thansettakij
thansettakij
แท็กซี่‘บีม’ท้ารบ‘แกร็บ-อูเบอร์’ ชูจุดขายรองรับหลายช่องทาง-ตั้งเป้าปีหน้ารถหมื่นคัน

แท็กซี่‘บีม’ท้ารบ‘แกร็บ-อูเบอร์’ ชูจุดขายรองรับหลายช่องทาง-ตั้งเป้าปีหน้ารถหมื่นคัน

26 ธ.ค. 59 | 09:00 น.
แอพเรียกแท็กซี่ไทยแท้ ท้าชน “แกร็บ-อูเบอร์” วางกลยุทธ์ป่าล้อมเมือง ทดสอบให้บริการต่างจังหวัดสร้างจุดต่าง ก่อนบุกขยายตลาดเมืองกรุง ชูจุดขายเรียกเก็บคนขับวันละ 20 บาท วางเป้าดึงแท็กซี่ เข้าระบบปีหน้า 1 หมื่นคัน ตั้งเป้าระดมทุน 1,000 ล้าน ไตรมาส 3 ปีหน้าขยายภูมิภาค

นายวุฒิกร มโนมัยวิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แท็กซี่-บีม จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า บริษัทได้พัฒนาแอพพลิเคชัน เรียกแท็กซี่ ภายใต้ชื่อแท็กซี่ บีม ขึ้นมา เพื่อรองรับการใช้งานของคนไทย โดยแอพพลิเคชันของบริษัทจะมีจุดเด่นที่แตกต่างจากผู้ให้บริการต่างประเทศ ทั้ง แกร็บ และอูเบอร์ ซึ่งระบบจะรองรับการเรียกใช้บริการหลากหลาย โดยผ่านทางแอพพลิเคชัน ระบบคอลล์เซ็นเตอร์ และบริการเรียกผ่านทางโรงแรม นอกจากนี้ยังเป็นรายแรกที่นำระบบสะสมแต้มสำหรับผู้โดยสารมาใช้ รวมไปถึงระบบการชำระเงินผ่าน กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) ผ่านบัตรและสมาร์ทโฟน โดยขณะนี้เป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์อยู่ 2 ราย

ทั้งนี้อยู่ในช่วงทดสอบการทำงานของระบบกับแท็กซี่อยู่ 1,000 คัน โดยเบื้องต้นจะมุ่งไปยังต่างจังหวัด ก่อนคือ อุบลราชธานี เชียงราย และ ขอนแก่น ซึ่งผลการทดสอบเบื้องต้น พบว่าแอพพลิเคชันแท็กซี่ บีม สามารถเพิ่มเที่ยวในการให้บริการกับคนขับได้จากวันละ 8 เที่ยว เป็นวันละ 12 เที่ยว

“เราวางกลยุทธ์การทำตลาดต่างจากผู้ให้บริการรายอื่น โดยเราต้องการเข้ามาช่วยคนขับรถแท็กซี่ ที่กำลังถูกแย่งอาชีพ และมีรูปแบบการเก็บค่าบริการเป็นรายวัน ซึ่งเที่ยวแรกที่ให้บริการจะเรียกเก็บ 20 บาท จากคนขับ หลังจากนั้นเที่ยวต่อไปไม่เก็บ และไม่มีการเรียกเก็บส่วนแบ่งรายได้เหมือนกับแอพพลิเคชันต่างประเทศที่เก็บประมาณ 10% นอกจากนี้เราเลือกที่จะทดสอบในต่างจังหวัดก่อน เพื่อสร้างความแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่น หลังจากสร้างการรับรู้ในต่างจังหวัดแล้วค่อยกลับมาขายกรุงเทพฯ”

โดยในเดือนมกราคม 2560 คาดว่าจะมีรถแท็กซี่ให้บริการในระบบเพิ่มเป็น 2,000 คัน และคาดว่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบได้ ราวเดือนกุมภาพันธ์ 2560 โดยคาดว่าปลายปีจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นคนเทียบเท่าผู้ให้บริการจากต่างประเทศ และคาดว่าจะมียอดผู้ใช้บริการราว 5 แสนคน จากปัจจุบับมียอดผู้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นไปใช้งานช่วงทดลอง 1 หมื่นคน

ส่วนอัตราค่าโดยสาร ผู้โดยสารจ่ายตามจริงขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ให้บริการแต่ละจังหวัดและจ่ายเพิ่มอีก 20 บาทเป็นค่าบริการ โดยจ่ายให้กับคนขับแท็กซี่โดยตรงส่วนคนขับแท็กซี่จ่ายค่าบริการเพียง 20 บาทต่อ 1 รอบการใช้งาน 15 ชั่วโมงซึ่งค่าบริการใช้แอพพลิเคชั่นจากฝั่งคนขับแท็กซี่เป็นรายได้ที่บริษัทจะได้รับ ซึ่งนอกจากรายได้ส่วนนี้แล้ว บริษัทยังมีแผนหารายได้จากค่าโฆษณาของธุรกิจต่างๆ โดยในอนาคตแอพแท็กซี่บีมฝั่งผู้โดยสารจะสามารถแสดงส่วนลด โปรโมชั่น หรือโฆษณาสินค้าและบริการของธุรกิจและร้านค้าที่รถแท็กซี่วิ่งผ่าน หรือบริเวณรอบๆจุดปลายทางของผู้โดยสารได้ โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าว่า รายได้จากค่าโฆษณาจะเป็นรายได้หลักของบริษัทในอนาคต

นายวุฒิกร กล่าวว่า บริษัทแท็กซี่บีม จำกัด จัดตั้งขึ้นมาด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท และมีการระดมทุนรอบแรกไปแล้วประมาณ 150 ล้านบาท คาดว่าภายในไตรมาส 3 ปี 2560 จะมีการระดมทุนเพิ่มในระดับซีรีส์เอ เพิ่มขึ้นเป็น 6 -7 เท่า คือ ประมาณ 1,080 ล้านบาท หรือ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (คิดที่ 36 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ) โดยบริษัทจะนำเงินมาใช้ในการขยายการให้บริการในประเทศ และขยายการให้บริการแอพพลเคชันแท็กซี่บีมไปยังตลาดภูมิภาค รวมไปถึงการพัฒนาฟีดเจอร์ใหม่ๆ อาทิ ระบบสั่งการด้วยเสียง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,221 วันที่ 25-28 ธันวาคม 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline