุกภาคส่วน และสถาบันพร้อมสนับสนุนรัฐบาลทุกกรณี โดยเฉพาะการช่วยเหลือประชาชน และได้ทรงพระราชทานให้หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยลงไปช่วยเหลือประชาชนร่วมกับทหารและรัฐบาล ในส่วนของประชาชนที่บาดเจ็บ สูญเสีย พระองค์ทรงรับสั่งว่าถ้ามีอะไรที่จะทรงพระราชทานช่วยเหลือได้ ก็จะช่วยกับรัฐบาลไปด้วย สรุปว่าต้องเดินไปด้วยกันทั้งหมด รัฐบาล ทหาร ประชาชน ข้าราชการต้องเข้มแข็ง ประพฤติตัวเป็นแบยอย่างที่ดี ถือเป็นสิริมงคลกับพวกเราทุกคนและเป็นกำลังให้ข้าราชการ เพราะพระองค์ท่านทรงทราบดีว่า ทุกคนเหน็ดเหนื่อย เสียสละ อดทน ในการช่วยเหลือประชาชน และประชาชนก็อดทนกับความลำบาก"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนจะสั่งการอีกครั้งในที่ประชุม ครม. ต่อการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เช่น การทำลายป่า การสร้างสิ่งกีดขวาง การไม่ปฏิบัติตามผังเมืองหรือกฎหมาย การควบคุมอาคาร เพื่อให้เกิดความร่วมมือกันว่า จะทำอย่างไรให้ประชาชนทราบ ตรงไหนคือทางน้ำไหลในทุกจังหวัดเเละทุกพื้นที่ ถ้ากำหนดว่าเป็นทางน้ำไหล ต้องระมัดระวัง อย่าก่อสร้างที่ผิดระเบียบขวางเส้นทางเหล่านั้น ต้องทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น
ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 1 ได้สถานาขึ้นเมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2453 โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดกองพลเป็นกองทัพที่ 1 ซึ่งมีพลตรีพระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นกำแพงเพชรอัครโยธิน ทรงดำรงตำแหน่งแม่ทัพองค์แรก
ต่อมาเวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระมหากรุณาธิคุณให้ตน รมว.มหาดไทย องคมนตรี เข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์เมื่อคืนวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา และได้มีการถวายรายงานเรื่องสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งพระองค์ท่านทรงห่วงใยเรื่องน้ำท่วมเป็นหลัก และจากการนำเสนอสถานการณ์น้ำท่วมของกระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัยและคณะไปถวายรายงานสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่เริ่มจนถึงปัจจุบัน
"พระองค์รับสั่งด้วยความห่วงใยหลายประการ โดยเฉพาะการช่วยเหลือประชาชนให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว เช่นที่อยู่อาศัยและอาชีพ ซึ่งเหตุการณ์คล้ายน้ำท่วมปี 2554 ที่เคยเผชิญมา พระองค์รับสั่งให้ทำให้ดีที่สุด มีการบูรณาการ ลดความซ้ำซ้อน ทั่วถึงและดำเนินการคู่ขนานคือการเตรียมแผนงานระยะยาว ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พระองค์ยังรับสั่งถึงพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ทรงรับสั่งไว้หลายประการให้นำมาทบทวนด้วย ซึ่งในส่วนรายละเอียด รมว.มหาดไทย จะชี้แจงอีกครั้ง เนื่องจากจะมีการประชุมในวันนี้ (13 ม.ค.) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เป็นไปตามที่ทรงรับสั่งมาทั้งหมด
“นอกจากนี้พระองค์ ทรงพระราชทานเป็นลายพระหัตถ์มาถึงทุกคนด้วยความรักและห่วงใยของเป็นกำลังใจในการร่วมกันฟื้นฝูและพัฒนาเพื่อขวัญที่ดี จิตใจ ร่างกายที่เข้มแข็ง นำมาซึ่งความสุขและมั่นคงของชาติ พระองค์ลงพระปรมาภิไธย ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงห่วงใยทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร พระองค์ทรงให้กำลังใจกับประชาชนทุกคน ให้อดทนและเข้าใจถึงว่า เราต้องอยู่กับน้ำอย่างไร ซึ่งต้องเรียนรู้ เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง พระองค์ทรงรับสั่งมา เพราะฉะนั้นเราต้องเผชิญกับสิ่งเหล่านี้ในวันข้างหน้าอีก ต้องเตรียมตัวให้พร้อม” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอเรียนให้ประชาชนทราบว่า ต่อจากนี้ไปเราจำเป็นต้องดูแลระบบการระบายน้ำ โครงการพระราชดำริต่าง ๆ ที่รัฐบาลดำเนินการอยู่แล้ว โดยเอาแนวทางที่มีอยู่เดิม แต่หลายจังหวัดไม่ได้นำไปดำเนินการ ต้องมาดูแต่ปัญหาต้องไปเกี่ยวข้องกับประชาชน สิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำ เช่น ถนน บ้าน ต้องดูว่าทำอย่างไรให้เดือดร้อนน้อยที่สุด มีการระบายน้ำลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นจะเกิดขึ้นอีก ซึ่งอยู่ในแผนการบริหารจัดการน้ำอยู่แล้ว ต้องปรับให้เร็วขึ้นในการทำงาน
"สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งอีก 1 เรื่อง คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ทรงพระราชทานหลายประการใน 70 ปีเเห่งการครองราชย์ อยากให้นำมาใช้และปฏิบัติ เพราะเป็นสิ่งที่ได้ศึกษาและค้นคว้า ทรงทดลองทำมาหมดแล้ว รัฐบาลชุดนี้รับใส่เกล้าใส่กระหม่อมดำเนินการต่อไปเพื่อเป็นไปตามพระกระแสรับสั่ง"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับสถานการณ์บ้านเมือง อยากให้ทุกคนมีความรักความสามัคคี อยู่ในความสงบ ทำให้บ้านเมืองมีความปลอดภัย ยั่งยืนเป็นที่เชื่อมั่นของนานาชาติ จึงขอให้ทุกคนมีความรัก ความสามัคคี ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการให้เรียบร้อย หากรวมความแล้วจะเห็นได้ว่า ทรงพระราชทานความห่วงใยจากพระทัยของพระองค์เอง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เสร็จจากงานนี้ ตนต้องเดินทางไปปล่อยขบวนอาชีวะที่มาช่วยซ่อมบ้านเรือนประชาชนภาคใต้ ตนจะพูดกับพวกเขาว่าทุกคนถือเป็นทูตปรองดรอง มันคือตัวอย่างการปรองดอง คือ ทุกคนไปมาหาสู่ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน คนละภาค คนละจังหวัด ซึ่งต้องเริ่มแบบนี้ก่อน คือทุกคนมีน้ำใจเผื่อแผ่แบ่งปัน ทุกข์สุขไปด้วยกัน
"เหตุการณ์น้ำท่วมปี 2554 ทรงรับสั่งว่า ทุกข์ไปด้วยกัน สุขไปด้วยกัน ซึ่งพระองค์ทรงอดทนกับน้ำท่วมเหมือนกัน ไปไหนมาไหนไม่ได้เช่นกัน ก็ลำบากไปด้วยกัน แต่วันนี้เราน่าจะแก้ปัญหาได้ด้วยความร่วมมือร่วมใจทุกภาคส่วน และสถาบันพร้อมสนับสนุนรัฐบาลทุกกรณี โดยเฉพาะการช่วยเหลือประชาชน และได้ทรงพระราชทานให้หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยลงไปช่วยเหลือประชาชนร่วมกับทหารและรัฐบาล ในส่วนของประชาชนที่บาดเจ็บ สูญเสีย พระองค์ทรงรับสั่งว่าถ้ามีอะไรที่จะทรงพระราชทานช่วยเหลือได้ ก็จะช่วยกับรัฐบาลไปด้วย สรุปว่าต้องเดินไปด้วยกันทั้งหมด รัฐบาล ทหาร ประชาชน ข้าราชการต้องเข้มแข็ง ประพฤติตัวเป็นแบยอย่างที่ดี ถือเป็นสิริมงคลกับพวกเราทุกคนและเป็นกำลังให้ข้าราชการ เพราะพระองค์ท่านทรงทราบดีว่า ทุกคนเหน็ดเหนื่อย เสียสละ อดทน ในการช่วยเหลือประชาชน และประชาชนก็อดทนกับความลำบาก"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนจะสั่งการอีกครั้งในที่ประชุม ครม. ต่อการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เช่น การทำลายป่า การสร้างสิ่งกีดขวาง การไม่ปฏิบัติตามผังเมืองหรือกฎหมาย การควบคุมอาคาร เพื่อให้เกิดความร่วมมือกันว่า จะทำอย่างไรให้ประชาชนทราบ ตรงไหนคือทางน้ำไหลในทุกจังหวัดเเละทุกพื้นที่ ถ้ากำหนดว่าเป็นทางน้ำไหล ต้องระมัดระวัง อย่าก่อสร้างที่ผิดระเบียบขวางเส้นทางเหล่านั้น ต้องทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น






