thansettakij
thansettakij
ถอดรหัสประยุทธ์ 4 ปิดจ็อบ THAILAND 4.0

ถอดรหัสประยุทธ์ 4 ปิดจ็อบ THAILAND 4.0

22 ธ.ค. 59 | 11:00 น.
การปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมาสู่ “ครม.ประยุทธ์4” ถือเป็นการปรับ ครม. ครั้งใหญ่ที่สุดของรัฐบาลประยุทธ์ มีการแต่งตั้งและสลับเก้าอี้รัฐมนตรีถึง 12 ที่นั่ง ในจำนวนนี้ เพิ่มรัฐมนตรีช่วย(ใหม่) อีก 4 ตำแหน่ง ซึ่งภาคเอกชนขานรับว่า มีความต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริหารส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนหน้าเดิม ขณะที่มีสุ่มเสียงแว่วมาจากอีกด้านเช่นกัน ว่าหนึ่งในสาเหตุที่นายกรัฐมนตรี ปรับครม.ครั้งนี้ เพื่อลดกระแสความไม่พอใจในผลงานรัฐบาลโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจของประชาชน แต่ถ้าสำรวจหน้าตารัฐมนตรีเศรษฐกิจรายกระทรวงแล้ว เราจะพบคำตอบอีกมุมที่แตกต่างออกไป

 กระทรวงศก.หลักเดิมๆ

เริ่มที่กระทรวงเศรษฐกิจหลัก 5 กระทรวง ซึ่งประกอบด้วย กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม และ กระทรวงคมนาคม กลุ่มนี้มีการขยับ อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพียงกระทรวงเดียว ซึ่งสะท้อนว่าพล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ยังเชื่อมั่นในแนวทางการบริหารเศรษฐกิจช่วง 2 ปีที่ผ่านมาว่า มาถูกทางแล้ว

ข้อสรุปข้างต้น ตอกย้ำด้วยการเพิ่มรัฐมนตรีช่วยใหม่ในกระทรวงเศรษฐกิจอีก 4 คน ทุกคนเคยช่วยงานรัฐบาลประยุทธ์มาก่อนแล้วทั้งสิ้น เช่น วีระศักดิ์ ฟูตระกูล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ก่อนหน้าเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์มีผลงานที่สนองนโยบาย ฟ้องรัฐบาลก่อนในคดีความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว ตามด้วยพิชัย อัคราทิพย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เดิมเป็นประธานกรรมการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดิมทีเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

เมื่อ รัฐมนตรีเดิม ทีมงานเดิม ทิศทางการบริหารเศรษฐกิจหลักของรัฐบาลประยุทธ์ย่อมไปในทิศทางเดิมเช่นกัน ทิศทางที่รัฐบาลทำหน้าที่เป็นหัวหอกกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการลงทุนโครงการเมกะโปรเจ็กต์,ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจูงใจนักลงทุน ใช้มาตรการลดหย่อนกระตุ้นคนชั้นกลางเช่นช็อปช่วยชาติ และเติมกำลังซื้อให้ผู้มีรายได้น้อยผ่านโครงการแจกเงินสนับสนุนผู้มีรายได้น้อย เป็นต้น

P04-322002  จับตา “สมคิดบอย”

ที่ต้องสำรวจถัดมาคือ การสลับเก้าอี้ ในกลุ่มกระทรวงเศรษฐกิจหลัก และ กระทรวงที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ไฮไลต์ของการปรับเปลี่ยนส่วนนี้คือการวางตัวรัฐมนตรีกลุ่ม“สมคิดบอย” หรือกลุ่มนักวิชาการที่ร่วมงานกับ สมคิด รองนายกฯมาอย่างต่อเนื่อง เช่น สุวิทย์ เมษินทรีย์ และ อุตตม สาวนายน ถูกจัดวางในตำแหน่งที่ต้องขับเคลื่อนความคิดไทยแลนด์ 4.0 โดยตรง

คนแรก สุวิทย์ ถูกโยกจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ มาเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ชัดเจนว่า สุวิทย์ ที่เปรียบเหมือนมือขวาของ สมคิดและเป็นหนึ่งในทีมร่างยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ถูกดึงเข้าทำเนียบเพื่อช่วยขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งจะล้อไปกับภารกิจของรัฐมนตรีอื่นๆ

ไล่เลียงจาก กระทรวงอุตสาหกรรม ที่ อุตตม อดีตรัฐมนตรีกระทรวงไอซีที(ขณะนั้น) ได้รับการแต่งตั้ง เป็นรัฐมนตรีว่าการ ภารกิจในเชิงยุทธศาสตร์ของกระทรวงนี้คือ พลิกโฉมภาคการผลิตไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 ขับเคลื่อนโครงการเศรษฐกิจภาคตะวันออก ส่วน อรรชกา ที่ถูกโยกจาก กระทรวงอุตสาหกรรม มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภารกิจที่กระทรวงนี้นอกจากการสนับสนุนการวิจัยแล้วยังต้องเร่งสร้างสตาร์ตอัพเพื่อเป็นรากฐานให้สังคมดิจิตอลอย่างเร่งด่วน ส่วน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้ากระทรวง ยังมีการบ้านคือเร่งรัดโครงการอินเตอร์ตำบล ซึ่งเปรียบเหมือนกระดูกงูของเครือข่ายไอที

ขณะ พิชิต อัคราทิพย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมที่เชี่ยวชาญด้านการเงิน หน้าที่หนีไม่พ้น ร่วมขับเคลื่อนแอกชันแพลนโครงการลงทุนโครงการสร้างพื้นฐานปี 2560 จำนวน 36 โครงการมูลค่า 8 แสนล้านบาท โดยมีออมสิน ชีวะพฤกษ์ ซึ่งขยับจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมไปเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯเป็นตัวช่วยอีกแรง ส่วนสนธิรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เป้าหมายใหญ่คือ หาตลาดส่งออกใหม่ให้ประเทศ

 ปรับโดยไม่เปลี่ยน

หากมองการเปลี่ยนแปลงในครม.ครั้งนี้ ผ่านการจัดวางตัวบุคคลที่ลำดับมาโดยสังเขปข้างต้น จะพบว่า แม้มีการเพิ่มรัฐมนตรีช่วยใหม่ แต่ทั้งหมดล้วนเคยช่วยงานรัฐบาลประยุทธ์มาแล้วทั้งสิ้น ไม่ในฐานะผู้ช่วยรัฐมนตรีก็ประธานกรรมการรัฐวิสาหกิจ หรือนัยหนึ่ง ครม.ประยุทธ์ 4 ไม่มีคนแปลกหน้าเป็นคนหน้าเดิมที่รู้งานรู้มือกันมาแล้วทั้งสิ้น เท่ากับการปรับครม.ครั้งนี้ เปรียบเหมือนการปรับโดยไม่เปลี่ยน ซึ่งสะท้อนให้เห็นทิศทางของรัฐบาลใน 2 ด้านหลัก

1. คือตอกย้ำว่าพล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี เชื่อมั่นว่าการบริหารเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา ถูกทางแล้วดังที่สรุปไว้ข้างต้น 2. การจัดวางกลุ่ม “สมคิดบอย”และมือบริหารที่ สมคิด รองนายกรัฐมนตรีไว้วางใจในกระทรวงต่างๆที่กล่าวมานั้น เปรียบเหมือนการจัดแถวรัฐมนตรีเพื่อกระชับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งมีองค์ประกอบย่อย เช่น เศรษฐกิจดิจิตอล เอสเคิร์ฟ โครงการระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก สตาร์ตอัพ ฯลฯ ให้มีผลออกมาเป็นรูปธรรม หลังขึ้นป้ายโฆษณาและสมคิด รองนายกฯเดินสายขายทั้งในและต่างประเทศมาเกือบปีแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าพอนำออกโชว์ว่าเป็นผลงานรัฐบาลได้

มองจากภาพรวมแล้วการปรับครม.ครั้งนี้บ่งชี้ว่า รัฐบาลประยุทธ์ ที่จะหมดวาระในอีก 1 ปีเศษข้างหน้านี้ (ตามโรดแมป) เพิ่มน้ำหนัก เพื่อเร่งปิดจ็อบ ไทยแลนด์ 4.0 อย่างสุดตัว โดยหวังใช้เป็นพื้นฐานให้กับยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ฝันถึง และอยากเห็นมาโดยตลอด

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,220 วันที่ 22-24 ธันวาคม 2559
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • headline