thansettakij
thansettakij
10 ธุรกิจดาวเด่นรับปี 60 ‘บริการทางการแพทย์และความงาม’ครองแชมป์ต่อ

10 ธุรกิจดาวเด่นรับปี 60 ‘บริการทางการแพทย์และความงาม’ครองแชมป์ต่อ

26 ธ.ค. 59 | 12:00 น.
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเผยผลสำรวจ 10 ธุรกิจดาวรุ่งประจำปี 2560 ที่ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงาม ยังคงครองแชมป์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน โดยปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ธุรกิจดังกล่าวเติบโตต่อเนื่องในบ้านเรามากจากพฤติกรรมของคนไทยหันดูแลสุขภาพ และความงามมากขึ้น ขณะที่กลุ่มธุรกิจที่มาแรงคงหนีไม่พ้นกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับดิจิตอลที่ถือเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุด ทั้งนี้เป็นผลมาจากไทยแลนด์ 4.0 ที่ภาครัฐพยายามผลักดันให้เกิดขึ้นในปีหน้า ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจหลายภาคส่วนหันมาให้ความสำคัญในการนำเทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามาควบคู่กับการทำธุรกิจเพิ่มมากขึ้น

กลุ่มธุรกิจดาวร่วงประจำปี 2560 ที่มีการออกมาประเมินกันนั้นก็ไม่เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด อันดับหนึ่งยังคงเป็นธุรกิจฟอกย้อม,ธุรกิจหัตถกรรม และธุรกิจนิตยสารตามลำดับ ซึ่งปัจจัยหลักยังคงมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และหากกลุ่มธุรกิจดังกล่าวไม่มีการปรับตัวและผสมผสานรูปแบบนวัตกรรมใหม่ๆอาจจะต้องสูญหายไปจากระบบเศรษฐกิจในไม่ช้าอย่างแน่นอน

 แชมป์ดาวรุ่ง 6 ปีซ้อน

นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ และธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ภายหลังการสำรวจ 10 อันดับธุรกิจดาวรุ่งในปีหน้า

พบว่า ธุรกิจบริการทางการแพทย์และความงามยังคงเป็นธุรกิจดาวรุ่งอันดับ 1 ต่อเนื่องยาวนานเป็นปีที่ 6 เนื่องจากผู้คนยังคงให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพ และความงาม รวมทั้งบริการทางการแพทย์และความงามของไทยมีคุณภาพดีราคาไม่แพง รวมทั้งกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านมีความเชื่อมั่น และมาใช้บริการมากขึ้น ขณะที่อันดับ 2 เป็นธุรกิจเครื่องสำอาง และครีมบำรุงผิว

อันดับ 3 เป็นธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐรวมทั้ง สามารถตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่หันมาทำธุรกรรมต่างๆผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น

นอกจากนี้กลุ่มธุรกิจธุรกิจเกี่ยวกับทางด้านการท่องเที่ยว / ธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (คอมพิวเตอร์ มือถือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์) หรือกลุ่มธุรกิจที่มีเทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามาเกี่ยวข้องก็ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มดาวรุ่งมาแรงประจำปีหน้า

สังคมผู้สูงวัยก็มีส่วนผลักดันธุรกิจสินค้าเพื่อสุขภาพทั้งอาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจบริการทางการเงิน (เคาน์เตอร์เซอร์วิส,ออนไลน์แบงกิ้ง,fintech,ธนาคาร และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร) โตได้ในปีหน้าเช่นกัน เนื่องมาจากกลุ่มผู้สูงอายุต้องสร้างการสร้างความมั่นคงการเงินในอนาคต อย่างไรก็ตามในการทำธุรกิจปีหน้า จะต้องคำนึงถึงการเข้ามาของดิจิตอล และการที่รัฐบาลส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิตอลมากขึ้น ภายใต้วาระแห่งชาติอย่างไทยแลนด์ 4.0 ที่จะผลักดันให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องมีการเติบโตตามไปด้วย

ขณะเดียวกัน ปี2560 ธุรกิจฟอกย้อม จะเป็นธุรกิจดาวร่วงอันดับแรก ตามมาด้วยธุรกิจหัตถกรรม และ ธุรกิจนิตยสาร เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่เข้ามาทดแทน ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น ทำให้หลายกลุ่มธุรกิจต้องมีการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดมากยิ่งขึ้น

 Q2 สู่การปรับสมดุลทางเศรษฐกิจ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ และธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจในปีหน้ามองว่าเป็นปีแห่งการปรับเปลี่ยนที่ดีขึ้น ทั้งในส่วนของภาพรวมเศรษฐกิจโลกและในส่วนของเศรษฐกิจไทยเอง แม้จะมีเรื่องของปัญหาความขัดแย้งในตุรกี ปัญหาก่อการร้าย แต่มองว่าน่าจะสามารถควบคุมได้และไม่ร้ายแรงไปกว่าปีนี้

โดยในส่วนของเศรษฐกิจไทยจะเริ่มฟื้นตัวชัดเจนขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 2 จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐที่มีการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาค รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ที่จะมีผลต่อการบริโภคภาคเอกชน ขณะเดียวกันการส่งออกน่าจะกลับมาขยายตัวได้ 1.4% ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในปี 2560 จะขยายตัวเฉลี่ย 3.6%

"จากเม็ดเงินของโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐในช่วงครึ่งปีหลังกว่า 2 แสนล้านบาทในปีหน้า ทั้งจากในโครงการรถไฟรางคู่,โครงการมอเตอร์เวย์ นั้นจะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง โลจิสติกส์ ที่จะกลับมาโดดเด่นมากยิ่งขึ้นปีหน้า"

อย่างไรก็ตามประเมินว่าในปีหน้ายังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่น่าเป็นห่วงว่าจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจใน ได้แก่ ความเสี่ยงจากนโยบายของโดนัลด์ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้เศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว และสัดส่วนหนี้สินต่อครัวเรือนที่ยังสูง อาจส่งผลต่อการจับจ่ายของประชาชน และสถาบันการเงินเองก็จะระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,221 วันที่ 25-28 ธันวาคม 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline