
นวัตกรรม-การตลาดออนไลน์ ดันคอนซูเมอร์ปี60โต3%
แม้ว่าสินค้าอุปโภคบริโภค คือสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวัน แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัวลง ส่งผลให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย หรือประหยัดมากขึ้น พฤติกรรมการซื้อสินค้าครั้งละจำนวนมากๆ อย่างที่เคยเป็นมาเกิดขึ้นน้อยลง สินค้าถูกซื้อตามปริมาณความจำเป็น หรือซื้อเมื่อมีการจัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายมากกว่า ภาพรวมของธุรกิจคอนซูเมอร์ในรอบปี 2559 ที่ผ่านไป จึงทำเอาผู้ประกอบการเกิดอาการเหนื่อยอย่างสาหัสไม่น้อย กว่าที่จะประครองยอดขายให้เติบโตได้ บางรายแค่ได้ยอดขายเท่าเดิมก็ถือว่าเก่งแล้ว เพราะด้วยกำลังซื้อที่มีน้อย แต่การแข่งขันทำกันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะสงครามราคาที่ทำเอารอบปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่าทำธุรกิจกันแบบไม่มีกำไรเลยทีเดียว
ปีแห่งการสาดโปรโมชัน
รอบปี 2559 ที่ผ่านมา ด้วยภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องหากลยุทธ์ต่างๆ เพื่อกระตุ้นยอดขายและสร้างการเติบโตในภาวะตลาดที่เม็ดเงินมีจำนวนลดลง สงครามโปรโมชันจึงรุนแรงกว่าหลายปีที่ก่อนหน้า ปรากฏการณ์ที่แทบจะไม่เคยเห็นมาก่อน อย่างเช่น แบรนด์สินค้าที่เป็นผู้นำตลาดลงมาร่วมสงครามโปรโมชันด้วยก็เกิดขึ้น ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ลงมาเล่นในสงครามโปรโมชันเลย แสดงให้เห็นว่าตลาดมีการแข่งขันที่รุนแรง ผู้บริโภคมีกำลังซื้อที่จำกัด แบรนด์ลอยัลตีลดความสำคัญลง เมื่อผู้บริโภคเลือกหาสินค้าด้วยความคุ้มค่าคุ้มราคากับเม็ดเงินที่จ่ายออกไป มากกว่าการเลือกแบรนด์สินค้าที่เคยเลือกใช้ ดังนั้นสินค้าที่วางจำหน่ายในช่องทางต่างๆ จึงเห็นการจัดโปรโมชัน ณ จุดขายเรียกยอดซื้อกันอย่างหนัก
นายโชคชัย เอี่ยมฤทธิไกร รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท บุญโชติเทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผงซักฟอกแบรนด์แอป และป๊อก ได้ฉายภาพกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ให้เห็นว่าตลอดปี 2559 กลุ่มธุรกิจคอนซูเมอร์เป็นปีที่มีการแข่งขันรุนแรง และมีการใช้กลยุทธ์ราคาเป็นหลัก เฉพาะในตลาดผงซักฟอก ปีนี้ก็ใช้สงครามราคาเป็นกลยุทธ์หลักกันอย่างดุเดือด ผู้ประกอบการทุกรายต่างหยิบเอามาใช้เป็นหัวหอกในการแข่งขันและสร้างยอดขาย การจัดโปรโมชั่นกันทุกเดือนและในทุกช่องทาง แบรนด์ผู้นำตลาดก็ลงมาเล่นสงครามราคาด้วยเช่นกัน โดยโปรโมชันที่ถูกนำมาใช้กันบ่อยครั้ง มีตั้งแต่การซื้อ 1 แถม 1 การซื้อ 2 แถม 1 การซื้อแพ็กคู่ราคาประหยัด การลดราคา 50% การแจกของแถม ซึ่งรูปแบบของการจัดโปรโมชั่นต่างๆ ดังกล่าวถือเป็นการใช้กลยุทธ์เรื่องราคาแทบทั้งสิ้น ซึ่งในปีนี้สินค้ากลุ่มผงซักฟอกมีการจัดทำโปรโมชั่นราคาลดลงเฉลี่ย 30%
ช้อปช่วยชาติ
ด้าน "สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์" นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ได้ประเมินสถานการณ์ของรอบปี 2559 ว่า ภาพรวมตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค หากมีการเติบโตระดับทรงตัวได้ ถือว่าเก่งแล้ว โดยในสภาวะประเทศเผชิญปัจจัยภายในระหว่างเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน ก็ทำให้ตลาดคอนซูเมอร์หดตัวลง 10-15% ขณะที่รัฐบาลมีแนวนโยบายกระตุ้นกำลังซื้อช่วงปลายปีด้วยการออกมาตรการช็อปช่วยชาติ และขยายเวลาเพิ่มขึ้นจากปีก่อน เชื่อว่าจะส่งผลดีต่ออารมณ์ของผู้บริโภค และผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภคได้อย่างมาก และคาดว่าจะผลักดันให้เกิดกิจกรรมอย่างอื่นๆต่อยอดตามมาอีกมาก
ขณะที่ "บุญฤทธิ์ มหามนตรี" ประธานกรรมการ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ในเครือสหพัฒน์ ประเมินว่าในภาพบวกว่าตลาดน่าจะเติบโตได้ในอัตราไม่เกิน 5% หรือหากสถานการณ์แย่กว่านี้อาจจะอยู่ในภาวะทรงตัวเท่ากับปีที่ก่อนหน้า และธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคมักจะได้รับผลกระทบจากปัญหาต่างๆ เป็นลำดับสุดท้าย หากเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นๆ เพราะไม่ว่าอย่างไร ผู้บริโภคยังคงต้องซื้อสินค้าไปใช้ในชีวิตประจำวัน ประกอบกับตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ด้วยโครงการต่างๆ ซึ่งทำให้เกิดการฟื้นตัวของกำลังซื้อ แต่ยังคงเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้หวือหวา
ปี60คอนซูเมอร์โต 3%
สำหรับแนวโน้มธุรกิจคอนซูเมอร์ในปี 2560 ดูเหมือนว่าจะมีทิศทางการเติบโตที่ดีขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่ง มองว่าการเจริญเติบโตของตลาดคอนซูเมอร์คาดว่าจะมีอัตราการเติบโต 3% สอดคล้องไปกับทิศทางการขยายตัวของเศรษฐกิจ หรือจีดีพีของประเทศ เพราะแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2560 จะฟื้นตัวกลับมาดีขึ้น จากรัฐบาลมีนโยบายอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ขณะที่พื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศยังดี ประกอบกับจะมีกลุ่มสตาร์ตอัพ และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี เกิดใหม่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะมีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และกำลังซื้อของผู้บริโภค
ส่วนรูปแบบการทำตลาดในปีหน้า เรื่องของความเร็วในการดำเนินธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญ เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเป็นไปตามกระแสของเทคโนโลยีหรือโลกดิจิตอล ผู้ประกอบการจึงต้องเกาะกระแสและติดตามพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด เพื่อก้าวเป็นผู้นำตลาดและทันกับความต้องการของผู้บริโภค
นอกจากนี้การทำตลาดอย่างยั่งยืนด้วยการตลาดสีเขียว จะเป็นคลื่นลูกใหม่ทางการตลาด เนื่องจากสังคมผู้บริโภคอยู่ในสังคมเศรษฐกิจโซเชียล(โซเชียลโนมิกส์) มีพลังมากขึ้น โดยการทำการตลาดสีเขียวจะช่วยทำให้ธุรกิจเติบโต ลดความเสี่ยง ลดต้นทุนและมีส่วนรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย ขณะที่ประเด็นเรื่องของการตลาด 4.0 ก็ถูกพูดถึงอย่างมาก และกำลังเป็นทิศทางที่นักการตลาดต่างมุ่งที่จะก้าวไปให้ทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ใช้ชีวิตกับโลกออนไลน์เป็นหลัก แต่รูปการทำตลาดอาจจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละองค์กร
อย่างไรก็ตาม โลกดิจิตอลจะเข้ามามีบทบาทกับพฤติกรรมผู้บริโภคมากขึ้น ผู้ประกอบการทุกรายก็ต้องไปในทิศทางดังกล่าวเช่นกัน แต่นอกเหนือจากรูปแบบการทำตลาดแล้ว สินค้าซึ่งเป็นหัวใจพื้นฐานแรกของการทำตลาด เชื่อว่าในปี 2560 จะมีการพัฒนาสินค้าที่มุ่งเพิ่มมูลค่า และสร้างนวัตกรรมที่แตกต่าง ก่อนที่จะไปสู่กระบวนการอื่นๆ ที่เชื่อว่าปีจะเป็นปีที่ดีขึ้นของตลาดคอนซูเมอร์ แต่ก็ยังคงเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปเหมือนเดิม
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,224 วันที่ 5 - 7 มกราคม พ.ศ.2560
ปีแห่งการสาดโปรโมชัน
รอบปี 2559 ที่ผ่านมา ด้วยภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องหากลยุทธ์ต่างๆ เพื่อกระตุ้นยอดขายและสร้างการเติบโตในภาวะตลาดที่เม็ดเงินมีจำนวนลดลง สงครามโปรโมชันจึงรุนแรงกว่าหลายปีที่ก่อนหน้า ปรากฏการณ์ที่แทบจะไม่เคยเห็นมาก่อน อย่างเช่น แบรนด์สินค้าที่เป็นผู้นำตลาดลงมาร่วมสงครามโปรโมชันด้วยก็เกิดขึ้น ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ลงมาเล่นในสงครามโปรโมชันเลย แสดงให้เห็นว่าตลาดมีการแข่งขันที่รุนแรง ผู้บริโภคมีกำลังซื้อที่จำกัด แบรนด์ลอยัลตีลดความสำคัญลง เมื่อผู้บริโภคเลือกหาสินค้าด้วยความคุ้มค่าคุ้มราคากับเม็ดเงินที่จ่ายออกไป มากกว่าการเลือกแบรนด์สินค้าที่เคยเลือกใช้ ดังนั้นสินค้าที่วางจำหน่ายในช่องทางต่างๆ จึงเห็นการจัดโปรโมชัน ณ จุดขายเรียกยอดซื้อกันอย่างหนัก
นายโชคชัย เอี่ยมฤทธิไกร รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท บุญโชติเทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผงซักฟอกแบรนด์แอป และป๊อก ได้ฉายภาพกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ให้เห็นว่าตลอดปี 2559 กลุ่มธุรกิจคอนซูเมอร์เป็นปีที่มีการแข่งขันรุนแรง และมีการใช้กลยุทธ์ราคาเป็นหลัก เฉพาะในตลาดผงซักฟอก ปีนี้ก็ใช้สงครามราคาเป็นกลยุทธ์หลักกันอย่างดุเดือด ผู้ประกอบการทุกรายต่างหยิบเอามาใช้เป็นหัวหอกในการแข่งขันและสร้างยอดขาย การจัดโปรโมชั่นกันทุกเดือนและในทุกช่องทาง แบรนด์ผู้นำตลาดก็ลงมาเล่นสงครามราคาด้วยเช่นกัน โดยโปรโมชันที่ถูกนำมาใช้กันบ่อยครั้ง มีตั้งแต่การซื้อ 1 แถม 1 การซื้อ 2 แถม 1 การซื้อแพ็กคู่ราคาประหยัด การลดราคา 50% การแจกของแถม ซึ่งรูปแบบของการจัดโปรโมชั่นต่างๆ ดังกล่าวถือเป็นการใช้กลยุทธ์เรื่องราคาแทบทั้งสิ้น ซึ่งในปีนี้สินค้ากลุ่มผงซักฟอกมีการจัดทำโปรโมชั่นราคาลดลงเฉลี่ย 30%
ช้อปช่วยชาติ
ด้าน "สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์" นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ได้ประเมินสถานการณ์ของรอบปี 2559 ว่า ภาพรวมตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค หากมีการเติบโตระดับทรงตัวได้ ถือว่าเก่งแล้ว โดยในสภาวะประเทศเผชิญปัจจัยภายในระหว่างเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน ก็ทำให้ตลาดคอนซูเมอร์หดตัวลง 10-15% ขณะที่รัฐบาลมีแนวนโยบายกระตุ้นกำลังซื้อช่วงปลายปีด้วยการออกมาตรการช็อปช่วยชาติ และขยายเวลาเพิ่มขึ้นจากปีก่อน เชื่อว่าจะส่งผลดีต่ออารมณ์ของผู้บริโภค และผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภคได้อย่างมาก และคาดว่าจะผลักดันให้เกิดกิจกรรมอย่างอื่นๆต่อยอดตามมาอีกมาก
ขณะที่ "บุญฤทธิ์ มหามนตรี" ประธานกรรมการ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ในเครือสหพัฒน์ ประเมินว่าในภาพบวกว่าตลาดน่าจะเติบโตได้ในอัตราไม่เกิน 5% หรือหากสถานการณ์แย่กว่านี้อาจจะอยู่ในภาวะทรงตัวเท่ากับปีที่ก่อนหน้า และธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคมักจะได้รับผลกระทบจากปัญหาต่างๆ เป็นลำดับสุดท้าย หากเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นๆ เพราะไม่ว่าอย่างไร ผู้บริโภคยังคงต้องซื้อสินค้าไปใช้ในชีวิตประจำวัน ประกอบกับตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ด้วยโครงการต่างๆ ซึ่งทำให้เกิดการฟื้นตัวของกำลังซื้อ แต่ยังคงเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้หวือหวา
ปี60คอนซูเมอร์โต 3%
สำหรับแนวโน้มธุรกิจคอนซูเมอร์ในปี 2560 ดูเหมือนว่าจะมีทิศทางการเติบโตที่ดีขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่ง มองว่าการเจริญเติบโตของตลาดคอนซูเมอร์คาดว่าจะมีอัตราการเติบโต 3% สอดคล้องไปกับทิศทางการขยายตัวของเศรษฐกิจ หรือจีดีพีของประเทศ เพราะแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2560 จะฟื้นตัวกลับมาดีขึ้น จากรัฐบาลมีนโยบายอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ขณะที่พื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศยังดี ประกอบกับจะมีกลุ่มสตาร์ตอัพ และธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี เกิดใหม่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะมีส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และกำลังซื้อของผู้บริโภค
ส่วนรูปแบบการทำตลาดในปีหน้า เรื่องของความเร็วในการดำเนินธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญ เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเป็นไปตามกระแสของเทคโนโลยีหรือโลกดิจิตอล ผู้ประกอบการจึงต้องเกาะกระแสและติดตามพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด เพื่อก้าวเป็นผู้นำตลาดและทันกับความต้องการของผู้บริโภค
นอกจากนี้การทำตลาดอย่างยั่งยืนด้วยการตลาดสีเขียว จะเป็นคลื่นลูกใหม่ทางการตลาด เนื่องจากสังคมผู้บริโภคอยู่ในสังคมเศรษฐกิจโซเชียล(โซเชียลโนมิกส์) มีพลังมากขึ้น โดยการทำการตลาดสีเขียวจะช่วยทำให้ธุรกิจเติบโต ลดความเสี่ยง ลดต้นทุนและมีส่วนรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย ขณะที่ประเด็นเรื่องของการตลาด 4.0 ก็ถูกพูดถึงอย่างมาก และกำลังเป็นทิศทางที่นักการตลาดต่างมุ่งที่จะก้าวไปให้ทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ใช้ชีวิตกับโลกออนไลน์เป็นหลัก แต่รูปการทำตลาดอาจจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละองค์กร
อย่างไรก็ตาม โลกดิจิตอลจะเข้ามามีบทบาทกับพฤติกรรมผู้บริโภคมากขึ้น ผู้ประกอบการทุกรายก็ต้องไปในทิศทางดังกล่าวเช่นกัน แต่นอกเหนือจากรูปแบบการทำตลาดแล้ว สินค้าซึ่งเป็นหัวใจพื้นฐานแรกของการทำตลาด เชื่อว่าในปี 2560 จะมีการพัฒนาสินค้าที่มุ่งเพิ่มมูลค่า และสร้างนวัตกรรมที่แตกต่าง ก่อนที่จะไปสู่กระบวนการอื่นๆ ที่เชื่อว่าปีจะเป็นปีที่ดีขึ้นของตลาดคอนซูเมอร์ แต่ก็ยังคงเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปเหมือนเดิม
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,224 วันที่ 5 - 7 มกราคม พ.ศ.2560






