thansettakij
thansettakij
ค้าปลีกคึกรับศก.ฟื้น ‘มาตรการรัฐ-เทศกาล-กำลังซื้อ’หนุนธุรกิจโต

ค้าปลีกคึกรับศก.ฟื้น ‘มาตรการรัฐ-เทศกาล-กำลังซื้อ’หนุนธุรกิจโต

09 ม.ค. 60 | 03:00 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ม.ค. 60 | 08:11 น.
มั่นใจเศรษฐกิจปี 60 ฟื้นตัว ดันค้าปลีกโต ชี้ 3 สัญญาณบวก “มาตรการรัฐ-เทศกาล-กำลังซื้อ” ปลุกตลาดคึกคักไตรมาสแรก ขณะที่ “การตลาด 4.0” ยุทธศาสตร์สำคัญเจาะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย

การเติบโต 7-8% ของธุรกิจค้าปลีก ค้าส่งในปีที่ผ่านมาถือว่าเหนือความคาดหมาย จากปัจจัยต่างๆที่เกิดขึ้นมากมาย ขณะที่การประเมินการเติบโตในปี 2560 กลายเป็นความท้าทายเมื่อฐานธุรกิจมีการขยายตัวใหญ่ขึ้น จากเป้าหมายเดิมที่เคยวางไว้ว่าจะเติบโตไปในทิศทางเดียวกับจีดีพีของประเทศ โดยเรื่องดังกล่าวนายอนวัช สังขะทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการตลาด บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) กล่าวแสดงความคิดเห็นกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า เศรษฐกิจไทยโดยรวมมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลให้ในส่วนธุรกิจค้าปลีกมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยอยู่ที่ประมาณ 3 - 4% และคาดว่ายอดขายของโรบินสันจะเติบโตขึ้น หลังจากที่ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีที่ผ่านมา มียอดขายเพิ่มขึ้น 5 - 6%

ปัจจัยที่เห็นชัดเจนได้แก่ กำลังซื้อของผู้บริโภค ที่เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้น ส่วนหนึ่งอาจมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลดำเนินการกระตุ้นทุกกลุ่ม เช่น มาตรการช็อปช่วยชาติ อีกทั้งในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้าจะมีเทศกาลสำคัญต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น ปีใหม่ ตรุษจีน วันเด็ก วาเลนไทน์ และสงกรานต์ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะส่งผลให้ผู้บริโภคมีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2559 จนถึงในช่วงไตรมาสแรกของปี 2560

ขณะที่ผู้ประกอบการ เช่น โรบินสันมีแผนในการจัดแคมเปญโปรโมชันเพื่อรองรับกลุ่มผู้บริโภคตลอดไตรมาสแรกของปี อาทิ แคมเปญ RobinsOn Chinese New Year, RobinsOn Shoes, RobinsOn Holiday เป็นต้นนอกจากนี้อาจเป็นผลมาจากธุรกิจท่องเที่ยวของไทยที่เติบโตได้ดี จึงส่งผลดีต่อธุรกิจค้าปลีกโดยรวม และธุรกิจของโรบินสัน

อย่างไรก็ดี ปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อการบริโภคในประเทศ เป็นความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อาจจะมีการปรับตัวสูงขึ้น, สถานการณ์ทางการเมือง ที่อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และความเชื่อมั่นในการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค และจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซัน

"ปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของโรบินสัน หลักๆ น่าจะมาจากไลฟ์สไตล์ของ ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ต้องมีการปรับตัวทั้งในส่วนของกิจกรรมการตลาด ด้วยการออกแคมเปญทางการตลาดที่น่าสนใจและดึงดูดผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการนำสินค้าใหม่มาเสริม เช่น เกรท แวลู (Great Value) ซึ่งเป็นสินค้าราคาเดียวตลอด 365 วัน เป็นคอนเซ็ปต์ใหม่ที่นำเสนอเพื่อสร้างความแตกต่างและตอบสนองไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าที่มองหาความคุ้มค่ามากขึ้น" นายอนวัชกล่าวและว่า

นอกจากนี้บริษัทยังลงทุนขยายสาขาของโรบินสัน เพื่อรองรับและครอบคลุมความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งในปีนี้โรบินสันจะขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีก 2 แห่ง ได้แก่ที่เพชรบุรีและกำแพงเพชร ขณะที่ในปีที่ผ่านมามีการขยายสาขาเพิ่ม 2 แห่งเช่นกัน ได้แก่ที่นครศรีธรรมราชและลพบุรี ทำให้ปัจจุบันโรบินสันมีสาขารวม 44 แห่งทั่วประเทศ ถือเป็นห้างสรรพสินค้าที่มีสาขาในต่างจังหวัดมากที่สุด

การนำเสนอกลยุทธ์ภายใต้แนวคิดการตลาด 4.0 กลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่เป็นการผสมผสานการตลาดเข้ากับเทคโนโลยีในการเจาะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลัก โดยนายอนวัช กล่าวว่า กลยุทธ์การตลาดของโรบินสันจะอยู่ภายใต้แนวคิด Transforming Robinson เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเน้นประสบการณ์ช้อปของลูกค้า และสร้างความประทับใจในทุก ๆ สัมผัสที่มีต่อแบรนด์ ด้วยแนวคิด Making Retail More Than Just Shopping

"โรบินสันต้องรู้จักโฟกัสสินค้าอินเตอร์แบรนด์ ที่นำเข้ามาขายในไทย ด้วยการเพิ่มไลน์สินค้าให้ หลากหลายรองรับความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น และไม่เหมือนกับดีพาร์ตเมนต์สโตร์อื่นๆ อาทิ เพย์เลส ชูซอร์, เบบี้ชอป และร้านจัสท์ บาย 60 บาท ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการเลือกใช้สินค้าที่คุ้มค่ากับราคามาก ที่สุด"

"นายอนวัช" บอกว่า วันนี้ผู้ประกอบการไทยเริ่มมีการปรับตัวเพื่อให้มีความพร้อมในยุคของการตลาด 4.0 ซึ่งเป็นยุคของโซเชียล มีเดียมาร์เก็ตติ้งมากขึ้น โดยแต่ละธุรกิจสามารถนำมาใช้และต่อยอดธุรกิจได้ทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมาโรบินสันมีออนไลน์ แพลตฟอร์มที่ค่อนข้างแข็งแรง โดยในปัจจุบันเรามีผู้ติดตามผ่านเฟซบุ๊กกว่า 7 แสนคน และ Line Official ถึง 11 ล้านคน

อนาคตที่จะเห็นในโลกของค้าปลีกเมืองไทยคือเรื่องของออนไลน์ ช็อปปิ้ง ซึ่งแน่นอนว่าในเครือเซ็นทรัล ถือเป็นผู้นำในการพัฒนาช่องทางออนไลน์ ช็อปปิ้งในหลากหลายรูปแบบ โดย "อนวัช" ย้ำว่า โรบินสันจะรุกพัฒนาช่องทางการขายบน Robinson Online Shopping ซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการให้ลูกค้าได้สะดวก พร้อมด้วยการบริการจัดส่งที่รวดเร็วทันใจทั่วประเทศ ไม่ว่าจะอยู่พิกัดใด เพียง ‘Click and Collect’ ถือเป็นเทรนด์การจับจ่ายใช้สอยของลูกค้าในยุคดิจิตอล ที่สามารถช้อปปิ้งผ่านบริการ Click & Collect ด้วยการสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ ที่ shopping.robinson.co.th

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในปีนี้ ค้าปลีกสมัยใหม่หรือโมเดิร์นเทรดในทุกเซ็กเมนต์ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า ไฮเปอร์มาร์เก็ต คอนวีเนียนสโตร์ ซูเปอร์มาร์เก็ต เป็นต้น จะชูเรื่องของการตลาด 4.0 เข้ามาใช้เป็นยุทธศาสตร์ในการทำธุรกิจมากขึ้น ขณะที่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาค้าปลีกในเซ็กเมนต์ของร้านสะดวกซื้อหรือคอนวีเนียน สโตร์ถือเป็นเซ็กเมนต์ที่มีการเติบโตมากสุด แต่ในปีที่ผ่านมาพบว่า ซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นกลุ่มที่มีไดนามิคมากสุด และเป็นเทรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ รวมทั้งมีการขยายการลงทุนต่อเนื่อง ทำให้ในปี 2560 มีแนวโน้มที่จะมีการเติบโตมากที่สุด จากการเข้ามาของผู้ประกอบการใหม่ รวมทั้งการขยายสาขาและการเพิ่มบริการรูปแบบใหม่ๆ มากขึ้น

โดยคาดการณ์ว่าในปีนี้ ซูเปอร์มาร์เก็ตจะมีการเติบโตประมาณ 10% ขณะที่ไฮเปอร์มาร์เก็ตมีการเติบโต 5-8% เช่นเดียวกับคอนวีเนียน สโตร์ ขณะที่ห้างสรรพสินค้า รวมถึงสเปเชียลตีสโตร์จะเติบโตราว 3-4%

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,225 วันที่ 8 - 11 มกราคม 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline