thansettakij
thansettakij
พลังงาน‘ปลดล็อก’ไอพีพีกัลฟ์ฯ ขอBOIไฟเขียวกฟผ.สร้างสายส่ง

พลังงาน‘ปลดล็อก’ไอพีพีกัลฟ์ฯ ขอBOIไฟเขียวกฟผ.สร้างสายส่ง

26 ธ.ค. 59 | 07:00 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ธ.ค. 59 | 10:00 น.
พลังงาน พร้อมทำตามคำสั่งศาลฯ เตรียมส่งหนังสือถึงบีโอไอ ปลดล็อกระงับส่งเสริมการลงทุนไอพีพี 2 โครงการ 5,000 เมกะวัตต์ เครือกัลฟ์ ให้เดินต่อได้ ขณะที่กฟผ.เตรียมเสนอบอร์ด ภายในธ.ค.นี้ ก่อสร้างสร้างส่งมูลค่า 7,250 ล้านบาท รองรับ เสร็จให้ทันในปี 2563

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่าในเร็วๆ นี้ทางกระทรวงพลังงานจะส่งหนังสือไปยังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ เพื่อให้พิจารณาอนุมัติส่งเสริมการลงทุนให้กับบริษัท กัลฟ์ พีดี จำกัด และบริษัท กัลฟ์ เอสอาร์ซี จำกัด ในเครือกัลฟ์ สำหรับโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตเอกชนรายใหญ่หรือไอพีพี ขนาดกำลังผลิตรวม 5,000 เมกะวัตต์ ที่บริษัทในเครือชนะการประมูล เมื่อปี 2555 ตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับบริษัท ในการไปขอกู้เงินกับธนาคารไทยพาณิชย์ มาลงทุนในโครงการดังกล่าว

นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ รองผู้ว่าการนโยบายและแผน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.ยังคงเดินหน้าแผนลงทุนสายส่งไฟฟ้าเพื่อรองรับโรงไฟฟ้าไอพีพี 5,000 เมกะวัตต์ของกลุ่มกัลฟ์ตามแผน เนื่องจากมีสัญญากับทางกลุ่มกัลฟ์แล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการเสนอเพื่อพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) กฟผ.ภายในปลายเดือนธันวาคมนี้ จากนั้นจะเสนอไปยังกระทรวงพลังงาน และคณะรัฐมนตรี(ครม.) ภายในต้นปีหน้าต่อไป

ทั้งนี้ การที่ กฟผ. ไม่ได้ชะลอลงทุนโครงการสายส่งดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมา กฟผ. มีสัญญาผูกพันกับทางกลุ่มกัลฟ์แล้ว แต่หากสุดท้ายแล้วนโยบายของกระทรวงพลังงาน และมติ ครม. สั่งให้ยุติโครงการ กฟผ. ก็พร้อมดำเนินการตามนโยบายของภาครัฐ แต่ขณะนี้ กฟผ. จำเป็นต้องเตรียมความพร้อม โดยเสนอไปตามขั้นตอนไปก่อน เพื่อรองรับโรงไฟฟ้าไอพีพีดังกล่าวตามแผนที่ จะเข้าระบบปี 2564-2568

โดยแผนลงทุนสายส่งรองรับโรงไฟฟ้าภาคตะวันออกเพื่อรองรับไอพีพีกลุ่มกัลฟ์ ยังใช้ตัวเลขเดิมที่ประมาณ 7,250ล้านบาท โดยคาดว่าโรงไฟฟ้ายูนิตแรก 2,500เมกะวัตต์จะทยอยเข้าระบบปี 2564 ดังนั้นสายส่งไฟฟ้าจะต้องเสร็จก่อน ซึ่งกฟผ.ต้องดำเนินการก่อสร้างสายส่งระยะแรกให้แล้วเสร็จภายในปลายปี 2563 ระยะทาง 6-8 กิโลเมตร มูลค่า 680 ล้านบาท จากนั้นจะดำเนินการสายส่งระยะที่ 2 ต่อไป

สำหรับข้อพิพาทดังกล่าว ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2559 ในคดีที่ บริษัท อินดิเพนเดนท์ เพาเวอร์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด บริษัท กัลฟ์ พีดี จำกัด และบริษัท กัลฟ์ เอสอาร์ซี จำกัด เป็นผู้ฟ้องคดี กับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน กระทรวงพลังงาน และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหากรณีการดำเนินการประมูลโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตเอกชนรายใหญ่ เป็นผู้ถูกฟ้อง

โดยคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ได้ออกประกาศเชิญชวนการรับซื้อไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี) ซึ่งบริษัท กัลฟ์ พีดีฯ ชนะการประมูล กำลังการผลิต 2,500 เมกะวัตต์ และบริษัท กัลฟ์ เอสอาร์ซีฯ ชนะการประมูล กำลังการผลิต 2,500 เมกะวัตต์ และมีการลงนามในสัญญากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ไปแล้ว

ต่อมาคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) มีหนังสือถึงกระทรวงพลังงาน ให้ตรวจสอบการประมูลเนื่องจากได้รับการร้องเรียนเรื่องความโปร่งใส ซึ่งระหว่างการตรวจสอบ ปรากฏว่า ได้มีหนังสือแจ้งมายังบริษัท อินดิเพนเดนท์ เพาเวอร์ ดีเวลลอปเมนท์ฯว่า สถาบันการเงินไม่สามารถพิจารณาเงินกู้ได้ เพราะโครงการไอพีพีอยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบ และกระทรวงพลังงาน ได้ทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้ระงับการพิจารณาส่งเสริมการลงทุนแก่โครงการไอพีพีทั้ง 2 โครงการไว้ก่อน

โดยศาลเห็นว่า การกระทำของกระทรวงพลังงาน เป็นการกระทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายจาก คตร. จนเป็นเหตุให้ธนาคารชะลอการพิจารณาปล่อยเงินกู้ ทำให้ผู้ฟ้องคดีไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. ได้ตามแผนงานที่กำหนด สร้างความเสียหายให้กับบริษัท

ศาลจึงห้ามกระทรวงพลังงานดำเนินการตรวจสอบหรือกระทำด้วยวิธีการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดี รวมทั้งนำผลการตรวจสอบการประมูลฯ ไปใช้อ้างอิง ไม่ว่าจะเป็นการภายในหรือต่อหน่วยงานอื่นที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดี และให้กระทรวงพลังงาน แจ้งยกเลิกหนังสือที่ส่งไปให้ บีโอไอ เกี่ยวกับการชะลอการส่งเสริมการลงทุน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,221 วันที่ 25 -28 ธันวาคม 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline