thansettakij
thansettakij
ที่ปรึกษาอสังหาฯ ชี้เทรนด์ปีระกา อาคารสำนักงาน-คอนโดฯ ในเมืองยังขายได้

ที่ปรึกษาอสังหาฯ ชี้เทรนด์ปีระกา อาคารสำนักงาน-คอนโดฯ ในเมืองยังขายได้

03 ม.ค. 60 | 11:00 น.
3 บริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์มองตลาดปี 60 ซีบีอาร์อี ชี้อาคารสำนักงาน-คอนโดฯมือสองกลางเมืองโต คอลลิเออร์ส ชี้ทาวน์เฮาส์ยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่อง เน็กซัส คาดราคาที่ดินย่านกลางเมืองปรับขึ้น 10-30% คอนโดฯเพลินจิต-ทองหล่อ ราคาแตะ 4.5 แสนบาทต่อ ตร.ม.

นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2560 จะยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว เนื่องจากปัจจัยลบทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในเรื่องของภาระหนี้สินครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูงถึง 81% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งมีผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ปัญหาหลักของตลาดที่พักอาศัยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คือ ปัญหาเรื่องความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อ เนื่องจากธนาคารมีความเข้มงวดมากขึ้นในการปล่อยสินเชื่อที่พักอาศัย ดังจะเห็นได้จากอัตราการปฏิเสธสินเชื่อในช่วงครึ่งแรกของปี 2559 ที่สูงถึง 50% ของจำนวนผู้ขอสินเชื่อทั้งหมด นโยบายที่เข้มงวดของธนาคารดังกล่าวอาจมีความเป็นไปได้ที่จะส่งผลกระทบต่อความต้องการที่พักอาศัยในปี 2560 ให้ชะลอตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดที่พักอาศัยระดับล่างและตลาดระดับกลางที่ผู้ซื้อจำเป็นต้องขอสินเชื่อ ในทางกลับกันนโยบายการลงทุนในระบบสาธารณูปโภคของรัฐบาล จะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2560

โดยตลาดที่จะมีอัตราการเติบโตในปี 2560 คือ ตลาดอาคารสำนักงานที่คาดว่าจะมีความต้องการใช้พื้นที่เพิ่มขึ้นในระดับเดียวกันกับปี 2559 ที่ประมาณ 2 แสนตารางเมตรต่อปี แต่พื้นที่อาคารสำนักงานใหม่ที่คาดว่าน่าจะสร้างเสร็จในปี 2560 มีเพียงแค่ 1.7 แสนตารางเมตร ซึ่ง 25% หรือประมาณ 4.5 หมื่น ตารางเมตรจะเป็นการใช้พื้นที่ของเจ้าของอาคารเอง

“ด้วยเหตุนี้ ตลาดอาคารสำนักงานในปีหน้าจะยังคงมีพื้นที่ปล่อยเช่าในปริมาณที่จำกัด ซึ่งจะส่งผลให้อัตราพื้นที่ว่างยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง และค่าเช่ามีโอกาสที่จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 5 - 10% ทั้งนี้ ย่านพหลโยธินจะกลับมาเป็นที่น่าจับตามองในตลาดสำนักงานอีกครั้ง เนื่องจากจะมีอาคารสำนักงานใหม่ 2 แห่งที่แล้วเสร็จในปี 2560 ได้แก่ อาคารเอส ซี ทาวเวอร์ และเพิร์ล แบ็งค็อค โดยมีพื้นที่ปล่อยเช่ารวมกันทั้งสิ้น 4.1 หมื่น ตารางเมตร”

นอกจากนี้คอนโดมิเนียมมือสองใจกลางเมืองที่มีการดูแลรักษาที่ดีน่าจะมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้น เนื่องด้วยราคาคอนโดมิเนียมใหม่ใจกลางเมืองมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความแตกต่างด้านราคาเพิ่มมากขึ้นระหว่างคอนโดมิเนียมเก่าและคอนโดมิเนียมใหม่ใจกลางเมือง จนในบางพื้นที่คอนโดมิเนียมใหม่ราคาสูงกว่าคอนโดมิเนียมเก่าถึง 4 เท่า ด้วยราคาที่มีความแตกต่างกันเช่นนี้ทำให้คอนโดมิเนียมเก่าที่สร้างเสร็จแล้วแต่ได้รับการดูแลรักษาที่ดีได้รับความสนใจจากผู้ซื้อมากขึ้น

ด้าน นายสุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า ในปี 2560 บ้านจัดสรรจะยังคงเป็นตลาดที่ผู้ประกอบการใช้เป็นฐานรายได้ที่น่าเชื่อถือ ส่วนคอนโดมิเนียมจะมีการปรับเปลี่ยนไปตามภาวะเศรษฐกิจของประเทศ แบบที่ผ่านมาในช่วง 1 – 2 ปีเช่นเดิม โดยในปีหน้าทาวน์เฮาส์ที่ราคาขายไม่เกิน 3 ล้านบาท จะยังคงได้รับความสนใจจากผู้ซื้อ ในขณะที่ทาวน์เฮาส์ราคามากกว่า 3 ล้านบาทขึ้นไปก็เป็นกลุ่มที่ขยายตัวต่อเนื่องเช่นกันโดยเฉพาะในแนวเส้นทางรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย ส่วนบ้านจัดสรรที่มีราคาขายต่ำกว่านี้จะอยู่ในพื้นที่ปริมณฑลรอบกรุงเทพมหานครมากขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ ตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2560 จะยังคงมีการขยายตัวในระดับใกล้เคียงกับปี 2559 คอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่อาจจะอยู่ที่ประมาณ 4 หมื่นหน่วย บ้านจัดสรรก็ยังคงมีจำนวนหน่วยเปิดขายใหม่ใกล้เคียงกับปีนี้ ซึ่งปัจจัยหลักที่น่าจะมีผลต่อการขยายตัวของตลาดที่อยู่อาศัยคือภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของคนไทยที่ภาวะหนี้ครัวเรือนอาจจะลดลง จากเรื่องรถยนต์คันแรกแต่ก็ยังต้องดูเรื่องอื่นๆ ประกอบด้วย ทั้งการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร และความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจระยะยาวยิ่งถ้าหลายๆ โครงการของรัฐบาลไม่เป็นไปตามที่วางแผนหรือประกาศมาก่อนหน้านี้ก็อาจมีผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของคนไทยในปีหน้าได้

นางนลินรัตน์ เจริญสุพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มตลาดคอนโดมิเนียมในปี 2560 ความต้องการจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ส่วนใหญ่จะเป็นคอนโดมิเนียมบริเวณรอบๆ กรุงเทพฯชั้นใน ส่วนกรุงเทพฯชั้นนอก ความต้องการจะเติบโตขึ้นในอัตราที่ใกล้เคียงกัน โดยตลาดกรุงเทพฯชั้นนอกน่าจะมีโอกาสเติบโตได้ดี ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยต้นทุนในการพัฒนาโครงการ จะส่งผลต่อการตั้งราคาขายและความสามารถในการซื้อที่มีอยู่จำกัดของลูกค้ากลุ่มนี้

MP27-3223-3 สำหรับทำเลที่น่าสนใจในกลุ่มคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี (ราคาขายมากกว่า 2.5 แสนบาทต่อตารางเมตร) มี 2 ทำเลหลักที่น่าจะออกมาแข่งขันกันหลายโครงการ คือ บริเวณเพลินจิต/ชิดลม/หลังสวน และ ทองหล่อ/สุขุมวิท 39-49 และในกลุ่มลักชัวรี (ราคาขาย 1.8 -2.5 แสนบาทต่อตารางเมตร) ซึ่งในปีหน้าน่าจะเห็นโครงการในทำเลพหลโยธินตอนต้น ทำเลริมแม่น้ำ และทำเลย่านพญาไท

“ส่วนราคาที่ดินในปี 60 คาดว่าจะปรับขึ้นราว 10-30% ขึ้นอยู่กับทำเล โดยทำเลที่มีการปรับขึ้นสูงสุดได้แก่ ในย่านใจกลางเมือง ขณะที่ราคาคอนโดมิเนียมคาดว่าปรับขึ้น 6-7% และจะเห็นการเสนอขายแตะระดับ 4.5 แสนบาทต่อตารางเมตร ในย่านเพลินจิตและทองหล่อ”นางนลินรัตน์ กล่าว

ในส่วนของตลาดซิตีคอนโดฯ น่าจะได้เห็นโครงการใหม่ๆ บนทำเลรถไฟฟ้า สายสีส้ม สีเหลืองและ สีชมพู มากพอสมควร ขณะที่ในเขตแจ้งวัฒนะก็เป็นทำเลแนะนำที่น่าสนใจ เนื่องจากในปีที่ผ่านมา มีคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นใหม่น้อยมาก เมื่อเทียบกับโซนอื่นของกรุงเทพฯ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,223 วันที่ 1 - 4 มกราคม 2560
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline