thansettakij
thansettakij
แตกPTTORไม่กระทบมั่นคง พลังงานยันเพิ่มแข่งขันเสรี

แตกPTTORไม่กระทบมั่นคง พลังงานยันเพิ่มแข่งขันเสรี

12 ม.ค. 60 | 03:00 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ม.ค. 60 | 06:54 น.
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กรณี สตง.กังวลเรื่องการปรับโครงสร้างธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกของ ปตท. โดยแยกเป็นบริษัทพีทีทีโออาร์นั้น แบ่งเป็น 3 เรื่อง คือ 1.ความมั่นคงด้านพลังงานและผลกระทบต่อผู้บริโภค 2.ทรัพย์สินที่เป็นของรัฐ และ3.การถือหุ้นต่ำกว่า 50%

โดยปตท.ยืนยันว่าการปรับโครงสร้างธุรกิจดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ รวมทั้งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐไม่ควรเข้าไปแข่งขันกับเอกชน ซึ่งปัจจุบันกิจการน้ำมันและค้าปลีกมีการพัฒนาและแข่งขันมากขึ้น ดังนั้น ปตท.ในฐานะรัฐวิสาหกิจ อาจมีคนท้วงติงว่า ปตท. ทำกิจการที่แข่งขันกับเอกชนได้ ขณะเดียวกันภารกิจการจัดหาก๊าซธรรมชาติ ,น้ำมันที่จำหน่ายให้กับหน่วยงานราชการ และการนำเข้าแอลพีจี ก็ยังคงอยู่ที่ ปตท.

สำหรับกรณีผลกระทบต่อผู้บริโภคนั้นธุรกิจน้ำมันมีการกำหนดราคาเป็นเสรี โดยเมื่อปี 2559 ราคาหน้าสถานีบริการของ ปตท.ต่ำกว่าสถานีบริการน้ำมันค่ายต่างประเทศ แบ่งเป็น กลุ่มเบนซิน 20 วัน และดีเซลต่ำกว่า 10 วัน ซึ่ง ปตท.ยังคงนโยบายนี้ จะไม่มีการตั้งราคาหน้าสถานีบริการสูงเกินไปอย่างแน่นอน

ขณะที่ทรัพย์สินที่เป็นของรัฐ ปัจจุบัน ปตท.ดำเนินการตามคำสั่งศาล คือท่อก๊าซธรรมชาติไปแล้ว ขณะที่ในส่วนของท่อน้ำมัน คลังน้ำมัน และสถานีบริการน้ำมัน ไม่นับว่าเป็นสาธารณะสมบัติ

ส่วนจะให้ ปตท. กลับไปซื้อหุ้นจากบริษัทลูกที่เป็นเอกชนจาก 49% เป็นมากกว่า 50% นั้น จำเป็นต้องพิจารณาด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจผิดรัฐธรรมนูญได้ เนื่องจากการซื้อหุ้นคืนกลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือไม่ ประกอบกับหากซื้อหุ้นคืนกลับมาคงต้องใช้เงินจำนวนมาก ประโยชน์ไม่ชัดเจน ซึ่งเรื่องดังกล่าว ปตท.จะต้องชี้แจงไปยังกระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลังต่อไป

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กรณีที่ สตง.เป็นห่วงเรื่องการดูแลความมั่นคงพลังงานประเทศ และทำให้รัฐเสียเปรียบนั้น ขอยืนยันว่าการแยกเป็นพีทีทีโออาร์ ไม่ได้กระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานประเทศ เนื่องจากปัจจุบันธุรกิจน้ำมันมีเอกชนแข่งขันหลายรายและมีการพัฒนาธุรกิจขึ้นมามาก ซึ่งจะไม่กระทบต่อความมั่นคงพลังงาน

สำหรับการแยกธุรกิจดังกล่าวของ ปตท.ถือเป็นเรื่องของการบริหารจัดการธุรกิจของปตท.เอง ซึ่งสามารถทำได้ตามสัดส่วนที่เหมาะสม นอกจากนี้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ระบุว่าไม่ต้องการให้รัฐวิสาหกิจทำธุรกิจเพื่อแข่งขันกับเอกชน ดังนั้น ปตท.จึงแยกธุรกิจออกไปเพื่อให้ดำเนินธุรกิจเกิดความเป็นธรรม

อย่างไรก็ตามกระทรวงพลังงานเตรียมจะนำเรื่องดังกล่าวรายงานต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ พร้อมยืนยันว่ากระทรวงพลังงานไม่ขัดข้องกับการแยกธุรกิจน้ำมันของ ปตท. และไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงาน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,226 วันที่ 12 - 14 มกราคม 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline