
‘คัตสึยะ’โหมร้านอาหารญี่ปุ่น ชู‘โซเชียล มีเดีย มาร์เก็ตติ้ง’จับนักชิมปั้นยอดโต
ธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นฮอตต่อเนื่อง เซ็นทรัลเร่งสปีด "คัตสึยะ" ทุ่ม 60 ล้านบาท เปิดเกมรุกตลาดทั้งขยายสาขา สร้างสรรค์เมนูใหม่ พร้อมต่อยอดสู่รูปแบบดีลิเวอรี โกยรายได้พุ่ง
นางสิริพร ธานินทร์ธราธาร ผู้อำนวยการ ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เซ็นทรัลเรสเตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (ซีอาร์จี) ผู้บริหารร้านอาหารญี่ปุ่น "คัตสึยะ" เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า บริษัทเตรียมใช้งบลงทุน 60 ล้านบาทในปีนี้ ประกอบด้วยการขยายสาขาเพิ่มขึ้น 8-10 แห่งในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล จากปัจจุบันที่บริษัทมีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 12 แห่งและภายใน 3-5 ปี จะขยายเพิ่มเป็น 40 แห่ง ทั้งนี้เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่ยังชื่นชอบการรับประทานอาหารญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทยยังมีโอกาสเติบสูง
ขณะที่แนวโน้มการแข่งขันในธุรกิจร้านอาหารหลังจากนี้ เชื่อว่าจะเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้นและยังสามารถเติบโตได้ดีโดยแบรนด์ใหม่จากต่างประเทศจะทยอยเข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่องในปีนี้ เนื่องจากเทรนด์อาหารมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และแต่ละแบรนด์จะแข่งขันโดยนำจุดเด่นที่มีมาใช้กันอย่างเต็มที่ ส่วนแบรนด์ที่มีสินค้าใกล้เคียงกันหรือเหมือนกันอาจต้องงัดกลยุทธ์ด้านราคาในการแข่งขันเพื่อกระตุ้นยอดขาย
สำหรับในส่วนแผนการตลาดของทางแบรนด์นับจากนี้ บริษัทได้วางงบประมาณการโฆษณาเพื่อการส่งเสริมการขายมากกว่า 40% โดยมุ่งเน้นเรื่องโซเชียล มีเดียมาร์เก็ตติ้ง 70% เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งสร้างให้เกิดการทดลองกับตัวเมนูต่างๆ รวมถึงการจับมือเป็นพันธมิตรทางการตลาดกับคู่ค้า (Strategic Alliance Marketing) เพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์ คือ กลุ่มนักเรียน - นักศึกษา และวัยทำงานตอนต้น ควบคูกับการเข้าไปรุกการจัดบริการส่งถึงบ้านในช่องทางของ CRG Delivery และจับมือกับพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อขยายการบริการจัดส่งถึงบ้านครอบคลุมทุกสาขาเพิ่มเติมในปีนี้อีกด้วย ขณะที่กลุ่มเป้าหมายรองคือ กลุ่มวัยทำงาน และครอบครัว มีกำลังซื้อและมีเหตุผลในการตัดสินใจซื้อ เน้นเรื่องความคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป โดยคาดว่าทางแบรนด์จะเติบโตขึ้นอีก 150% - 160% จากปีก่อน
พร้อมกันนี้ยังมีการนำเสนอเมนูใหม่ ที่เน้นความมีรสชาติอร่อย และคุ้มค่าคุ้มราคาในราคาที่ทุกคนสามารถจ่ายได้ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคู่แข่งขันที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน และให้บริการด้วยความเป็นมิตร โดยจุดเด่นของร้านถือเป็นแบรนด์อาหารญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงในเรื่อง ทงคัตสึ (หมูทอดเกล็ดขนมปัง) ซึ่งทางซีอาร์จี ได้รับสิทธิ์แฟรนไชส์แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เริ่มเปิดให้บริการสาขาแรกเมื่อปี 2557 โดยเน้นจุดเด่นของความอร่อยรสชาติแท้ เหมือนต้นตำรับจากญี่ปุ่น และคุ้มค่าในราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 29 บาท
"เพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคเกิดการทดลอง และมีการออกเมนูใหม่ที่ปรับรสชาติให้เหมาะกับคนไทยในทุก 2 เดือน โดยทุกเมนูต้องผ่านการอนุมัติจากเจ้าของแบรนด์ในประเทศญี่ปุ่นก่อน รวมทั้งจับมือเป็นพันธมิตรร่วมกับคู่ค้าอย่าง เอไอเอส ในการจัดโปรโมชั่นต่างๆ ให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์"
ทั้งนี้คาดการณ์ว่าปัจจุบันภาพรวมธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทยมีมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 6-8% อย่างไรก็ตามบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ออกมาประเมินมูลค่ารวมธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยในปี 2560 ว่าจะมีมูลค่าทะยานขึ้นเป็น 3.9 แสนล้านบาท ขยายตัวจากปีก่อน 2-4% แบ่งเป็นร้านอาหารทั่วไป 70% หรือประมาณ 2.73 แสนล้านบาท และอีก 30% หรือ 1.17 แสนล้านบาท เป็นเชนร้านอาหาร
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,224 วันที่ 5 - 7 มกราคม พ.ศ.2560
นางสิริพร ธานินทร์ธราธาร ผู้อำนวยการ ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เซ็นทรัลเรสเตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (ซีอาร์จี) ผู้บริหารร้านอาหารญี่ปุ่น "คัตสึยะ" เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า บริษัทเตรียมใช้งบลงทุน 60 ล้านบาทในปีนี้ ประกอบด้วยการขยายสาขาเพิ่มขึ้น 8-10 แห่งในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล จากปัจจุบันที่บริษัทมีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 12 แห่งและภายใน 3-5 ปี จะขยายเพิ่มเป็น 40 แห่ง ทั้งนี้เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่ยังชื่นชอบการรับประทานอาหารญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทยยังมีโอกาสเติบสูง
ขณะที่แนวโน้มการแข่งขันในธุรกิจร้านอาหารหลังจากนี้ เชื่อว่าจะเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้นและยังสามารถเติบโตได้ดีโดยแบรนด์ใหม่จากต่างประเทศจะทยอยเข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่องในปีนี้ เนื่องจากเทรนด์อาหารมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และแต่ละแบรนด์จะแข่งขันโดยนำจุดเด่นที่มีมาใช้กันอย่างเต็มที่ ส่วนแบรนด์ที่มีสินค้าใกล้เคียงกันหรือเหมือนกันอาจต้องงัดกลยุทธ์ด้านราคาในการแข่งขันเพื่อกระตุ้นยอดขาย
สำหรับในส่วนแผนการตลาดของทางแบรนด์นับจากนี้ บริษัทได้วางงบประมาณการโฆษณาเพื่อการส่งเสริมการขายมากกว่า 40% โดยมุ่งเน้นเรื่องโซเชียล มีเดียมาร์เก็ตติ้ง 70% เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งสร้างให้เกิดการทดลองกับตัวเมนูต่างๆ รวมถึงการจับมือเป็นพันธมิตรทางการตลาดกับคู่ค้า (Strategic Alliance Marketing) เพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์ คือ กลุ่มนักเรียน - นักศึกษา และวัยทำงานตอนต้น ควบคูกับการเข้าไปรุกการจัดบริการส่งถึงบ้านในช่องทางของ CRG Delivery และจับมือกับพันธมิตรใหม่ๆ เพื่อขยายการบริการจัดส่งถึงบ้านครอบคลุมทุกสาขาเพิ่มเติมในปีนี้อีกด้วย ขณะที่กลุ่มเป้าหมายรองคือ กลุ่มวัยทำงาน และครอบครัว มีกำลังซื้อและมีเหตุผลในการตัดสินใจซื้อ เน้นเรื่องความคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป โดยคาดว่าทางแบรนด์จะเติบโตขึ้นอีก 150% - 160% จากปีก่อน
พร้อมกันนี้ยังมีการนำเสนอเมนูใหม่ ที่เน้นความมีรสชาติอร่อย และคุ้มค่าคุ้มราคาในราคาที่ทุกคนสามารถจ่ายได้ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคู่แข่งขันที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน และให้บริการด้วยความเป็นมิตร โดยจุดเด่นของร้านถือเป็นแบรนด์อาหารญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงในเรื่อง ทงคัตสึ (หมูทอดเกล็ดขนมปัง) ซึ่งทางซีอาร์จี ได้รับสิทธิ์แฟรนไชส์แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เริ่มเปิดให้บริการสาขาแรกเมื่อปี 2557 โดยเน้นจุดเด่นของความอร่อยรสชาติแท้ เหมือนต้นตำรับจากญี่ปุ่น และคุ้มค่าในราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 29 บาท
"เพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคเกิดการทดลอง และมีการออกเมนูใหม่ที่ปรับรสชาติให้เหมาะกับคนไทยในทุก 2 เดือน โดยทุกเมนูต้องผ่านการอนุมัติจากเจ้าของแบรนด์ในประเทศญี่ปุ่นก่อน รวมทั้งจับมือเป็นพันธมิตรร่วมกับคู่ค้าอย่าง เอไอเอส ในการจัดโปรโมชั่นต่างๆ ให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์"
ทั้งนี้คาดการณ์ว่าปัจจุบันภาพรวมธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทยมีมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 6-8% อย่างไรก็ตามบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ออกมาประเมินมูลค่ารวมธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยในปี 2560 ว่าจะมีมูลค่าทะยานขึ้นเป็น 3.9 แสนล้านบาท ขยายตัวจากปีก่อน 2-4% แบ่งเป็นร้านอาหารทั่วไป 70% หรือประมาณ 2.73 แสนล้านบาท และอีก 30% หรือ 1.17 แสนล้านบาท เป็นเชนร้านอาหาร
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,224 วันที่ 5 - 7 มกราคม พ.ศ.2560






