thansettakij
thansettakij
แนะรัฐปรับลดสเปกงาน เปิดช่องรับเหมารายย่อย-รายกลางร่วมแบ่งเค้ก

แนะรัฐปรับลดสเปกงาน เปิดช่องรับเหมารายย่อย-รายกลางร่วมแบ่งเค้ก

26 ธ.ค. 59 | 13:00 น.
แม้หลายคนจะมองว่าปี 2559 เป็นปีทองวงการอุตสาหกรรมก่อสร้าง แต่สำหรับ “สังวรณ์ ลิปตพัลลภ” นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กลับมองว่าหลายโครงการยังล่าช้าจึงสามารถผลักดันได้ไม่กี่โครงการเท่านั้น

แต่สำหรับปี 2560 เชื่อว่าจะเห็นภาพการก่อสร้างชัดเจนกว่าปี 2559 นี้โดยเฉพาะระดับเมกะโปรเจ็กต์ที่เหมาะสำหรับบริษัทรับเหมารายใหญ่ที่แต่ละบริษัทเล็งกวาดงานกวาดรายได้กันทั่วหน้าแล้ว ส่วนรายกลางรายย่อยยังต้องทนรออานิสงส์ของรัฐบาลจะผลักดันโครงการออกมาช่วยเหลือ

 แนะรัฐปรับสเปกแจกงานรับเหมารายย่อย

ต่อเรื่องนี้นายสังวรณ์ จึงต้องการให้ภาครัฐปรับลดสเปกงานและคุณสมบัติบริษัทรับเหมาเพื่อแจกจ่ายงานให้บริษัทรับเหมารายย่อยและรายกลางได้มากขึ้น หลังจากป้อนรายใหญ่จากเมกะโปรเจ็กต์มาแล้วเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ทั่วถึง ด้วยการแบ่งซอยสัญญากระจายงานในปี 2560-2561 ผ่านโครงการประจำปีและเมกะโปรเจ็กต์ล็อตใหม่ที่รัฐบาลจะผลักดันออกมา

[caption id="attachment_121400" align="aligncenter" width="503"] สังวรณ์ ลิปตพัลลภ สังวรณ์ ลิปตพัลลภ[/caption]

วันนี้ในบทบาทนายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยต้องการให้รัฐบาลเร่งป้อนงานจากการผลักดันโครงการต่างๆเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างรายกลางและรายย่อยเนื่องจากเห็นว่าจะมีส่วนกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้เป็นอย่างดีแม้ว่าช่วงที่ผ่านมารัฐบาลจะเร่งผลักดันโครงการขนาดใหญ่ให้กับกลุ่มผู้รับเหมาชั้นนำหลายโครงการมาแล้วก็ตามแต่ก็ยังกระจายรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้ตามเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการ

“เพื่อกระจายงานและกระจายรายได้ให้ทั่วถึงจึงสามารถปรับโครงการตามงบประมาณประจำปี 2560 -2561 และโครงการขนาดใหญ่ที่อยู่ในแผนงานด้วยการแบ่งแยกสัญญาระดับหลัก 1,000 ล้านบาทหรือ 500 ล้านบาทเพื่อกระจายงานให้กับผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อยสามารถที่มีอยู่จำนวนมากแต่ยังไม่ได้รับงานของรัฐบาลอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ให้มีโอกาสเข้าไปร่วมประมูลกันได้ อีกทั้งหากสามารถกระจายได้ทั่วทุกภาคจะเกิดผลเป็นรูปธรรมและมีความชัดเจนต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลได้มากกว่าที่ผ่านมา"

  วอนเร่งงานอาคารป้อนรับเหมา

โดยเฉพาะงานที่น่าจับตาคืองานประเภทอาคารยังมีเกิดขึ้นน้อยมากเนื่องจากรัฐบาลมุ่งไปลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานก่อน คาดว่าเมื่อการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมครบสมบูรณ์จะเป็นโอกาสของงานประเภทอาคารจะเกิดตามมาจากการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตามแนวโครงการ แต่งานอาคารขนาดใหญ่ของภาครัฐยังไม่มีเกิดขึ้นโดยเฉพาะอาคารระดับกลาง ดังนั้นหากรัฐผลักดันงานโครงสร้างพื้นฐานแล้วเสร็จสมบูรณ์คาดว่างานประเภทอาคารก็จะเกิดตามมาด้วย

ประการสำคัญขณะนี้ยังพบอีกว่างานที่ภาคเอกชนได้รับดำเนินการจะเป็นประเภทที่อยู่อาศัยแนวสูงอย่างคอนโดมิเนียมแต่บริษัทรับเหมาก็ยังกังวลเรื่องความมั่นคงทางธุรกิจของเอกชนรายนั้นๆเนื่องจากบางช่วงจะมีความเสี่ยงทางธุรกิจที่จะกระทบความมั่นคงของภาคเอกชนได้ไม่มากก็น้อยจึงแตกต่างกับกรณีรับงานภาครัฐ

ล่าสุดยังพบอีกว่ากลุ่มบริษัทคริสเตียนี่ และนีลเส็นไทย จำกัด(มหาชน) ได้เข้าไปร่วมประมูลงานรถไฟฟ้าสายสีส้มของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ที่จะเข้าไปก่อสร้างอาคารศูนย์ซ่อมบำรุง เช่นเดียวกับกลุ่มบริษัทเนาวรัตน์พัฒนา จำกัด(มหาชน)ที่เกาะติดงานรับเหมาก่อสร้างอุโมงค์น้ำของกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่องเนื่องจากมีความโดดเด่นด้านองค์ความรู้และเทคโนโลยีเฉพาะที่รายอื่นๆไม่สามารถสู้ประมูลได้ ซึ่งหากมองสมาชิกของสมาคมฯยังพบว่ามีหลายรายจะรับเหมาก่อสร้างอาคาร ดังนั้นหากรัฐป้อนงานอาคารเข้ามาเพิ่มก็จะเกิดแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจในกลุ่มรับเหมาทั้งรายกลางรายย่อยเข้าไปมีส่วนร่วมมากขึ้น ปัจจุบันที่พบเห็นจะมีงานก่อสร้างอาคารรัฐสภา อาคารศาลฎีกา หรืออาคารสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 เท่านั้น

นายสังวรณ์ยังกล่าวถึงแรงกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีการก่อสร้างในยุคปัจจุบันนี้อย่างน่าสนใจว่า หลายโครงการที่เป็นงานขนาดใหญ่แม้จะมีมูลค่างานระดับหมื่นล้านบาทแต่ด้านเทคโนโลยีจะพบว่ารายย่อยก็สามารถทำได้ เช่น การก่อสร้างรถไฟฟ้าที่จะต้องเจาะเสาเข็ม ขุดตอม่อ งานติดตั้งชิ้นส่วนต่างๆ เพียงแต่งานของผู้ประกอบการรายใหญ่จะใช้ระยะทางไกลมากกว่ารายเล็กที่จะใช้ระยะทางสั้นกว่าเท่านั้น ดังนั้นหากรัฐให้โอกาสเอกชนรายย่อยก็สามารถรับงานได้ทันทีโดยเชื่อว่างานระดับ 500-1,000 ล้านบาทจะช่วยเหลือผู้รับเหมาได้อีกหลายราย

ดังนั้นผู้ประกอบการรับเหมาจึงต้องเร่งปรับตัวให้เท่าทันเทคโนโลยี อีกทั้งกลยุทธ์ทางธุรกิจยุคนี้คงต้องมีปรับเปลี่ยนกันไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะผู้รับเหมารายย่อยเพื่อให้ได้รับงานที่ตรงตามคุณสมบัติที่กำหนด ด้วยการผนึกกับต่างประเทศก็สามารถทำได้ หรือแม้กระทั่งบริษัทมหาชนต่างๆที่จะมีเงื่อนไขของตลาดหลักทรัพย์ให้ต้องเร่งขยายงานอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี

“บริษัทรับเหมารายใหญ่ยังได้เปรียบรายย่อยในเรื่องความเชื่อมั่นและชื่อเสียงทางธุรกิจ ประการสำคัญระยะเวลาของแต่ละโครงการจะเป็นอีกเงื่อนไขหนึ่งกำหนดว่าผู้รับเหมาระดับไหนจะเข้าไปรับงานดังกล่าว โดยต้องจับตากันต่อไปว่ารถไฟทางคู่ มอเตอร์เวย์ หรือรถไฟความเร็วสูงจะมีแรงกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาเมืองได้ตามแนวเส้นทางและรอบสถานีนั้นๆอย่างไรบ้าง”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,221 วันที่ 25-28 ธันวาคม 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline