thansettakij
thansettakij
คาดเบี้ยประกันภัยโตแค่ 3% สมาคมลุ้นรัฐเดินหน้าประกันรายได้น้อยเพิ่มยอดเบี้ยใหม่

คาดเบี้ยประกันภัยโตแค่ 3% สมาคมลุ้นรัฐเดินหน้าประกันรายได้น้อยเพิ่มยอดเบี้ยใหม่

03 ม.ค. 60 | 10:00 น.
สมาคมประกันวินาศภัยคาดธุรกิจประกันปี 2560 ขยายตัว 3% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน ลุ้นรัฐบาลเดินหน้าประกันภัยผู้มีรายได้น้อย 99 บาทต่อปีดันยอดเพิ่ม ด้านสมาคมประกันชีวิตมั่นใจเบี้ยรับโตต่อเนื่อง คนไทยยังถือครองกรมธรรม์ต่ำเพียง 38%

นายอานนท์ วังวสุ ในฐานะนายกสมาคมประกันวินาศภัยไทยเปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ช่วง 10 เดือนของปี 2559 ตลาดประกันวินาศภัยขยายตัวประมาณ 1.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยเป็นผลจากการขยายตัวของประกันรถยนต์ ประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ และประกันภัยเบ็ดเตล็ด แต่ในส่วนของการประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สินนั้นยังปรับลดลง ตามแนวโน้มเบี้ยประกันในตลาดโลก ซึ่งอัตราเบี้ยประกันอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องจาก 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลจากค่าเบี้ยประกันที่ปรับลดลง ขณะที่ปริมาณลูกค้าหรือจำนวนผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยยังเพิ่มขึ้น

ส่วนทิศทางธุรกิจประกันวินาศภัยปี 2560 คาดว่าจะมีการเติบโตในอัตรา 2-3% จากสิ้นปี 2559 ที่คาดว่าจะโตที่อัตรา 2% โดยมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตหลักๆ มาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ(จีดีพี) ซึ่งตลาดคาดการณ์ไว้ประมาณ 3-4% โดยเฉพาะปัจจัยจากการลงทุนโครงการภาครัฐและการเบิกจ่าย ขณะเดียวกันแนวโน้มภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยวมีสัญญาณดีขึ้น

นายอานนท์ กล่าวว่า ในปี 2560 การลงทุนของโครงการภาครัฐมีความชัดเจนหลายโครงการ เชื่อว่าจะทำให้ภาคเอกชนมีการลงทุนตาม เช่น โครงการลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตามแนวรถไฟฟ้า

นอกจากนี้หากรัฐบาลเดินหน้าโครงการประกันภัยผู้มีรายได้น้อย (ประกันอุบัติเหตุ) สำหรับผู้ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐตามแผนความคุ้มครองผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนโดยคิดเบี้ยประกันภัยภัย 99 บาทต่อปี รวมเป็นเบี้ยประกันภัยกว่า 800 ล้านบาท ซึ่งรอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณา รวมถึงประกันภัยนักท่องเที่ยวน่าจะมีความคืบหน้าจากที่ผ่านมา จะช่วยกระตุ้นตลาดอีกช่องทางหนึ่ง

สำหรับโครงการประกันภัยผู้มีรายได้น้อย ปัจจุบันมีสมาชิกของสมาคมเข้าร่วมกว่า 30 บริษัท ซึ่งจะให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต วงเงิน 5 หมื่นบาทต่อคน หรือทุพพลภาพถาวรจากอุบัติเหตุ วงเงินคุ้มครอง 1แสนบาทต่อคน และชดเชยรายได้ระหว่างการรักษาพยาบาล 300 บาทต่อวันสูงสุดเป็นเวลา 20 วัน

“ กรณีเสียชีวิตจะได้รับเงินโอนผ่านบัญชีพร้อมเพย์สำหรับผู้ที่ลงทุนเบียนไว้กับธนาคารแล้ว และในรายที่ขาดรายได้เพราะต้องรักษาพยาบาลนั้น กรมการปกครองจะเชื่อมข้อมูลออนไลน์กับโรงพยาบาล 2,000 แห่งจ่ายเงินชดเชยรายได้ระหว่างนอนรักษาตัว”

ด้านนางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย ระบุในเอกสารเผยแพร่ว่า ภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตปี 2559 คาดว่าจะเติบโตประมาณ 7% หรือมีเบี้ยประกันภัยรับรวมประมาณ 5.4แสนล้านบาท ซึ่งชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลกส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ ทำให้กำลังซื้อในครัวเรือนลดลง

ส่วนปี 2560 คาดว่าธุรกิจประกันชีวิตจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจุบันมีประชาชนถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตเพียง 38% จากประชากรกว่า 65 ล้านคน ขณะที่หลายประเทศในทวีปเอเชีย ทั้ง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ มีอัตราถือครองเกิน100% สะท้อนโอกาสที่ตลาดประกันชีวิตในไทยยังขยายตัวได้ดี

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตทั้งจากการขยายตัวเศรษฐกิจ โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) คาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2560 จะขยายตัว 3-4% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นกว่าปี 2559 ซึ่งขยายตัว 3.1% เร่งขึ้นเป็น 3.3%

รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคมีความรู้ความเข้าใจการวางแผนทางการเงินมากขึ้น และการตระหนักถึงความมั่นคงของชีวิตในแต่ละช่วงอายุโดยอาศัยประกันชีวิตเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง ตลอดจนการแข่งขันในธุรกิจประกันชีวิต มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการแต่ละช่วงอายุ และวิถีการดำเนินชีวิตแต่ละคนมากขึ้น

ทั้งนี้ประชาชนมีความตื่นตัวและกังวลกับค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี คาดว่าแบบประกันเกี่ยวกับสุขภาพจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาแรงในปี 2560 อย่างไรก็ตามธุรกิจประกันชีวิตอาจชะลอตัวได้ จากปัญหาเศรษฐกิจโลกไม่เป็นไปตามคาด

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,223 วันที่ 1 - 4 มกราคม 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline