
เสนาฯปลื้มรายได้ปี59ทุบสถิติ ปีหน้ารุกลงทุนนางเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์รับอีอีซี
เสนา ลั่นรายได้ปี 59 ทุบสถิติ เผยปี 60 เตรียมลงทุนอสังหาฯศรีราชา ไม่หวั่นกระแสโอเวอร์ซัพพลาย เหตุมั่นใจอีอีซีช่วยสร้างแหล่งงานขนาดใหญ่ ชี้ตลาดเพื่อการลงทุนในศรีราชาผลตอบแทนสูง 7-8% ดีกว่ากทม.พร้อมลุยเปิดโครงการใหม่ปีหน้า10 โครงการ มูลค่ากว่า 3,200 ล้านบาท
นางเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในปี 2559 บริษัทคาดว่าตัวเลขในส่วนของรายได้จะอยู่ในระดับนิวไฮ เนื่องจากเป็นยอดขายเมื่อ 1-2 ปี ซึ่งมารับรู้รายได้ในปีนี้ โดยเป้ารายได้ที่ตั้งไว้อยู่ที่ 3,500 ล้านบาท ขณะที่กำไรก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่ในส่วนของยอดขายใหม่นั้น ยังคงต่ำเป้าที่ตั้งไว้เดิม 4,500 ล้านบาท โดยปัจจุบันมียอดขายตั้งแต่ต้นปี (ม.ค.-พ.ย.) อยู่ที่ 3,800 ล้านบาท
ทั้งนี้ เป็นผลมาจากในไตรมาส 4 ปี 2559 บริษัทไม่ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ประกอบกับมีการเลื่อนเปิดตัวโครงการจำนวน 2 โครงการ มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท ออกไปเป็นปี 2560 ส่งผลให้ยอดเปิดโครงการปีนี้ทำได้เพียง 5 โครงการ มูลค่า 3,202 ล้านบาท หากพิจารณาเฉพาะยอดขายในช่วง 3 ไตรมาสแรกปี 2559 ถือว่ายังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ
สำหรับทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2560 คาดว่าจะมีการเปิดหน้าดินใหม่ๆมากขึ้น สืบเนื่องจากโครงการเมกะโปรเจคต่างๆของภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี)สายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง)และสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ที่เป็นรูปธรรมมากที่สุด คาดว่าจะสามารถก่อสร้างได้ในปีหน้า ทำให้ที่ดินในแนวรถไฟฟ้าเหล่านี้เกิดการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น ตลอดจนแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซีใน 3 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ก็จะช่วยให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดเหล่านี้มีการเติบโตมากขึ้น ก่อให้เกิดแหล่งงานขนาดใหญ่
ดังนั้นในปี 2560 บริษัทจึงมีแผนพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสในศรีราชา จังหวัดชลบุรี บนที่ดินขนาดกว่า 10 ไร่ บนถนนเส้นเดียวกับโรบินสันศรีราชาหากนับห้างโรบินสันเป็นพื้นที่เกรดเอของศรีราชา พื้นที่ตั้งโครงการก็ถือได้ว่าเป็นพื้นที่เกรดบีโดยเบื้องต้นจะพัฒนาเฟสแรกเป็นคอนโดมิเนียมขนาด 30 ชั้น มูลค่าโครงการประมาณ 1,000 ล้านบาท ในส่วนที่เหลืออาจจะพัฒนาเป็นโรงแรม-คอนโดมิเนียมเพิ่มเติม
“เหตุที่ยังลงทุนพัฒนาคอนโดมิเนียมในศรีราชา เพราะมองว่าเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ แม้ว่าจะมีหลายคนพูดว่ายังมีสินค้าคงเหลือในพื้นที่อีกเป็นจำนวนมาก เนื่องจากในอนาคตจะมีแหล่งงานขนาดใหญ่เกิดขึ้น เมื่อมีแหล่งงานความต้องการที่อยู่อาศัยก็จะตามมา และคอนโดมิเนียมก็เป็นที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์คนทำงานที่ดีที่สุด เพราะปล่อยเช่าได้ง่าย อีกทั้งเมื่อเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนระหว่างการลงทุนคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯกับศรีราชา ยังไงศรีราชาก็ดีกว่าอยู่แล้ว ด้วยอัตราผลตอบแทน 7-8% แต่กทม.อยู่ที่ 4-5% คนทำงานในท่าเรือแหลมฉบังเป็นแสนคน แหล่งงานที่ใหญ่อัตราการดูดซับก็จะมากขึ้น แม้วันนี้จะขายไม่หมดสักวันก็ต้องหมด สำหรับในจังหวัดอื่นๆที่อยู่ในอีอีซี เบื้องต้นยังไม่มีแผนพัฒนาโครงการ เนื่องจากยังรู้จักจังหวัดเหล่านั้นไม่มากพอ แต่ในอนาคตก็อาจเป็นไปได้”นางเกษรา กล่าว
ทั้งนี้ ในวันออพเพอร์ทูนิตี้ เดย์ บริษัทได้เปิดเผยกับนักลงทุนถึงแผนการดำเนินงานปี 2560 ว่า มีแผนเปิดโครงการใหม่ในปี 2560 จำนวน 10 โครงการ มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 3,200 ล้านบาท ซึ่งมีที่ดินรองรับการเปิดโครงการทั้งหมดแล้ว โดยเป็นโครงการแนวราบราว 20-30% ขณะที่ส่วนใหญ่ประมาณ 70-80% เป็นโครงการคอนโดมิเนียม ซึ่งรวมถึง 2 โครงการคอนโดมิเนียม 2 โครงการ ที่บางกะดี และสุขุมวิท 50 มูลค่ารวมราว 1,000 ล้านบาท ที่เลื่อนการเปิดมาเป็นปี 60 จากแผนเดิมจะเปิดปี 2559 ขณะที่ตั้งงบซื้อที่ดินในปี 2560 ที่ 1,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการในปี 2561
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,221 วันที่ 25-28 ธันวาคม 2559
นางเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในปี 2559 บริษัทคาดว่าตัวเลขในส่วนของรายได้จะอยู่ในระดับนิวไฮ เนื่องจากเป็นยอดขายเมื่อ 1-2 ปี ซึ่งมารับรู้รายได้ในปีนี้ โดยเป้ารายได้ที่ตั้งไว้อยู่ที่ 3,500 ล้านบาท ขณะที่กำไรก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่ในส่วนของยอดขายใหม่นั้น ยังคงต่ำเป้าที่ตั้งไว้เดิม 4,500 ล้านบาท โดยปัจจุบันมียอดขายตั้งแต่ต้นปี (ม.ค.-พ.ย.) อยู่ที่ 3,800 ล้านบาท
ทั้งนี้ เป็นผลมาจากในไตรมาส 4 ปี 2559 บริษัทไม่ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ประกอบกับมีการเลื่อนเปิดตัวโครงการจำนวน 2 โครงการ มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท ออกไปเป็นปี 2560 ส่งผลให้ยอดเปิดโครงการปีนี้ทำได้เพียง 5 โครงการ มูลค่า 3,202 ล้านบาท หากพิจารณาเฉพาะยอดขายในช่วง 3 ไตรมาสแรกปี 2559 ถือว่ายังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ
สำหรับทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2560 คาดว่าจะมีการเปิดหน้าดินใหม่ๆมากขึ้น สืบเนื่องจากโครงการเมกะโปรเจคต่างๆของภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี)สายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง)และสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) ที่เป็นรูปธรรมมากที่สุด คาดว่าจะสามารถก่อสร้างได้ในปีหน้า ทำให้ที่ดินในแนวรถไฟฟ้าเหล่านี้เกิดการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มากขึ้น ตลอดจนแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซีใน 3 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ก็จะช่วยให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดเหล่านี้มีการเติบโตมากขึ้น ก่อให้เกิดแหล่งงานขนาดใหญ่
ดังนั้นในปี 2560 บริษัทจึงมีแผนพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสในศรีราชา จังหวัดชลบุรี บนที่ดินขนาดกว่า 10 ไร่ บนถนนเส้นเดียวกับโรบินสันศรีราชาหากนับห้างโรบินสันเป็นพื้นที่เกรดเอของศรีราชา พื้นที่ตั้งโครงการก็ถือได้ว่าเป็นพื้นที่เกรดบีโดยเบื้องต้นจะพัฒนาเฟสแรกเป็นคอนโดมิเนียมขนาด 30 ชั้น มูลค่าโครงการประมาณ 1,000 ล้านบาท ในส่วนที่เหลืออาจจะพัฒนาเป็นโรงแรม-คอนโดมิเนียมเพิ่มเติม
“เหตุที่ยังลงทุนพัฒนาคอนโดมิเนียมในศรีราชา เพราะมองว่าเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ แม้ว่าจะมีหลายคนพูดว่ายังมีสินค้าคงเหลือในพื้นที่อีกเป็นจำนวนมาก เนื่องจากในอนาคตจะมีแหล่งงานขนาดใหญ่เกิดขึ้น เมื่อมีแหล่งงานความต้องการที่อยู่อาศัยก็จะตามมา และคอนโดมิเนียมก็เป็นที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์คนทำงานที่ดีที่สุด เพราะปล่อยเช่าได้ง่าย อีกทั้งเมื่อเปรียบเทียบอัตราผลตอบแทนระหว่างการลงทุนคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯกับศรีราชา ยังไงศรีราชาก็ดีกว่าอยู่แล้ว ด้วยอัตราผลตอบแทน 7-8% แต่กทม.อยู่ที่ 4-5% คนทำงานในท่าเรือแหลมฉบังเป็นแสนคน แหล่งงานที่ใหญ่อัตราการดูดซับก็จะมากขึ้น แม้วันนี้จะขายไม่หมดสักวันก็ต้องหมด สำหรับในจังหวัดอื่นๆที่อยู่ในอีอีซี เบื้องต้นยังไม่มีแผนพัฒนาโครงการ เนื่องจากยังรู้จักจังหวัดเหล่านั้นไม่มากพอ แต่ในอนาคตก็อาจเป็นไปได้”นางเกษรา กล่าว
ทั้งนี้ ในวันออพเพอร์ทูนิตี้ เดย์ บริษัทได้เปิดเผยกับนักลงทุนถึงแผนการดำเนินงานปี 2560 ว่า มีแผนเปิดโครงการใหม่ในปี 2560 จำนวน 10 โครงการ มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 3,200 ล้านบาท ซึ่งมีที่ดินรองรับการเปิดโครงการทั้งหมดแล้ว โดยเป็นโครงการแนวราบราว 20-30% ขณะที่ส่วนใหญ่ประมาณ 70-80% เป็นโครงการคอนโดมิเนียม ซึ่งรวมถึง 2 โครงการคอนโดมิเนียม 2 โครงการ ที่บางกะดี และสุขุมวิท 50 มูลค่ารวมราว 1,000 ล้านบาท ที่เลื่อนการเปิดมาเป็นปี 60 จากแผนเดิมจะเปิดปี 2559 ขณะที่ตั้งงบซื้อที่ดินในปี 2560 ที่ 1,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการในปี 2561
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,221 วันที่ 25-28 ธันวาคม 2559






