thansettakij
thansettakij
เยอรมนีกดดันอีซีบีขึ้นดอกเบี้ย หลังเงินเฟ้อยูโรโซนขยับเพิ่มสูงสุดรอบกว่า 3 ปี

เยอรมนีกดดันอีซีบีขึ้นดอกเบี้ย หลังเงินเฟ้อยูโรโซนขยับเพิ่มสูงสุดรอบกว่า 3 ปี

10 ม.ค. 60 | 13:00 น.
อัตราเงินเฟ้อยูโรโซนเดือนธันวาคมปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี ส่งผลให้ธนาคารกลางยุโรปเผชิญแรงกดดันจากทั้งฝ่ายเยอรมนีที่เรียกร้องให้ปรับขึ้นดอกเบี้ย และนักลงทุนที่กังวลว่าอีซีบีจะปรับลดขนาดมาตรการซื้อพันธบัตรในอนาคตอันใกล้

สำนักงานสถิติแห่งยุโรป หรือยูโรสแตท เปิดเผยข้อมูลอัตราเงินเฟ้อของภูมิภาคยูโรโซนในเดือนธันวาคม 2559 อยู่ที่ 1.1% ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2556 เพิ่มขึ้นจากเงินเฟ้อเดือนพฤศจิกายนซึ่งอยู่ที่ 0.6% แต่ยังคงต่ำกว่าเป้าหมาย 2% ที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กำหนดไว้

ตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือความคาดหมายเป็นเหตุให้เกิดเสียงเรียกร้องจากนักการเมืองและนักเศรษฐศาสตร์ในเยอรมนีให้อีซีบีปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังจากอีซีบีปรับลดดอกเบี้ยลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมกับนำมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) มาใช้เพื่อกระตุ้นเงินเฟ้อที่ต่ำกว่าเป้าหมายมาเป็นเวลาหลายปี ขณะที่นักวิเคราะห์ด้านตลาดทุนบางรายกล่าวว่า เศรษฐกิจยูโรโซนยังคงอ่อนแอ และอีซีบีจำเป็นต้องเดินหน้าซื้อพันธบัตรภายใต้มาตรการคิวอีต่อไปเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายสเตฟาน บีลไมเออร์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากดีซี แบงก์ ในเยอรมนี กล่าวกับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับหนึ่งว่า เวลานี้ถึงเวลาที่จะต้องปรับสู่การใช้นโยบายการเงินแบบปกติ "ตอนนี้การปรับดอกเบี้ยเป็นสิ่งที่สามารถทำได้" ขณะที่นายมาร์เซล ฟราตซ์เชอร์ หัวหน้าสถาบันดีไอดับเบิลยู กล่าวว่า "อัตราเงินเฟ้อยุโรปถึงเป้าหมาย 2% เร็วเท่าใด อีซีบีสามารถขึ้นดอกเบี้ยได้เร็วเท่านั้น และผู้ฝากเงินจะได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้"

นักเศรษฐศาสตร์ในเยอรมนีกล่าวว่า นโยบายดอกเบี้ยต่ำสร้างความสูญเสียให้กับผู้ฝากเงินกับธนาคาร นายมิชาเอลสตาปเปล นักเศรษฐศาสตร์จากดีซี แบงก์ ประเมินว่า ในสถานการณ์ที่อัตราดอกเบี้ยน่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียง 0% ในปีนี้ ผู้ฝากเงินชาวเยอรมันจะสูญเสียเงินไปเป็นมูลค่าประมาณ 36 ล้านยูโรในปี 2560

"สำหรับผู้ฝากเงิน เงินเฟ้อที่สูงขึ้นประกอบกับอัตราดอกเบี้ย 0% เป็นสิ่งที่ทำลายมูลค่าของเงินของพวกเขาอย่างรุนแรง จำเป็นอย่างยิ่งที่การแข่งขันไปสู่การใช้นโยบายที่ไม่ปกติของธนาคารกลางต่างๆ จะต้องหยุดเสียที" นายโวล์ฟกัง สตีเกอร์ เลขาธิการสภาเศรษฐกิจแห่งพรรคซีดียูของนางอันเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าวให้ความเห็น
ดัชนีราคาผู้บริโภคในเยอรมนีเพิ่มขึ้น 1.7% ในเดือนธันวาคม 2559 สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี และเพิ่มขึ้นจาก 0.7% ในเดือนพฤศจิกายน ขณะเดียวกันเป็นที่คาดหมายว่าเงินเฟ้อตลอดทั้งปี 2560 จะอยู่ที่ระดับประมาณ 1.5% เพิ่มขึ้นจาก 0.4% ในปี 2559

เสียงเรียกร้องจากเยอรมนีให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยน่าจะมีเพิ่มมากขึ้นพร้อมๆ กับเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า ในเวลาที่เยอรมนีกำลังจะมีการเลือกตั้งในปีนี้ การวิพากษ์วิจารณ์อีซีบีของนักการเมืองเป็นหนึ่งหนทางในการเอาชนะใจผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งที่เอนเอียงไปทางฝ่ายต่อต้านยุโรปเพิ่มมากขึ้น

ในทางกลับกัน นักเศรษฐศาสตร์ด้านตลาดทุนแสดงความกังวลว่า เงินเฟ้อที่สูงขึ้น ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้น และแรงกดดันจากเยอรมนี จะทำให้อีซีบีชะล่าใจ โดยนักวิเคราะห์ในกลุ่มนี้มองว่า ตัวเลขเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมีสาเหตุเพียงประการเดียว นั่นคือการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน และการเพิ่มขึ้นจะเกิดขึ้นในระยะสั้นๆ

ในขณะที่เงินเฟ้อโดยรวมปรับเพิ่มขึ้นมากในช่วงเดือนที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อหลักของยูโรโซน ซึ่งไม่รวมราคาพลังงานและอาหาร เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจาก 0.8% ในเดือนพฤศจิกายน เป็น 0.9% ในเดือนธันวาคม นายเบอนัวต์เคอร์เร คณะกรรมการนโยบายการเงินของอีซีบี ให้สัมภาษณ์เมื่อเร็วๆ นี้ว่า เงินเฟ้อหลักยังคงอยู่ในระดับต่ำ ส่งสัญญาณว่าอีซีบีคิดว่าความต้องการสินค้าและบริการภายในภูมิภาคยังอ่อนแอ

ทั้งนี้ ในการประชุมครั้งล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคม 2259 อีซีบีมีมติยืดระยะเวลาการซื้อพันธบัตรออกไปจนถึงเดือนธันวาคม 2560 แต่ปรับลดมูลค่าการซื้อลงจาก 8 หมื่นล้านยูโรเป็น 6 หมื่นล้านยูโร

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,225 วันที่ 8 - 11 มกราคม พ.ศ.2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline