thansettakij
thansettakij
TMB รื้อองค์กรรับดิจิตอล ‘บุญทักษ์’ลั่นคนสำคัญสุด-เทคโนโลยีหาซื้อได้

TMB รื้อองค์กรรับดิจิตอล ‘บุญทักษ์’ลั่นคนสำคัญสุด-เทคโนโลยีหาซื้อได้

06 ม.ค. 60 | 06:00 น.
“ทีเอ็มบี” ชูแผนปี 2560 ปรับประสิทธิภาพวัฒนธรรมองค์กรต่อเนื่องรับยุคดิจิตอลแบงกิ้ง“บุญทักษ์” ลั่นบุคลากรสำคัญกว่าเทคโนโลยีราคาถูกที่หาซื้อได้ทั่วไปคาดสินเชื่อทั้งระบบโต 6-7% ขยายตามการลงทุนภาครัฐ จับตาแบงก์แข่งระดมเงินฝากดันดอกเบี้ยขึ้น 2 ขา

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือทีเอ็มบี กล่าวว่าในยุคDigital Transformationโจทย์ใหญ่สำหรับทีเอ็มบีคือการปรับวัฒนธรรมองค์กร (Transformation Culture)ให้พร้อมรองรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยมองว่าเทคโนโลยีหาซื้อได้ในราคาถูกและถูกมากด้วย แต่วัฒนธรรมองค์กรของธนาคารหากอืดอาด ไม่คล่องตัวจะเป็นปัญหาใหญ่

ทั้งนี้ทีเอ็มบีดำเนินการปรับองค์กรมาปีกว่าๆและต้องดำเนินการต่อ เริ่มตั้งแต่ให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง หลายอย่างเมื่อเป็นดิจิตอล ทำให้ไม่ต้องมีระดับชั้นบังคับบัญชา ซึ่งทีเอ็มบีได้ยุบตำแหน่งผู้บริหาร ตั้งแต่รองกรรมการผู้จัดการและผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการไปแล้ว

“ไม่ว่าการลงทุนด้านไอทีหรือฟินเทค โจทย์ใหญ่สุดคือCulture เทคโนโลยีตอนนี้ถูกมาก อย่างฟินเทคยังเกิดได้เลย การใช้ดิจิทัลจึงมีเพียง 3 อย่างคือ ง่าย ถูกและปลอดภัย”

อย่างไรก็ตามเรื่องค่าบริการถ้าใช้ดิจิทัลต้องถูกกว่าใช้บริการในสาขา เช่น พร้อมเพย์ในระยะยาวจะประหยัดเงินได้ 1.8 แสนล้านบาทจากการที่ไม่ต้องใช้เงินสด โดยจะค่อยๆลดลงพร้อมกับการปิดสาขาและเอทีเอ็ม

ในที่สุดธนาคารต้องแชร์สาธารณูปโภคร่วมกันซึ่งปี 2560 น่าจะเห็น 6 ธนาคาร (ธนาคารทหารไทย,กรุงไทย,ไทยพาณิชย์,กรุงศรีอยุธยา,ธนชาต,ออมสิน)เริ่มแชร์เครื่องรูดบัตร(อีดีซี) และต่อไปจะแชร์เอทีเอ็ม

ขณะที่การใช้บัตรเดบิต ค่าธรรมเนียมยังแพง เพราะร้านค้ายังไม่หลากหลาย ถ้า 6แบงก์ใช้ EDC 1 เครื่อง จะช่วยให้ค่าธรรมร้านค้าต่ำมากอาจเหลือเพียง 0.5%จากเดิมเกือบ 1% หากค่าธรรมเนียมลดจะช่วยจูงใจร้านค้าติดตั้งอีดีซีมากขึ้น

ภายในปี2560 EDC Consortium จะเกิดขึ้นเพราะต่อไปใบกำกับภาษีทุกอย่างเป็นดิจิตอลทั้งหมด โดยขั้นตอนกระทรวงการคลังกำลังจัดทำร่างข้อกำหนดในการว่าจ้าง(TOR)เพื่อธนาคารยื่นประมูลภายในต้นปีนี้ จากนั้นร้านค้าทยอยขอธนาคารพาณิชย์เพื่อติดตั้งอีดีซี ซึ่งแนวทางสนับสนุนให้คนหันมาใช้อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น หลังจากนั้นจะเห็นภาพทยอยปิดสาขาของธนาคาร

“คอนเซ็ปต์ Share Utility อยู่ที่สามัญสำนึกเป็นพื้นฐานสำคัญคือ ทุกอุตสาหกรรมต้องคุยกัน แข่งขันกันเพื่อสร้างให้อุตสาหกรรมเข้มแข็งแต่หากสามัญสำนึกไม่มีระบบเกิดไม่ได้ประเทศก็ไม่เจริญ แต่ปัญหาคือทุกครั้งที่เปลี่ยนแปลงย่อมเจ็บปวด แต่หากแนวความคิดไม่เปลี่ยนแปลงเจ็บปวดยิ่งกว่า”

ส่วนภาพรวมธุรกิจธนาคารในปี 2560 ต้องดูตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ทุกคนคาดหวังหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ นั่งประธานาธิบดี อัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะสูงขึ้น ภาพเศรษฐกิจจะดีขึ้น ดึงให้ภาคส่งออกของไทยปรับตัวตาม

เนื่องจากรัฐบาลเริ่มเดินหน้าโครงการลงทุนต่างๆ เช่น มอเตอร์เวย์ ระบบราง และเริ่มมีการเบิกถอน ทำให้เศรษฐกิจดีต่อเนื่อง ทำให้วงเงินหมุนเวียนดีขึ้น ภาพรวมสินเชื่อทั้งระบบธนาคารคงเติบโต แต่สภาพคล่องจะลดลง ซึ่งจะเห็นการระดมเงินฝากของธนาคาร ส่งสัญญาณไปยังอัตราดอกเบี้ยเงินฝากขึ้นได้ในช่วงต้นปีในไตรมาสที่ 1 และ 2 แต่การปรับขึ้นคงแรง ภายใต้อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (อาร์พี) จะคงที่ 1.5%

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีแรกจะเห็นธนาคารพาณิชย์ระดมเงินฝาก และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากจะเริ่มขึ้นเร็วขึ้นในไตรมาสที่ 3 ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีจะปรับขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลกที่จะเห็นดอกเบี้ยอาร์พีคงที่ 1.5% ทั้งปี ขณะที่ผลตอบแทน (Yield) ของตราสารหนี้จะปรับเพิ่มขึ้นทั้งปีประมาณ 0.25-0.5%

ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จะเห็นจุดต่ำสุดหรือพีคประมาณกลางปี 2560 เพราะธนาคารส่วนใหญ่ปรับโครงสร้างหนี้เก่า ในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี จึงเห็นหนี้เก่าไหลย้อน(Re-Entry) สำหรับทีเอ็มบีได้ตัดหนี้สูญออกไปกว่า 2 หมื่นล้านบาทเอ็นพีแอลลดเหลือ 2.5% และมีการกันสำรองหนี้เผื่อสงสัยจะสูญเต็มจำนวน

“ปี 2560 ความต้องการสินเชื่อยังลำบากแต่ถ้าจีดีพีเติบโตที่ 3.5%สินเชื่อทั้งระบบน่าจะโตได้ 6-7% โดยจะมาจากโครงการการลงทุนต่างๆของภาครัฐ ทำให้เศรษฐกิจต่อเนื่อง วงเงินหมุนเวียนดีขึ้นส่วนกำลังซื้อจากเอสเอ็มอีและรายย่อยจะดีตามเศรษฐกิจ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ดีขึ้น และกลุ่มที่ออกหุ้นกู้กลับมากู้แบงก์เพราะดอกเบี้ยตราสารที่แพงขึ้น”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,224 วันที่ 5 - 7 มกราคม พ.ศ.2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline