
2 ปัจจัยดีดราคานํ้าตาลพุ่ง อนท.ขายล่วงหน้าแล้ว 70% ขาขึ้นต่อเนื่อง 2 ปี
อนท.เฮ! ทำราคาน้ำตาลดิบล่วงหน้าปี2559/2560ไปแล้วเกือบ70% ชี้ได้ราคาดีเกือบ21เซ็นต์ต่อปอนด์ เผยสาเหตุราคาน้ำตาลดิบดีขึ้นเกิดจาก 2 ปัจจัยหลักมั่นใจราคาน้ำตาลขาขึ้นต่อเนื่องอีก2 ปีนับจากนี้ไป
นายสุรัตน์ ธาดาชวสกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อ้อยและน้ำตาลไทย จำกัด หรืออนท.เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ”ว่าฤดูการผลิตอ้อยและน้ำตาลปี2559/2560 (เริ่มตุลาคม2559-กันยายน2560) อนท.ทำราคาน้ำตาลดิบล่วงหน้าไปแล้ว 68.74% จากที่มีปริมาณน้ำตาลโควตาข. (น้ำตาลที่ส่งออกโดยอนท.)จำนวน 8 แสนตันต่อปี โดยราคาอยู่ที่20.95 เซ็นต์ต่อปอนด์ รวมค่าพรีเมียมแล้ว ถือว่าได้ราคาดี โดยที่ผ่านมาจะใช้น้ำตาลโควตาข.เป็นเกณฑ์ในการคิดราคาอ้อยขั้นต้น โดยยึดอัตราแลกเปลี่ยนที่34.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
ดูจากการขายน้ำตาลล่วงหน้าไปแล้วปี2559/2560 มีความเสี่ยงน้อยลงเพราะทำราคาไปแล้วเกือบ70%ถือว่าได้ราคาดี ถ้าเทียบกับปี2558/2559 ที่ราคาน้ำตาลดิบโควตาข.อยู่ที่ 15.40 เซ็นต์ต่อปอนด์
ส่วนสาเหตุที่ราคาน้ำตาลดิบปี2559/2560ดีขึ้นเกิดจาก2ปัจจัยหลัก คือ 1. ปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรมน้ำตาลในตลาดโลกดี หลังจากที่ผลผลิตน้ำตาลทั่วโลกมีปริมาณน้อยกว่าปริมาณการบริโภค 2 ปีติดต่อกัน โดย FO Licht บริษัทวิจัยเยอรมันระบุไว้เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2559 ว่าผลผลิตน้ำตาลโลกปี2559/2560 อยู่ที่ 178.8 ล้านตัน แต่การบริโภคอยู่ที่ 183.3 ล้านตัน สูงกว่าผลผลิตน้ำตาล เปรียบเทียบปี2558/2559 มีผลผลิตน้ำตาลโลกอยู่ที่ 174.5 ล้านตัน มีการบริโภค 180.7 ล้านตัน โดยภัยแล้งส่งผลให้ผลผลิตอ้อยน้อยลง โดยเฉพาะผลผลิตในอินเดีย และไทย ทำให้ปริมาณน้ำตาลโลกน้อยลง อีกทั้งก่อนหน้านี้ในช่วง5 ปีติดต่อกันในตลาดโลกมีผลผลิตน้ำตาลมากกว่าความต้องการใช้ติดต่อกัน
2.กองทุนเก็งกำไรเข้ามาซื้อตั๋วน้ำตาลเก็งกำไร พอราคาดีก็เทขาย โดยในช่วงวันที่ 27 กันยายนปี 2559 ได้มีการเข้ามาซื้อตั๋วน้ำตาลสูงถึง 17.69 ล้านตัน ทำให้ราคาน้ำตาลช่วงต้นเดือนตุลาคมขึ้นไปสูง23-24 เซ็นต์ต่อปอนด์ พอกองทุนเทขายในช่วงต้นเดือนธันวาคม2559 เหลือปริมาณตั๋วน้ำตาลเพียง7.85 ล้านตัน และราคาน้ำตาลดิบก็ลดลงมาอยู่ที่18 -19 เซ็นต์ต่อปอนด์ อยู่ในขณะนี้และเมื่อขายทำกำไรเสร็จแล้วก็หันไปซื้อตั๋วในสินค้าโภคภัณฑ์ตัวอื่นที่ให้ผลตอบแทนดี เช่นน้ำมัน ที่ราคากลับมาสูงขึ้นเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามสัดส่วนที่เหลืออีก 31.26% ที่อนท.ยังไม่ได้ทำราคาน้ำตาลดิบล่วงหน้านั้น ไม่น่าเป็นห่วง และยังมีโอกาสทำราคาได้ดี เมื่อแปลงเป็นเงินบาท เนื่องจากเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่า ณ วันที่ 21 ธันวาคม2559 อยู่ที่ 36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ก็จะทำให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลง ทำให้มูลค่าราคาน้ำตาลที่เป็นเงินบาทมีมูลค่ามากขึ้น
ผู้จัดการทั่วไปอนท. มองอีกว่าปี 2560 เป็นต้นไป ราคาน้ำตาลจะดีต่อเนื่องไปอีก 2 ปี เพราะการผลิตสินค้าเกษตรมีฤดูการเกี่ยวพันกับภัยธรรมชาติ ทำให้ตั้งแต่ปี 2559-2561 อุตสาหกรรมน้ำตาลจะอยู่ในจังหวะขาขึ้น เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคมปี 2558 ที่ราคาน้ำตาลดิบเคยลงไปที่ 10.13 เซ็นต์ต่อปอนด์ ซึ่งต่ำสุดในรอบ 7-8 ปี ในขณะที่ราคาน้ำตาลทรายขาวก็หล่นลงมาอยู่ที่ 329 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน พอเดือนกันยายน ปี2559 ราคาขึ้นมาอยู่ที่ 619 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน
ล่าสุดราคาน้ำตาลทรายขาวในตลาดโลกปิดตลาด ณ วันที่ 20 ธันวาคม2559 อยู่ที่ 492.60 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน เป็นราคาส่งมอบเดือนมีนาคม2560 ส่วนราคาน้ำตาลดิบอยู่ที่ 18.2 เซ็นต์ต่อปอนด์
ด้านการบริโภคน้ำตาลในประเทศปี 2559/2560 โควตาก. ถูกจัดสรรไว้ที่ 2.6 ล้านตัน (26 ล้านกระสอบ กระสอบละ 100 กิโลกรัม) ราคา ณ หน้าโรงงาน น้ำตาลทรายขาวอยู่ที่ 19 บาทต่อกิโลกรัม น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์อยู่ที่ 20 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนราคาขายปลีกในกทม.และปริมณฑล น้ำตาลทรายขาวธรรมดาอยู่ที่ 22.50 บาทต่อกิโลกรัมและน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์อยู่ที่ 23.50 บาทต่อกิโลกรัม เป็นเพดานราคาในประเทศ ยกเว้นพื้นที่ห่างไกลราคาจะสูงกว่านี้เพราะบวกค่าขนส่ง
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,224 วันที่ 5 - 7 มกราคม พ.ศ.2560
นายสุรัตน์ ธาดาชวสกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อ้อยและน้ำตาลไทย จำกัด หรืออนท.เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ”ว่าฤดูการผลิตอ้อยและน้ำตาลปี2559/2560 (เริ่มตุลาคม2559-กันยายน2560) อนท.ทำราคาน้ำตาลดิบล่วงหน้าไปแล้ว 68.74% จากที่มีปริมาณน้ำตาลโควตาข. (น้ำตาลที่ส่งออกโดยอนท.)จำนวน 8 แสนตันต่อปี โดยราคาอยู่ที่20.95 เซ็นต์ต่อปอนด์ รวมค่าพรีเมียมแล้ว ถือว่าได้ราคาดี โดยที่ผ่านมาจะใช้น้ำตาลโควตาข.เป็นเกณฑ์ในการคิดราคาอ้อยขั้นต้น โดยยึดอัตราแลกเปลี่ยนที่34.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
ดูจากการขายน้ำตาลล่วงหน้าไปแล้วปี2559/2560 มีความเสี่ยงน้อยลงเพราะทำราคาไปแล้วเกือบ70%ถือว่าได้ราคาดี ถ้าเทียบกับปี2558/2559 ที่ราคาน้ำตาลดิบโควตาข.อยู่ที่ 15.40 เซ็นต์ต่อปอนด์
ส่วนสาเหตุที่ราคาน้ำตาลดิบปี2559/2560ดีขึ้นเกิดจาก2ปัจจัยหลัก คือ 1. ปัจจัยพื้นฐานของอุตสาหกรรมน้ำตาลในตลาดโลกดี หลังจากที่ผลผลิตน้ำตาลทั่วโลกมีปริมาณน้อยกว่าปริมาณการบริโภค 2 ปีติดต่อกัน โดย FO Licht บริษัทวิจัยเยอรมันระบุไว้เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2559 ว่าผลผลิตน้ำตาลโลกปี2559/2560 อยู่ที่ 178.8 ล้านตัน แต่การบริโภคอยู่ที่ 183.3 ล้านตัน สูงกว่าผลผลิตน้ำตาล เปรียบเทียบปี2558/2559 มีผลผลิตน้ำตาลโลกอยู่ที่ 174.5 ล้านตัน มีการบริโภค 180.7 ล้านตัน โดยภัยแล้งส่งผลให้ผลผลิตอ้อยน้อยลง โดยเฉพาะผลผลิตในอินเดีย และไทย ทำให้ปริมาณน้ำตาลโลกน้อยลง อีกทั้งก่อนหน้านี้ในช่วง5 ปีติดต่อกันในตลาดโลกมีผลผลิตน้ำตาลมากกว่าความต้องการใช้ติดต่อกัน
2.กองทุนเก็งกำไรเข้ามาซื้อตั๋วน้ำตาลเก็งกำไร พอราคาดีก็เทขาย โดยในช่วงวันที่ 27 กันยายนปี 2559 ได้มีการเข้ามาซื้อตั๋วน้ำตาลสูงถึง 17.69 ล้านตัน ทำให้ราคาน้ำตาลช่วงต้นเดือนตุลาคมขึ้นไปสูง23-24 เซ็นต์ต่อปอนด์ พอกองทุนเทขายในช่วงต้นเดือนธันวาคม2559 เหลือปริมาณตั๋วน้ำตาลเพียง7.85 ล้านตัน และราคาน้ำตาลดิบก็ลดลงมาอยู่ที่18 -19 เซ็นต์ต่อปอนด์ อยู่ในขณะนี้และเมื่อขายทำกำไรเสร็จแล้วก็หันไปซื้อตั๋วในสินค้าโภคภัณฑ์ตัวอื่นที่ให้ผลตอบแทนดี เช่นน้ำมัน ที่ราคากลับมาสูงขึ้นเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามสัดส่วนที่เหลืออีก 31.26% ที่อนท.ยังไม่ได้ทำราคาน้ำตาลดิบล่วงหน้านั้น ไม่น่าเป็นห่วง และยังมีโอกาสทำราคาได้ดี เมื่อแปลงเป็นเงินบาท เนื่องจากเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่า ณ วันที่ 21 ธันวาคม2559 อยู่ที่ 36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ก็จะทำให้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลง ทำให้มูลค่าราคาน้ำตาลที่เป็นเงินบาทมีมูลค่ามากขึ้น
ผู้จัดการทั่วไปอนท. มองอีกว่าปี 2560 เป็นต้นไป ราคาน้ำตาลจะดีต่อเนื่องไปอีก 2 ปี เพราะการผลิตสินค้าเกษตรมีฤดูการเกี่ยวพันกับภัยธรรมชาติ ทำให้ตั้งแต่ปี 2559-2561 อุตสาหกรรมน้ำตาลจะอยู่ในจังหวะขาขึ้น เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคมปี 2558 ที่ราคาน้ำตาลดิบเคยลงไปที่ 10.13 เซ็นต์ต่อปอนด์ ซึ่งต่ำสุดในรอบ 7-8 ปี ในขณะที่ราคาน้ำตาลทรายขาวก็หล่นลงมาอยู่ที่ 329 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน พอเดือนกันยายน ปี2559 ราคาขึ้นมาอยู่ที่ 619 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน
ล่าสุดราคาน้ำตาลทรายขาวในตลาดโลกปิดตลาด ณ วันที่ 20 ธันวาคม2559 อยู่ที่ 492.60 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน เป็นราคาส่งมอบเดือนมีนาคม2560 ส่วนราคาน้ำตาลดิบอยู่ที่ 18.2 เซ็นต์ต่อปอนด์
ด้านการบริโภคน้ำตาลในประเทศปี 2559/2560 โควตาก. ถูกจัดสรรไว้ที่ 2.6 ล้านตัน (26 ล้านกระสอบ กระสอบละ 100 กิโลกรัม) ราคา ณ หน้าโรงงาน น้ำตาลทรายขาวอยู่ที่ 19 บาทต่อกิโลกรัม น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์อยู่ที่ 20 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนราคาขายปลีกในกทม.และปริมณฑล น้ำตาลทรายขาวธรรมดาอยู่ที่ 22.50 บาทต่อกิโลกรัมและน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์อยู่ที่ 23.50 บาทต่อกิโลกรัม เป็นเพดานราคาในประเทศ ยกเว้นพื้นที่ห่างไกลราคาจะสูงกว่านี้เพราะบวกค่าขนส่ง
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,224 วันที่ 5 - 7 มกราคม พ.ศ.2560






