
ตั้งพาณิชย์ภาคลดเหลื่อมล้ำ-พลิกศก.ภูธร
พาณิชย์ตั้ง MiniMOC หวังยกระดับการทำงานพาณิชย์จังหวัดเชื่อมโยงส่วนกลาง-ภูมิภาคสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจภูมิภาคลดความเหลื่อมล้ำคนจน-คนรวย พร้อมสกัดปัญหาสินค้าเกษตร-ค่าครองชีพก่อนบานปลายขันนอตอัพเกรดข้าราชการ 4.0 เข็นเอสเอ็มอีสู่ตลาดโลก
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่ากระทรวงพาณิชย์ได้เชิญผู้แทนหอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) รวมทั้งภาคการเงินการธนาคาร มาร่วมหารือกับหัวหน้าพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ หลังกระทรวงพาณิชย์ได้ปรับโครงสร้างการทำงานในส่วนภูมิภาคใหม่โดยจัดตั้งพาณิชย์ภาค หรือ Mini MOC เพื่อยกระดับการทำงานให้ขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดได้เต็มศักยภาพเพื่อให้สอดคล้องกับแผนเศรษฐกิจจังหวัด4.0 ของกระทรวงมหาดไทย ที่มุ่งเน้นการผลักดันเศรษฐกิจในระดับจังหวัดให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นและแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ หลังจากที่ไทยกำลังประสบปัญหาช่องว่างรายได้ประชากรระหว่างคนรวยและคนจนสูงเป็นอันดับ3ของโลก โดยมีการแบ่งภาคเป็น7 กลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีรองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้ตรวจราชการเป็นหัวหน้าทีมในการทำงาน
"พาณิชย์จังหวัดที่มีการแบ่งภาคทั้ง 7 แห่งต้องมีการหารือกันอย่างต่อเนื่องและไม่จำเป็นต้องรอคำสั่งจากส่วนกลางเพราะทุกคนรู้จักพื้นที่ดีกว่าส่วนกลางและต้องทำงานในเชิงรุกโดยเฉพาะสินค้าเกษตร เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ผลไม้ ที่มีปัญหาผลผลิตทุกปี ซึ่งหากไม่ติดตามสถานการณ์และเตรียมการวางแผนการระบายสินค้าให้ดีก็จะเกิดปัญหาเดิมซ้ำๆทุกปีดังนั้นต้องมีการวางแผนการปลูกให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด รวมทั้งดูแลในเรื่องของค่าครองชีพในทุกภูมิภาคอย่างทันท่วงที ไม่ให้ลุกลามจนประชาชนเดือดร้อน"นางอภิรดีกล่าว
ทั้งนี้เป้าหมายในการจัดตั้ง Mini MOC แบ่งแนวทางการแก้ปัญหาไว้ 2 ระยะคือ ระยะสั้นและระยะยาว โดยในระยะสั้น จะเป็นการแก้ปัญหาและรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่เหมาะสม การดูแลภาวะค่าครองชีพให้กับประชาชนรวมไปถึงสินค้าอุปโภคบริโภค และการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจการค้าในภูมิภาค ส่วนในระยะยาวจะเป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสต์กระทรวงไปสู่การประฎิบัติในภูมิภาคซึ่งจะเป็นการจัดทำแผนการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าของภาคให้สอดคล้องกันเชื่อมโยงยุทธศาสตร์การค้าจังหวัดรวมไปถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาคและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน ทั้งนี้กระทรวงคาดว่าผลที่ได้รับจากการตั้ง Mini MOC จะเกิดความชัดเจนในทิศทางการสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่นจากการปรับระบบโครงสร้างการบริหารในครั้งนี้ซึ่งจะเป็นการเชื่อมโยงส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเข้าด้วยกัน ซึ่งจะเป็นการบูรณาการยุทธศาสตร์และนโยบายของรัฐบาลโดยใช้จุดเด่นและศักยภาพของแต่ละพื้นที่ผลักดันการพัฒนาในรูปแบบกลุ่มสินค้า
ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่าพาณิชย์จังหวัดจะมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจในภูมิภาค เพราะเป็นผู้ที่รู้จักพื้นที่ได้ดีที่สุดในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีความเข้มแข็งโดยนโยบายหลักๆ ของกระทรวงยังดำเนินการต่อเนื่องต่อจากนายสุวิทย์เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์คนเก่าที่ทำไว้ เช่น การสร้างแบรนด์ไทยให้ไปสู่ตลาดโลก ทั้งในระดับของเพื่อนบ้านและจีนซึ่งเป็นตลาดที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้จุดแข็งจากการเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคอาเซียน ให้เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยในภูมิภาค หรือ Local Economy ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการที่เข้มแข็งจะเป็นหัวใจของการพัฒนาเอสเอ็มอีในภูมิภาค เพราะการรวมกลุ่มจะทำให้มีความโดดเด่นและสามารถเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการรายใหญ่ หรือผู้ประกอบการที่มีความเข็มแข็ง เพื่อให้เข้าถึงตลาดได้ง่ายขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,221 วันที่ 25 -28 ธันวาคม 2559
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่ากระทรวงพาณิชย์ได้เชิญผู้แทนหอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) รวมทั้งภาคการเงินการธนาคาร มาร่วมหารือกับหัวหน้าพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ หลังกระทรวงพาณิชย์ได้ปรับโครงสร้างการทำงานในส่วนภูมิภาคใหม่โดยจัดตั้งพาณิชย์ภาค หรือ Mini MOC เพื่อยกระดับการทำงานให้ขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดได้เต็มศักยภาพเพื่อให้สอดคล้องกับแผนเศรษฐกิจจังหวัด4.0 ของกระทรวงมหาดไทย ที่มุ่งเน้นการผลักดันเศรษฐกิจในระดับจังหวัดให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นและแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ หลังจากที่ไทยกำลังประสบปัญหาช่องว่างรายได้ประชากรระหว่างคนรวยและคนจนสูงเป็นอันดับ3ของโลก โดยมีการแบ่งภาคเป็น7 กลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีรองปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้ตรวจราชการเป็นหัวหน้าทีมในการทำงาน
"พาณิชย์จังหวัดที่มีการแบ่งภาคทั้ง 7 แห่งต้องมีการหารือกันอย่างต่อเนื่องและไม่จำเป็นต้องรอคำสั่งจากส่วนกลางเพราะทุกคนรู้จักพื้นที่ดีกว่าส่วนกลางและต้องทำงานในเชิงรุกโดยเฉพาะสินค้าเกษตร เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ผลไม้ ที่มีปัญหาผลผลิตทุกปี ซึ่งหากไม่ติดตามสถานการณ์และเตรียมการวางแผนการระบายสินค้าให้ดีก็จะเกิดปัญหาเดิมซ้ำๆทุกปีดังนั้นต้องมีการวางแผนการปลูกให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด รวมทั้งดูแลในเรื่องของค่าครองชีพในทุกภูมิภาคอย่างทันท่วงที ไม่ให้ลุกลามจนประชาชนเดือดร้อน"นางอภิรดีกล่าว
ทั้งนี้เป้าหมายในการจัดตั้ง Mini MOC แบ่งแนวทางการแก้ปัญหาไว้ 2 ระยะคือ ระยะสั้นและระยะยาว โดยในระยะสั้น จะเป็นการแก้ปัญหาและรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ที่เหมาะสม การดูแลภาวะค่าครองชีพให้กับประชาชนรวมไปถึงสินค้าอุปโภคบริโภค และการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจการค้าในภูมิภาค ส่วนในระยะยาวจะเป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสต์กระทรวงไปสู่การประฎิบัติในภูมิภาคซึ่งจะเป็นการจัดทำแผนการพัฒนาเศรษฐกิจการค้าของภาคให้สอดคล้องกันเชื่อมโยงยุทธศาสตร์การค้าจังหวัดรวมไปถึงการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาคและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน ทั้งนี้กระทรวงคาดว่าผลที่ได้รับจากการตั้ง Mini MOC จะเกิดความชัดเจนในทิศทางการสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่นจากการปรับระบบโครงสร้างการบริหารในครั้งนี้ซึ่งจะเป็นการเชื่อมโยงส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเข้าด้วยกัน ซึ่งจะเป็นการบูรณาการยุทธศาสตร์และนโยบายของรัฐบาลโดยใช้จุดเด่นและศักยภาพของแต่ละพื้นที่ผลักดันการพัฒนาในรูปแบบกลุ่มสินค้า
ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่าพาณิชย์จังหวัดจะมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจในภูมิภาค เพราะเป็นผู้ที่รู้จักพื้นที่ได้ดีที่สุดในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีความเข้มแข็งโดยนโยบายหลักๆ ของกระทรวงยังดำเนินการต่อเนื่องต่อจากนายสุวิทย์เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์คนเก่าที่ทำไว้ เช่น การสร้างแบรนด์ไทยให้ไปสู่ตลาดโลก ทั้งในระดับของเพื่อนบ้านและจีนซึ่งเป็นตลาดที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้จุดแข็งจากการเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคอาเซียน ให้เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยในภูมิภาค หรือ Local Economy ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการที่เข้มแข็งจะเป็นหัวใจของการพัฒนาเอสเอ็มอีในภูมิภาค เพราะการรวมกลุ่มจะทำให้มีความโดดเด่นและสามารถเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการรายใหญ่ หรือผู้ประกอบการที่มีความเข็มแข็ง เพื่อให้เข้าถึงตลาดได้ง่ายขึ้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,221 วันที่ 25 -28 ธันวาคม 2559






